Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ประติมากรรมรูปบุคคลกำลังแสดงท่าฟ้อนรำ ศิราภรณ์ที่ประกอบด้วยตาบขนาดเล็กๆ และลักษณะผ้านุ่งที่ประกอบด้วยชายพกรูปถุงขนาดเล็กและปลายชายพกยาวจรดพื้น ริ้วผ้าบนปลายชายพกแสดงการทบไปมาแบบซิกแซก ริ้วผ้ามีลักษณะประดิษฐ์ ทำให้กำหนดอายุประติมากรรมชิ้นนี้ไว้ในสมัยมิเซิน A1 ทั้งนี้ศิลปะจามนิยมแกะสลักประติมากรรมกำลังฟ้อนรำ หรือเล่นดนตรีอย่างมาก โดยนิยมประดับไว้ที่ฐานอาคาร อาจมีความหมายถึงการบูชาเทพซึ่งอยู่ภายในด้วยการรำฟ้อน และเล่นดนตรีนั่นเอง

สิงห์ เป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่ปรากฏในศิลปะจามมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่สมัยดงเดือง ทั้งนี้ประติมากรรมรูปสิงห์จามในแต่ละยุคมีลักษณะเด่นของตนเอง สิงห์ชิ้นนี้จัดอยู่ในศิลปะสมัยบิญดิ่ญ โดยมีลักษณะสำคัญคือ มีการประดับอย่างมากมายซึ่งต่างจากสิงห์ในศิลปะจามยุคก่อนหน้า แถวกนกและบั้งระหว่างพระเนตรทั้งสองข้าง ศิราภรณ์ทรงกระบังหน้า และสร้อยประดับพระศอ ซึ่งทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมรที่เข้ามาอย่างมากในช่วงเวลานั้น

ครุฑ เป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่ปรากฏในศิลปะจามมาเป็นเวลานานแล้ว โดยแต่ละยุคมีลักษณะเด่นของตนเอง ครุฑชิ้นนี้จัดอยู่ในศิลปะสมัยบิญดิ่ญ โดยมีลักษณะสำคัญคือ ชายพกด้านหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม นอกจากนี้ยังปรากฏลักษณะเด่นอื่นๆที่รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร อาทิ มีแถวกนกและบั้งระหว่างพระเนตรทั้งสองข้าง ปากงุ้มขึ้นโดยปากล่างใหญ่กว่าปากบน ตามตำนานนั้น ครุฑและนาคเป็นพี่น้องต่างมารดากัน มารดาของครุฑคือ นางวินตา ส่วนมารดาของครุฑคือ นางกัทรู ทั้งสองเป็นภรรยาของฤาษีกัศยปมุนี แต่ถึงแม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่มีเรื่องไม่ลงรอยกันเสมอ และนาคเป็นอาหารของครุฑ ดังนั้นช่างมักทำภาพครุฑกำลังจับหรือยุดนาค เพื่อแสดงการต่อสู้กันระหว่างทั้งสองฝ่าย

สิงห์คืองานประดับอย่างหนึ่งที่ช่างจามหลายสมัยเช่น ดงเดือง มิเซิน A1 บิญดิ่ญ โดยช่างนิยมใช้ประติมากรรมรูปสิงห์ประดับสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะส่วนฐาน ลักษณะดังกล่าวคงมีต้นเค้ามาตั้งแต่ศิลปะอินเดีย สิงห์ตัวนี้อยู่ในท่ายกขาและเอี้ยวตัวมาทางด้านหน้า อ้าปากแลบลิ้น มีแต่แผนขนคอ แต่ไม่มีการประดับกระดิ่ง แสดงถึงลักษณะของสิงห์ในสมัยศิลปะมิเซิน A1 ปัจจุบันประติมากรรมรูปสิงห์เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งของเวียดนามนอกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วยังพบที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองโฮจิมินห์ และพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามประจำเมืองดานังด้วย

ประติมากรรมรูปพระศิวะสวมศิริภรณ์ที่มีตาบขนาดเล็กไม่มีลวดลายซ้อนขึ้นไปหลายชั้น ชายพกผ้านุ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม แสดงให้เห็นถึงลักษณะของศิลปะบิญดิ่ญ เชื่อกันว่าพระศิวะเป็นบรมครูในการเต้นระบำหรือนาฏยศาสตร์ของอินเดีย ทั้งนี้นาฏยศาสตร์อินเดียได้กล่าวถึงท่ารำ 108 ท่า โดยเชื่อกันว่าพระศิวะทรงเต้นทั้งหมด และยังมีความเชื่ออีกว่าการเต้นรำของพระศิวะมีผลต่อโลกของเราด้วย ทั้งนี้ในศิลปะจามเราพบประติมากรรมศิวนาฏราชจำนวนมากซึ่งมักแกะสลักประดับหน้าบันศาสนสถาน อาจเกี่ยวข้องกับการนับถือไศวนิกายก็เป็นได้

ครุฑชิ้นนี้จัดอยู่ในศิลปะสมัยบิญดิ่ญ โดยมีลักษณะสำคัญซึ่งเกี่ยกับอิทธิพลศิลปะเขมรอาทิ มีแถวกนกและบั้งระหว่างพระเนตรทั้งสองข้าง ปากงุ้มขึ้นโดยปากล่างใหญ่กว่าปากบน เข็มขัดที่ลักษณะคล้ายเข็มขัดของประติมากรรมเขมร ตามตำนานนั้น ครุฑและนาคเป็นพี่น้องต่างมารดากัน มารดาของครุฑคือ นางวินตา ส่วนมารดาของครุฑคือ นางกัทรู ทั้งสองเป็นภรรยาของฤาษีกัศยปมุนี แต่ถึงแม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่มีเรื่องไม่ลงรอยกันเสมอ และนาคเป็นอาหารของครุฑ ดังนั้นช่างมักทำภาพครุฑกำลังจับหรือยุดนาค เพื่อแสดงการต่อสู้กันระหว่างทั้งสองฝ่าย

สิงห์เป็นประติมากรรมประเภทหนึ่งที่พบบ่อยในศาสนาสถานศิลปะจามทั้งที่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดู หรือพระพุทธศาสนา สำหรับสิงห์ศิลาชิ้นนี้แสดงถึงเอกลักษณ์ของงานประติมากรรมบิญดิ่ญที่ได้รับอิทธิพลทั้งจากจีนและเขมร ในส่วนของอิทิพลศิลปะจีนอาจสังเกตได้จากท่ายกขาหลังขึ้นทั้งสองข้าง ปากสิงห์ยื่น มีเขี้ยวด้านข้าง และมีเคราซึ่งอาจสัมพันธ์กับมังกรในศิลปะจีน ส่วนอิทธิพลเขมรปรากฏที่แถวกนกและบั้งระหว่างตาซึ่งพบมากในประติมากรรมสิงห์เขมรในสมัยบายน

พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ พระเศียรหักหายไปแล้ว ลักษณะพระพุทธรูปที่พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางบนพระชงฆ์ ห่มจีวรเฉียงแต่ชายจีวรวกมาคลุมพระพาหาบางส่วน เป็นลักษณะเด่นของพุทธรูปในสมัยดงเดืองซึ่งคงได้รับได้อิทธิพลจากศิลปะจีน ทั้งนี้ในสมัยศิลปะดงเดืองซึ่งตรงกับช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 จามหันไปนับถือพระพุทธศาสนาแทนศาสนาฮินดู ดังนั้นจึงมีการสร้างงานศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก

ประติมากรรมชิ้นนี้ พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระโอษฐ์แบะ พระเกศาที่ถักขึ้นไปมีลักษณะบิดเบี้ยวทำให้เราสามารถกำหนดอายุประติมากรรมองค์นี้ไว้ในสมัยดงเดือง นางตาราคือพระโพธิสัตว์เพศหญิงในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยพระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทุกระดับจะต้องมีนางตาราเป็นศักติ (นางคู่บารมี) และการที่จะพิจารณาว่านางตาราแต่ละองค์อยู่ในสกุลไหนให้พิจารณาจากประติมากรรมที่ประดับบนพระเศียร สำหรับนางตาราที่พิพิธภัณฑ์ดานัง พบพระพุทธเจ้าปางสมาธิอยู่บนพระเศียรซึ่งหมายถึงอมิตาภะ ดังนั้นนางตาราองค์นี้จึงอยู่ในสกุลดังกล่าว

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม

หมวดหมู่ศิลปะจามและเวียดนาม,อาณาจักรจาม,อาณาจักรเวียด,ศิลปะหัวล่าย,ศิลปะดงเดือง,ศิลปะบินดิ่ญ

Choose a category...

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะจามและเวียด

  • ศิลปะจามและเวียดนาม
      ประเทศเวียดนาม หรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน โดยมีอาณาเขตทางเหนือติดต่อกับประเทศจีน ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศกัมพูชาและประเทศลาว ทางทิศใต้ติดต่อกับทะเลจีนใต้ ส่วนอาณาเขตทางทิศตะวันออกนั้นติดต่อกับอ่าวตังเกี๋ยดินแดนที่เรียกว่าประเทศเวียดนามในปัจจุบันมีพัฒนาการอันยาวนานโดยมีหลักฐานเก่าแก่ไปถึงสมัยยุคหินเก่า ดินแดนแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลายหลาย ที่มีบทบาทอย่างมากคือ…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๒๘
  • ภาพรวมปราสาทเฝือกล็อค หรือ ปราสาททอง - Phuoc Loc
    ปราสาทเฝือกล็อค หรืออีกชื่อหนึ่งคือปราสาททอง ตั้งอยู่บนเนินกลางกลางป้อมปราการจาบาน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ปัจจุบันเหลือเพียงปราสาทประธานเพียงหลังเดียวเท่านั้น ทั้งนี้การสร้างศาสนสถานบนเขาสูงเริ่มพบในศิลปะจามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร แต่เดิมมีการค้นพบศิวลึงค์พร้อมฐาน ทำให้ทราบว่าศาสนสถานี้แต่เดิมสร้างขึ้นในไศวนิกาย…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • ภาพรวมปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทบาญอิต หรือปราสาทเงินสร้างบนเนินเขาบนชายฝั่งด้านทิศใต้ของแม่น้ำกอน ในจังหวัดบิญดิ่ญ ชื่อ “บาญอิต” ตั้งโดยคนพื้นถิ่นโดยแปลว่าขนมเค้กที่มีทรงปิรามิดสี่เหลี่ยม ส่วน ชื่อ “ปราสาทเงิน” เป็นชื่อที่ตั้งโดยชาวฝรั่งเศส…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๕:๕๖
  • โคปุระในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    โคปุระตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของศาสนสถานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปราสาทประธาน ผนังประดับเสาห้าต้น แต่ละต้นเซาะร่องไม่ถึงหัวเสา และซุ้มมีรูปทรงคล้ายใบหอกเรียบแสดงถึงลักษณะศิลปะบิญดิ่ญ ทั้งนี้โคปุระ คือ อาคารประเภทหนึ่งที่สร้างไว้เพื่อเป็นประตูทางเข้าออกศาสนสถาน ในศิลปะจามนิยมสร้างไว้เพียงทางด้านหน้าของศาสนสถานซึ่งก็คือทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งต่างจากศิลปะเขมรที่บางครั้งอาจสร้างโคปุระไว้ทั้งสี่ด้านของศาสนสถาน
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๐
  • ปราสาทประธานในปราสาทบาญอิต - Bahn It
    ปราสาทประธานสร้างในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีมุขทางที่ด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว อีกสามด้านเป็นประตูหลอก แต่เดิมเคยประดิษฐานประติมากรรมพระศิวะซึ่งกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 รูปแบบปราสาท อาทิ เสาประดับผนังห้าเสาที่มีการเซาะร่องตรงกลางแต่ไม่ทะลุบัวหัวเสา…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๗

คำค้น ศิลปะจามและเวียด

Bahn It Da Nang Ha Noi Hanoi Ho Chi Minh Hue Imperial City Khanh Hoa Museum of History Ngoc Son Ninh Thuan Po Nagar Po Rome Quang Nam The Museum of Cham Sculpture Vietnam History Museum ขวงนัม ขาญหัว ครุฑ ฐาน ดานัง ตราเกียว นิญถวน บิญดิ่ญ ปราสาทดงเดือง ปราสาทบริวาร ปราสาทประธาน ปราสาทมิเซิน ปราสาทโพนคร ปราสาทโพโรเม่ พระราชวังเมืองเว้ พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามประจำเมืองดานัง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนามประจำเมืองฮานอย พุทธศาสนา ลัทธิเต้า วัดดอกบัว วัดวิหารเสาเดียว วัดหง็อกเซิน วัดเนินหยก วันเหมียว วิหารวรรณกรรม ศิลปะจาม ศิลปะดงเดือง ศิลปะบิญดิ่ญ ศิลปะมิเซิน A1 ศิลปะมิเซินE1 ศิลปะราชวงศ์ลี้ ศิลปะราชวงศ์เลระยะหลัง ศิลปะราชวงศ์เหงียน ศิลปะสมัยหลัง ศิลปะเวียด ศิวนาฏราช สิงห์ สุสาน หน้าบัน ฮานอย ฮินดู เว้ โฮจิมินห์

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16296934
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
64692
0
64692
16232077
64692
318283
16296934
Server Time: 04-08-2021 13:40:56