Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ซุ้มประตูทางเข้าวิหารวรรณกรรม หรือ วันเหมียวสร้างเป็นอาคารสองชั้น แต่ละชั้นเจาะช่องซุ้มโค้ง 3 ช่อง ชั้นบนรับหลังคา และเขียนตัวอักษรจีนอ่านว่า “เหวินเมี่ยวเหมิน” ซึ่งแปลว่า “ประตูของวันเหมียว” นั่นเอง ประตูดังกล่าวแสดงถึงการผสมผสานระหว่างอิทธิพลศิลปะจีนที่เข้ามาก่อน และอิทธิพลศิลปะตะวันตกที่เข้ามาในภายหลัง โดยศิลปะจีนสังเกตได้จากชั้นหลังคาที่โค้งงอนและการประดับสัตว์บนสันหลังที่วิ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางซึ่งมีรูปไข่มุกไฟ ส่วนอิทธิพลตะวันตกปรากฏอยู่ในลักษณะซุ้มประตูโค้ง และงานประดับที่หัวเสา

ประติมากรรมขงจื่อประดิษฐานในวิหารด้านหลังหอเซ่นไหว้ โดยประติมากรรมดังกล่าวขนาบข้างด้วยประติมากรรมศิษย์เอกของขงจื่อ ได้แก่ Manh Tu, Tang Tu, Tu Tu, Moan Tu และ Mencius ทั้งนี้ในอดีตมีเพียงผู้ทำพิธีเท่านั้นที่สามารถเข้ามาเซ่นไหว้ในหอที่ประดิษฐานรูปท่านขงจื่อ แม้แต่กษัตริย์ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ ขงจื่อ เป็นนักปราชญ์จีนซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์โจว และคำสอนของท่านนำไปสู่การตั้งลัทธิขงจื่อ ประติมากรรมขงจื่อมักแสดงท่ามือที่ประสานกันบริเวณอก เพื่อหมายถึง การยินดีที่จะรับฟังความรู้จากผู้อื่นอยู่เสมอ

ภายในวันเหมียพบศิลาจารึกจำนวนมากตั้งอยู่ภายในระเบียงคด จารึกเหล่านี้กล่าวถึงชื่อและบ้านเกิดของผู้สอบผ่านข้อสอบรับเข้าราชการจำนวน 1,300 คน ช่วงระหว่างปีพ.ศ.1985 – 2322 ลักษณะศิลาจารึกประกอบด้วยแผ่นศิลาขนาดใหญ่ และฐานที่แกะสลักเป็นรูปเต่าแบก นอกจากนี้บนแผ่นศิลายังมีการประดับลวดลายที่สื่อถึงความหมายอันลึกซึ้ง เช่น หงส์แทนควมเฉลียวฉลาด เมฆแทนความรู้ มังกรและพระจันทร์แทนธาตุหยางและหยินเป็นต้น

เคววันกั๊กหรือตึกดาวลูกไก่ตั้งอยู่ภายในวิหารวรรณกรรม ตัวอาคารอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ทั้งสี่ด้านซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตนักกวี ชื่อของอาคารหลังนี้มาจากชื่อของกลุ่มดาวเควซึ่งบรรดานักปราชญ์บูชากัน ฐานอิฐในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความหมายถึงแผ่นดิน ส่วนท้องฟ้าแทนด้วยเครื่องไม้ที่มีการประดับพระอาทิตย์ซึ่งส่องแสงไปทั้งสี่ทิศ ทั้งนี้อาคารหลังเคววันกั๊กเป็นสถานที่ให้คณะกรรมการเลือกผู้ที่สอบผ่านเข้ารับราชการในราชสำนัก ซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องท่องบทกวีเพื่อพิสูจน์ความเป็นเลิศด้านกวี

วัดกวงซูหรือวัดราชทูตสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 22 – 23 ด้านหน้าวัดคือซุ้มประตูทางเข้าซึ่งมีช่องประตูโค้ง 3 ประตู ด้านบนของช่องกลางประดับด้วยระฆังขนาดเล็ก ภายในมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป ห้องเรียน ห้องสมุด และกุฏิพระ ทั้งนี้ในสมัยโบราณ มีอาคารด้านข้างวัดแห่งนี้หลังหนึ่งไว้ใช้รับรองราชทูตที่มาจาอาณาจักรซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา

ประติมากรรมเทพเจ้าเจิ่นหวูหล่อจากสำริด ในปีพ.ศ. 2220 สมัยราชวงศ์เลระยะหลัง ประติมากรรมเป็นรูปเทพเจ้าเตริ่นหวูประทับนั่ง และมีเต่า และงู ทั้งนี้เทพเจ้าเตริ่นหวู เต่า และงู คือเทพและสัตว์ประจำทิศเหนือตามคติลัทธิเต๋า ซึ่งเชื่อว่าแต่ละทิศจะมีสัตว์ประจำอยู่ ได้แก่ มังกรเขียวประจำทิศตะวันออก นกแดงประจำทิศใต้ เสือขาว ประจำทิศตะวันตก เต่างูประจำทิศเหนือ โดยทิศเหนือจะมีความพิเศษกว่าทิศอื่นๆคือมีเทพประจำอยู่ด้วยซึ่งก็คือเจิ่นหวูนั่นเอง ทั้งนี้คติดังกล่าวได้อิทธิพลมาจากวัฒนธรรมจีนซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นแล้ว

วัดกวานแท่ญตั้งอยู่ริมทะเลสาบตะวันตกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ลี้ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อให้เป็นที่ประดิษฐานเทพเตริ่นหวูซึ่งเป็นหนึ่งเทพประจำทิศทั้งสี่ตามความเชื่อของลัทธิเต้า โดยเทพเตริ่นหวูประจำอยู่ทางทิศเหนือ โดยการสร้างวัดแห่งนี้เพื่อให้เทพเตริ่นหวูป้องกันภัยหรือวิญญาณร้ายที่จะมาจากทางทิศเหนือ ทั้งนี้วัดแห่งนี้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ และสร้างเพิ่มหลายครั้ง เช่น ในปีพ.ศ. 2436 มีการสร้างประตูหลักและวิหารขึ้นใหม่

บรรยาย บนกำแพงด้านหนึ่งของทางเข้าวัดเนินหยกมีการประดับภาพกินเลนหรือม้ามังกร บนหลังกำลังแบกยันต์แปดทิศและหนังสือ กำลังเดินทางท่ามกลางท้องน้ำที่กว้างใหญ่ เหนือภาพขึ้นไปเขียนตัวอักษรจีนอ่านว่า “หลงหม่าเหอถู” ซึ่งแปลว่า “ม้ามังกรและภาพจากแม่น้ำ” ภาพและชื่อภาพดังกล่าวสอดคล้องกับตำนานจีนที่เล่าถึงที่มาของยันต์แปดทิศ โดยกล่าวว่า วันหนึ่งมีม้ามังกรปรากฏกายขึ้นจากแม่น้ำเหลือง (หวงเหอ) บนตัวของม้ามังกรมีภาพของยันต์แปดทิศอยู่

บนกำแพงด้านหนึ่งของทางเข้าวัดเนินหยกมีการประดับภาพมังกรกำลังพ่นน้ำ ที่ด้านล่างเป็นท้องน้ำอันกว้างใหญ่และมีปลาหนึ่งตัว เหนือภาพขึ้นเขียนตัวอักษรจีนซึ่งอ่านว่า “หลงเหมิน” อันหมายถึง “ประตูมังกร” ภาพและชื่อดังกล่าวสัมพันธ์กับตำนานประตูมังกรของจีนซึ่งกล่าวว่า ประตูมังกรเป็นประตูศักดิ์สิทธิ์โดยเชื่อว่าเมื่อปลาหลี่หยู (หลี่ฮื้อ) จะพยายามว่ายและกระโดดข้ามประตูดังกล่าว หากข้ามไปได้จะกลายเป็นมังกร ในสมัยโบราณตำนานและภาพประตูมังกรนี้มักใช้เมื่อมีการสอบข้าราชการโดยอวยพรขอให้เหล่าบัณฑิตสอบผ่าน

บนกำแพงด้านหนึ่งของทางเข้าวัดเนินหยกมีการประดับภาพเต่ากำลังแบกหนังสือและแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางแม่น้ำ เหนือภาพขึ้นไปเขียนตัวอักษรจีนคือ “เสินกุยหลัวซู” ซึ่งแปลว่า “เต่าเทพและคัมภีร์หลัว” ภาพและชื่อภาพดังกล่าวนี้สัมพันธ์กับตำนานจีนเรื่องหนึ่งซึ่งกล่าวถึง เต่าตัวหนึ่งปรากฏตัวที่แม่น้ำหลัวและบนกระดองมีภาพแสดงผังอย่างหนึ่ง ในตำนานกล่าวถึงจักรพรรดิหยู่เห็นภาพนั้นแล้วนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมจนสำเร็จ หนังสือ ซ่างซู ซึ่งเป็นหนังสือโบราณของจีนยังบันทึกผังดังกล่าวไว้ด้วย

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม,อาณาจักรจาม,อาณาจักรเวียด,ศิลปะหัวล่าย,ศิลปะดงเดือง,ศิลปะบินดิ่ญ

Choose a category...

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะจามและเวียด

  • ศิลปะจามและเวียดนาม
      ประเทศเวียดนาม หรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน โดยมีอาณาเขตทางเหนือติดต่อกับประเทศจีน ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศกัมพูชาและประเทศลาว ทางทิศใต้ติดต่อกับทะเลจีนใต้ ส่วนอาณาเขตทางทิศตะวันออกนั้นติดต่อกับอ่าวตังเกี๋ยดินแดนที่เรียกว่าประเทศเวียดนามในปัจจุบันมีพัฒนาการอันยาวนานโดยมีหลักฐานเก่าแก่ไปถึงสมัยยุคหินเก่า ดินแดนแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลายหลาย ที่มีบทบาทอย่างมากคือ…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๒๘
  • ภาพรวมปราสาทเฝือกล็อค หรือ ปราสาททอง - Phuoc Loc
    ปราสาทเฝือกล็อค หรืออีกชื่อหนึ่งคือปราสาททอง ตั้งอยู่บนเนินกลางกลางป้อมปราการจาบาน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ปัจจุบันเหลือเพียงปราสาทประธานเพียงหลังเดียวเท่านั้น ทั้งนี้การสร้างศาสนสถานบนเขาสูงเริ่มพบในศิลปะจามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร แต่เดิมมีการค้นพบศิวลึงค์พร้อมฐาน ทำให้ทราบว่าศาสนสถานี้แต่เดิมสร้างขึ้นในไศวนิกาย…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • ภาพรวมปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทบาญอิต หรือปราสาทเงินสร้างบนเนินเขาบนชายฝั่งด้านทิศใต้ของแม่น้ำกอน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ชื่อ “บาญอิต” ตั้งโดยคนพื้นถิ่นโดยแปลว่าขนมเค้กที่มีทรงปิรามิดสี่เหลี่ยม ส่วน ชื่อ “ปราสาทเงิน” เป็นชื่อที่ตั้งโดยชาวฝรั่งเศส…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๕:๕๖
  • โคปุระในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    โคปุระตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของศาสนสถานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปราสาทประธาน ผนังประดับเสาห้าต้น แต่ละต้นเซาะร่องไม่ถึงหัวเสา และซุ้มมีรูปทรงคล้ายใบหอกเรียบแสดงถึงลักษณะศิลปะบิญดิ่ญ ทั้งนี้โคปุระ คือ อาคารประเภทหนึ่งที่สร้างไว้เพื่อเป็นประตูทางเข้าออกศาสนสถาน ในศิลปะจามนิยมสร้างไว้เพียงทางด้านหน้าของศาสนสถานซึ่งก็คือทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งต่างจากศิลปะเขมรที่บางครั้งอาจสร้างโคปุระไว้ทั้งสี่ด้านของศาสนสถาน
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๐
  • ปราสาทประธานในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทประธานสร้างในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีมุขทางที่ด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว อีกสามด้านเป็นประตูหลอก แต่เดิมเคยประดิษฐานประติมากรรมพระศิวะซึ่งกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 รูปแบบปราสาท อาทิ เสาประดับผนังห้าเสาที่มีการเซาะร่องตรงกลางแต่ไม่ทะลุบัวหัวเสา…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๗

คำค้น ศิลปะจามและเวียด

Bahn It Da Nang Ha Noi Hanoi Ho Chi Minh Hue Imperial City Khanh Hoa Museum of History Ngoc Son Ninh Thuan Po Nagar Po Rome Quang Nam The Museum of Cham Sculpture Vietnam History Museum ขวงนัม ขาญหัว ครุฑ ฐาน ดานัง ตราเกียว นิญถวน บิญดิ่ญ ปราสาทดงเดือง ปราสาทบริวาร ปราสาทประธาน ปราสาทมิเซิน ปราสาทโพนคร ปราสาทโพโรเม่ พระราชวังเมืองเว้ พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามประจำเมืองดานัง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนามประจำเมืองฮานอย พุทธศาสนา ลัทธิเต้า วัดดอกบัว วัดวิหารเสาเดียว วัดหง็อกเซิน วัดเนินหยก วันเหมียว วิหารวรรณกรรม ศิลปะจาม ศิลปะดงเดือง ศิลปะบิญดิ่ญ ศิลปะมิเซิน A1 ศิลปะมิเซินE1 ศิลปะราชวงศ์ลี้ ศิลปะราชวงศ์เลระยะหลัง ศิลปะราชวงศ์เหงียน ศิลปะสมัยหลัง ศิลปะเวียด ศิวนาฏราช สิงห์ สุสาน หน้าบัน ฮานอย ฮินดู เว้ โฮจิมินห์

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16296813
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
64571
0
64571
16232077
64571
318283
16296813
Server Time: 04-08-2021 12:47:54