Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

โคนนทิศิลาประดิษฐานบริเวณมุขทางเข้าของปราสาทประธาน ที่พระศอมีการประดับกระดิ่งรอบ ซึ่งมักพบบ่อยในประติมากรรมรูปสัตว์ของศิลปะจาม โคนนทิเป็นพาหานะประจำของพระอิศวร ซึ่งที่มีของโคนนทิปรากฏหลายตำนาน ตำนานหนึ่งกล่าวว่า แท้จริงแล้วโคนนทิเป็นเทพบุตรนามว่า นนทิ เทพบุตรองค์นี้เป็นเจ้าแห่งจตุบาท และจะแปลงร่างเป็นโคเผือกเพื่อเป็นพาหนะให้พระศิวะเสด็จไปยังที่ต่างๆ จนกลายเป็นพาหนะประจำของพระองค์ ในงานศิลปกรรมมักจะสร้างโคนนทิไว้คู่กับพระศิวะเสมอ ดังนั้นโคนนทิที่ปราสาทโพโรเม่คงสร้างขึ้นเพื่อให้สอดรับกับพระศิวะซึ่งเป็นประติมากรรมประธาน

ประติมากรรมนูนสูงรูปพระศิวะครึ่งพระองค์เป็นประติมากรรมประธานภายในปราสาทประธานของปราสาทโพโรเม่ ทั้งนี้ประติมากรรมในศิลปะสมัยหลังนิยมสร้างเป็นประติมากรรมมีแผ่นหลัง บางครั้งมีเพียงครึ่งองค์ นอกจากนี้ยังสวมหมวกทรงกระบอก ไว้หนวดเครา พระศิวะ เป็นหนึ่งในเทพเจ้าองค์สำคัญทั้งสามของศาสนาฮินดูอันประกอบด้วย พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม เทพแต่ละองค์มีหน้าที่แตกต่างกันไป โดยพระพรหมคือผู้สร้าง พระวิษณุคือผู้รักษา และพระศิวะคือผู้ทำลาย โดยปกติพระศิวะถือตรีศูลเป็นอาวุธคู่กาย และทรงโคนนทิ ลักษณะทั้งสองก็ปรากฏบนงานแกะสลักนี้ด้วย

ปราสาทประธานภายในปราสาทโพโรเม่อยู่ในผังเกือบสี่เหลี่ยม ขนาด 7.60x7.75เมตร มุขทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ภายในประดิษฐานประติมากรรมนูนสูงรูปพระศิวะและโคนนทิซึ่งทำให้ทราบว่าศาสนสถานแห่งนี้สร้างถวายพระศิวะ อาคารหลังนี้กำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22-23 โดยพิจารณาจากจารึกที่พบ นอกจากนี้ลักษณะศิลปกรรมก็แสดงถึงยุคสมัยดังกล่าวเช่นกัน ที่สำคัญคือ เสาประดับผนังซึ่งเป็นเสาเรียบ และมีเพียงสองเสาในแต่ละด้าน ซุ้มทรงใบหอกและมีศิลารูปเปลวไฟประดับ และอาคารจำลองรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

ปราสาทโพโรเม่อยู่ในจังหวัดนิญถวน ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดย่อมและหันไปทางทิศตะวันออก อันสอดคล้องกับร่องรอยทางขึ้นปราสาทดั้งเดิมที่ปรากฏอยู่ทางทิศตะวันออก ภายในศาสสถานมีเพียงปราสาทประธานเพียงหลังเดียวเท่านั้น โดยปราสาทหลังดังกล่าวมีการประดิษฐานกุตหนึ่งองค์ ทั้งนี้มีการค้นพบจารึกสองหลักในศาสนสถานแห่งนี้ซึ่งอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22-23

ภายในปราสาทประธานมีการประดิษฐานมุขลึงค์ หรือศิวลึงค์ที่มีใบหน้าของพระศิวะปรากฏอยู่ ทั้งนี้ประติมากรรมชิ้นดังกล่าวไม่ได้สร้างพร้อมกันกับปราสาทประธาน เพราะสถาปัตยกรรมสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 แต่รูปแบบของมุขลึงค์สามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 – 23 ในการบูชาพระศิวะนั้นบางครั้งจะใช้ลึงค์เป็นสัญลักษณ์ โดยปกติจะไม่ปรากฏพระพักตร์ของพระศิวะ แต่หากปรากฏพระพักตร์ขึ้นจะเรียกว่ามุขลึงค์ ศิวลึงค์ประเภทนี้มีทั้งที่ปรากฏเพียงพระพักตร์เดียวโดยจะเรียกว่า เอกมุขลึงค์ หากปรากฏห้าพระพักตร์จะเรียกว่า ปัญจมุขลึงค์

ปราสาทประธานมีความสูงมากกว่า 20 เมตร ตัวปราสาทอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ละด้านยาว 10 เมตร จารึกที่พบทั้งภายในและภายนอกปราสาททำขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยสิงหวรมันซึ่งปกครองอาณาจักรจามในช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งน่าจะเป็นยุคสมัยของการสร้างปราสาทประธาน นอกจากนี้ จารึกยังบันทึกนามเดิมของศาสนสถานด้วยซึ่งก็คือ ชัยสิงหลึงเคศวร นามของศาสนสถานทำให้ทราบว่าพระเจ้าชัยสิงหวรมันคงนับถือไศวนิกายจึงได้มีการสถาปนาพระนามของพระองค์ให้ร่วมกับศิวลึงค์ การกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปะก็สอดคล้องกับจารึกด้วยเพราะเสาประดับผนังแต่ละด้านไม่มีการเซาะร่องหรือลวดลายประดับใดๆ ซุ้มทางเข้ามีลัษณะเหมือนทรงใบหอกพร้อมทั้งมีศิลาแกะสลักรูปเปลวไฟประดับอยู่โดยรอบ และอาคารจำลองแต่ละชั้นมีลักษณะเหมือนพุ่มข้าวบิณฑ์ ทั้งหมดล้วนเป็นลักษณะของศิลปะสมัยหลัง (พุทธศตวรรษที่ 19 – 21)

ปราสาทโพกลวงการายอยู่ในจังหวัดนิญถวน โดยสร้างอยู่บนเนินเขาที่มีความสูง 100 เมตร จัดอยู่ในศิลปะสมัยหลัง ศาสนสถานอยู่ในแนวแกนตะวันออก – ตะวันตก โดยอาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ภายในประกอบด้วยอาคาร 4 หลัง (ไล่เลียงจากทางทิศตะวันออก) ได้แก่ โคปุระ มณฑปซึ่งเหลือแต่ผนัง ปราสาทประธาน และอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางด้านทิศใต้ ลักษณะผังศาสนสถานสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 -19 ซึ่งสอดคล้องกับจารึกส่วนใหญ่ที่พบในปราสาทประธาน อย่างไรก็ดีมีจารึกสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 กล่าวถึงการสร้างศาสนสถานแห่งนี้ อาจเป็นได้ว่าศาสนสถานในยุคแรกนั้นอาจถูกทำลายไปแล้วก็เป็นได้

ปราสาทหัวล่ายตั้งอยู่ทางตอนเหนือของผานรังในเขตจังหวัดนิญถวน ประกอบด้วยปราสาทสามหลังโดยทั้งหมดหันไปทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้เหลือเพียงปราสาทบริวารซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและใต้ของปราสาทประธาน สำหรับปราสาทบริวารด้านทิศใต้มีขนาดใหญ่กว่าแต่อยู่ต่ำกว่าปราสาทบริวารทางด้านทิศเหนือ งานประดับของปราสาทหลังนี้ดูเรียบง่ายกว่าปราสาทบริวารทิศเหนือ เสาและซุ้มไม่มีการประดับลวดลาย เสาไม่เซาะร่อง อย่างไรก็ดีทรงซุ้มที่ยังคงเค้าโครงแบบซุ้มหัวล่ายทำให้สามารถกำหนดอายุได้ในช่วงศิลปะหัวล่าย

ผนังของปราสาทบริวารทิศเหนือประกอบด้วยเสาประดับผนังทรงสี่เหลี่ยมจำนวนสี่เสา แต่ละเสาเซาะร่องขนาดใหญ่ไม่ทะลุหัวเสา ภายในร่องบรรจุลวดลาย ที่กลางด้านสร้างเป็นประตูหลอกโดยด้านบนประดับซุ้มที่มีลักษณะม้วนเข้าม้วนออกภายในประดับลวดลายรูปตัว C ขนาดเล็ก ทั้งหมดเป็นลักษณะของศิลปะสมัยหัวล่าย

ปราสาทหัวล่ายตั้งอยู่ทางตอนเหนือของผานรังในเขตจังหวัดนิญถวน ประกอบด้วยปราสาทสามหลังโดยทั้งหมดหันไปทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้เหลือเพียงปราสาทบริวารซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและใต้ของปราสาทประธาน สำหรับปราสาทบริวารด้านทิศเหนือมีขนาดเล็กกว่าแต่อยู่สูงกว่าปราสาทบริวารทางด้านทิศใต้

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม,อาณาจักรจาม,อาณาจักรเวียด,ศิลปะหัวล่าย,ศิลปะดงเดือง,ศิลปะบินดิ่ญ

Choose a category...

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะจามและเวียด

  • ศิลปะจามและเวียดนาม
      ประเทศเวียดนาม หรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน โดยมีอาณาเขตทางเหนือติดต่อกับประเทศจีน ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศกัมพูชาและประเทศลาว ทางทิศใต้ติดต่อกับทะเลจีนใต้ ส่วนอาณาเขตทางทิศตะวันออกนั้นติดต่อกับอ่าวตังเกี๋ยดินแดนที่เรียกว่าประเทศเวียดนามในปัจจุบันมีพัฒนาการอันยาวนานโดยมีหลักฐานเก่าแก่ไปถึงสมัยยุคหินเก่า ดินแดนแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลายหลาย ที่มีบทบาทอย่างมากคือ…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๒๘
  • ภาพรวมปราสาทเฝือกล็อค หรือ ปราสาททอง - Phuoc Loc
    ปราสาทเฝือกล็อค หรืออีกชื่อหนึ่งคือปราสาททอง ตั้งอยู่บนเนินกลางกลางป้อมปราการจาบาน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ปัจจุบันเหลือเพียงปราสาทประธานเพียงหลังเดียวเท่านั้น ทั้งนี้การสร้างศาสนสถานบนเขาสูงเริ่มพบในศิลปะจามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร แต่เดิมมีการค้นพบศิวลึงค์พร้อมฐาน ทำให้ทราบว่าศาสนสถานี้แต่เดิมสร้างขึ้นในไศวนิกาย…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • ภาพรวมปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทบาญอิต หรือปราสาทเงินสร้างบนเนินเขาบนชายฝั่งด้านทิศใต้ของแม่น้ำกอน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ชื่อ “บาญอิต” ตั้งโดยคนพื้นถิ่นโดยแปลว่าขนมเค้กที่มีทรงปิรามิดสี่เหลี่ยม ส่วน ชื่อ “ปราสาทเงิน” เป็นชื่อที่ตั้งโดยชาวฝรั่งเศส…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๕:๕๖
  • โคปุระในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    โคปุระตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของศาสนสถานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปราสาทประธาน ผนังประดับเสาห้าต้น แต่ละต้นเซาะร่องไม่ถึงหัวเสา และซุ้มมีรูปทรงคล้ายใบหอกเรียบแสดงถึงลักษณะศิลปะบิญดิ่ญ ทั้งนี้โคปุระ คือ อาคารประเภทหนึ่งที่สร้างไว้เพื่อเป็นประตูทางเข้าออกศาสนสถาน ในศิลปะจามนิยมสร้างไว้เพียงทางด้านหน้าของศาสนสถานซึ่งก็คือทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งต่างจากศิลปะเขมรที่บางครั้งอาจสร้างโคปุระไว้ทั้งสี่ด้านของศาสนสถาน
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๐
  • ปราสาทประธานในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทประธานสร้างในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีมุขทางที่ด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว อีกสามด้านเป็นประตูหลอก แต่เดิมเคยประดิษฐานประติมากรรมพระศิวะซึ่งกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 รูปแบบปราสาท อาทิ เสาประดับผนังห้าเสาที่มีการเซาะร่องตรงกลางแต่ไม่ทะลุบัวหัวเสา…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๗

คำค้น ศิลปะจามและเวียด

Bahn It Da Nang Ha Noi Hanoi Ho Chi Minh Hue Imperial City Khanh Hoa Museum of History Ngoc Son Ninh Thuan Po Nagar Po Rome Quang Nam The Museum of Cham Sculpture Vietnam History Museum ขวงนัม ขาญหัว ครุฑ ฐาน ดานัง ตราเกียว นิญถวน บิญดิ่ญ ปราสาทดงเดือง ปราสาทบริวาร ปราสาทประธาน ปราสาทมิเซิน ปราสาทโพนคร ปราสาทโพโรเม่ พระราชวังเมืองเว้ พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามประจำเมืองดานัง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนามประจำเมืองฮานอย พุทธศาสนา ลัทธิเต้า วัดดอกบัว วัดวิหารเสาเดียว วัดหง็อกเซิน วัดเนินหยก วันเหมียว วิหารวรรณกรรม ศิลปะจาม ศิลปะดงเดือง ศิลปะบิญดิ่ญ ศิลปะมิเซิน A1 ศิลปะมิเซินE1 ศิลปะราชวงศ์ลี้ ศิลปะราชวงศ์เลระยะหลัง ศิลปะราชวงศ์เหงียน ศิลปะสมัยหลัง ศิลปะเวียด ศิวนาฏราช สิงห์ สุสาน หน้าบัน ฮานอย ฮินดู เว้ โฮจิมินห์

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16297035
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
64793
0
64793
16232077
64793
318283
16297035
Server Time: 04-08-2021 14:18:34