Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ปัทมาสนะ ได้แก่บัลลังก์เปล่าที่สร้างด้วยหิน ตั้งอยู่กลางแจ้งโดยมักตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของลานชั้นในของเทวาลัย บัลลังก์เปล่านี้ถูกสมมติให้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮนดูแบบบาหลี คือ Ida SanghayaWidiWasaซึ่งแท้จริงแล้วก็คือภาคปรากฏของ ปรมาตมันหรือพระบรมศิวะ

รูปบบของปัทมาสนะนั้น มักเป็นบัลลังก์หินที่มีฐานซ้อนกันสามชั้น อันแทนโลกบาดาล โลกมนุษย์และโลกสวรรค์ (ภูะ ภูวะ สฺวะ) บางครั้งบัลลังก์ก็ตั้งอยู่บนหลังเต่าซึ่งตรงกับความเชื่อในศาสนาฮินดูที่ว่า เขาแกนกลางจักรวาลนั้นตั้งอยู่บนหลังเต่า

ปานุมานคือบัลลังก์เปล่าซึ่งประดิษฐานภายในอาคารหลังคาคลุม บัลลังก์เปล่าเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จมาประทับของเทพเจ้าเมื่อเสด็จมาบนโลกในขณะทำพิธีกรรม ปานุมานปรากฏเฉพาะภายในลานชั้นในของเทวาลัยอันเป็นที่ประทับของเทพเจ้าเท่านั้น

บัลลังก์เปล่าที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารหลังคาคลุม อาจมีได้หลายแบบ ทั้งแบบบัลลังก์เดี่ยวซึ่งเป็นที่ประทับของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงองค์เดียว เช่นพระศิวะหรือพระสูรยะ บัลลังก์คู่ซึ่งเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง และบัลลังก์สามซึ่งเป็นที่ประทับของตรีมูรติสำหรับตัวอย่างในภาพนี้เป็นบัลลังก์คู่ ซึ่งอาจเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

หลังคาของอาคารทรงเมรุนั้น สามารถซ้อนชั้นได้ในจำนวนเลขคี่ คือ อาจซ้อนได้ตั้งแต่ 5 ชั้นจนถึง 11 ชั้น ตัวอย่างสำหรับอาคารทรงเมรุที่ซ้อนถึง 11 ชั้นสามารถศึกษาได้จากอาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง เมืองเม็งวี ปุระเบซาคิห์และปุระเกเห็น

อาคารทรงเมรุของปุระเกเห็น มีลักษณะพิเศษ คือ อาคารทั้งหลังรองรับด้วยเต่า ซึ่งคงเป็นเต่าแบกจักรวาลตามคติฮินดู และแสดงให้เห็นว่าอาคารหลังนี้เป็นศูนย์กลางจักรวาลอันเทียบได้กับเขาพระสุเมรุ ที่ประทับของพระศิวะ

เนื่องจากวัดในศิลปะบาหลีย่อมมีลาน 2-3 ลานระหว่างลานจึงมีกำแพงกั้นเสมอ

กำแพงที่กั้นระหว่างลานชั้นกลางกับชั้นในของปุระเกเห็น มีการประดับกระเบี้องปรุตามแบบจีน (แบบเดียวกับที่นิยมในสมัยรัชกาลที่สามของไทย) และประดับแทรกกับการฝังจานกระเบื้องที่เขียนลวดลายคราม (blue-and-white) แบบตะวันตก (แบบดัชต์?) กำแพงนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าชาวบาหลีติดต่อชาวต่างชาติ ทั้งจีนและฝรั่งไปพร้อมกั

จันทิเบนตาร์ หรือซุ้มประตูแยก ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะบาหลี แม้ว่าจะปรากฏมาบ้างแล้วในศิลปะชวาภาคตะวันออกตอนปลายในสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตก็ตาม แต่ซุ้มประตูแบบนี้กลับได้รับความนิยมอย่างยิ่งในศิลปะบาหลี

                ลักษณะสถาปัตยกรรมที่สำคัญของซุ้มประตูแยก ก็คือการมียอดปราสาทเช่นเดียวกับซุ้มประตุโดยทั่วไป โดยด้านข้างมีการสลักรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและลวดลายอย่างงดงาม อย่างไรก็ตาม ตรงกลางนั้นกลับแหวกออกและไม่มีลวดบัวหรือลวดลายใดๆ

ซุ้มประตูแยกที่สำคัญในเกาะบาหลี ได้แก่ซุ้มประตูแยกที่ปุระเบซาคิห์และปุระเกเห็น

ยอดซ้มประตูของปุระเกเห็น แสดงให้เห็นรายละเอียดต่างๆ เช่น เหนือประตูกลางปรากฏโภมะ (Bhoma) หรือหน้ากาลขนาดใหญ่ โดยหน้ากาลดังกล่าวมีลักษณะดุร้ายตามแบบที่ปรากฏในศิลปะบาหลี คือมีปากล่าง มีเขี้ยว แยกเขี้ยวเพื่อแสดงการขู่ ยกมือข้นในท่าขู่และมีตาโปน โดยทั่วไปหน้ากาลมีหน้าที่ป้องกันความชั่วร้าย

 เหนือหน้ากาลที่ยอดปราสาทซ้อนชั้น ปรากฏการซ้อนของสัตว์ประหลาดที่ต่อเนื่องจากแนวของหน้ากาลขึ้นไปจนถึงด้านบนซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของยอดปราสาทในศิลปะบาหลี ที่สันหลังคาของยอดปราสาทยังปรากฏการประดับด้วยลายกนกงอนคล้ายศิลปะจีนซึ่งถือเป็นลักษณะของศิลปะปาหลีอีกเช่นกันส่วนรายละเอียดยอดปราสาทนั้นมีลักษณะเป็นเรือนธาตุจำลองซ้อนกันอย่าง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดซับซ้อนเช่นไม่มีอาคารจำลองและหน้ากระดานสองชั้นอันแตกต่างไปจากชั้นวิมานในศิลปะชวาภาคตะวันออ

ด้านหน้าเทวาลัยในศิลปะบาหลีย่อปรากฏซุ้มประตูที่มียอดปราสาทเสมอ ซุ้มประตูดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างโลกภายนอกและโลกศักดิ์สิทธิ์ จึงถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการสร้างเทวาลัยในศิลปะบาหลี

ซุ้มประตูยอดปราสาท ปรากฏต้นค้ามาแล้วตั้งแต่ศิลปะสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตในชวาภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม ศิลปะบาหลีได้พัฒนารูปแบบของซุ้มประตูจนมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง แตกต่างไปจากศิลปะชวาภาคตะวันออกอย่างสิ้นเชิง โดยประเด็นสำคัญที่สุดที่สังเกตได้ง่ายก็คือ การปรากฏ “ปีกอาคาร” และการประดับ “ลายกนกงอนคล้ายลายประดับสันหลังคาจีน

ปีกอาคาร คืออาคารที่ขนาบอาคารประธาน โดยเป็นอาคารที่มีเรือนธาตุขนาดย่อมวางขนาบเรือนธาตุของอาคารประธานทั้งสองด้าน ด้วยเหตุนี้ซุ้มประตูในศิลปะบาหลีจึงอาจมีประตูทางเข้าถึง 3 บานได้

ทั้งพนักขั้นบันไดของปุระเกเห็นและปุระเบซาคิห์ล้วนแต่ประดับประติมากรรมบุคคลเป็นระยะๆ ทำให้พนักขั้นบันไดในศิลปะบาหลีมีความน่าสนใจ ประติมากรรมเหล่านี้คงเป็นผู้พิทักษ์เทวสถาน

เทวาลัยในศิลปะบาหลีหลายครั้งตั้งอยู่บนที่ลาดเชิงเขา และมีการแบ่งออกเป็นสามลานโดยลานชั้นนอกสุดจะตั้งอยู่บนพื้นที่ราบแต่ลานชั้นในสุดจะตั้งอยู่บนยอดเนินเขา ด้วยเหตุที่ถือคติว่าลานด้านหน้าเป็นโลกมนุษย์ลานด้านในเป็นโลกสวรรค์-ดังนั้น ลานด้านหน้าและลานด้านในย่อมอยู่ในพื้นต่างระดับกันและทำให้เกิดการออกแบบที่ลาดเชิงเขาระหว่างลานด้านหน้ากับลานด้านในให้กลายเป็นพนักขั้นบนได

พนักขั้นบันไดที่ปุระเกเห็น ถือเป็นพนักขั้นบันไดที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี โดยมีการประดับประติมากรรมอยู่ที่เขื่อนขั้นบันไดทั้งห้าชั้น โดยตรงกลางปรากฏบันไดสำหรับเดินขึ้นไปยังโคปุระ

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • พระปฐมเจดีย์
    พระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นครอบทับซากเจดีย์องค์เดิมที่มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ที่ทรงค้นพบขณะทรงผนวชและได้เสด็จธุดงค์มายังบริเวณนี้ โดยทรงเชื่อว่าน่าจะเป็นเจดีย์แห่งแรกในดินแดนไทยที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พุทธศาสนาได้เผยแผ่มายังสุวรรณภูมิในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จึงได้พระราชทานชื่อเจดีย์นี้ว่า พระปฐมเจดีย์ รูปแบบของพระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บ้างเรียกว่าทรงลังกา เนื่องจากคล้ายคลึงกับเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกา พระปฐมเจดีย์มีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๘
  • วัดหัวเวียงรังษี จ.นครพนม
    วัดหัวเวียงรังษี ตั้งอยู่ที่บ้านธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด พระสงฆ์ที่วัดนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในคราวเดียวกับการปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมเพราะอิฐที่ก่อเป็นสิมนั้นเป็นรุ่นเดียวกัน สิ่งสำคัญภายในวัดคือสิมหรือพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง หน้าบันและบัวหัวเสาทั้งภายในและภายนอกอาคารตกแต่งด้วยงานปูนปั้นระบายสี ด้านหน้ามีซุ้มประตูทางเข้า…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๑๒
  • พระพุทธรูปสมัยทวารวดี
    อุทยานหินเขางู จ.ราชบุรี มีสถานที่สำคัญทางโบราณคดีอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะเป็นถ้ำที่อยู่บนภูเขา เช่น ถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถ และถ้ำจีน-จาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกันนัก ภายในถ้ำต่างๆ…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • วัดศรีรองเมือง
    วัดศรีรองเมือง เดิมชื่อว่าวัดท่าคะน้อยพม่า สร้างขึ้นในพ.ศ. ๒๔๔๓ รัชกาลที่ ๕ โดยคหบดีชาวพม่าที่ประกอบกิจการค้าไม้ สิ่งสำคัญภายในวัดคือวิหารไม้สักทองขนาดใหญ่ เครื่องหลังคาซ้อนชั้นสูงแบบพญาธาตุในศิลปะพม่า ภายในประดับกระจกสีเป็นลวดลายพรรณพฤกษาที่เสาและผนังเกือบทั้งหมด…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๗:๑๓
  • จิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา
    ที่พระอุโบสถวัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลายที่เป็นหลักฐานสำคัญปรากฏอยู่ที่ฝาผนังภายในพระอุโบสถทั้ง ๔ ด้าน ที่ด้านหน้าพระพุทธรูปประธานเขียนเล่าเรื่องจักรวาลวิทยาตามคติโบราณ โดยปรากฏภาพเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีเขาสัตตบริภัณฑ์ล้อมรอบโดยมีความสูงลดหลั่นลงมา ที่ยอดเขาพระสุเมรุเป็นที่สถิตของพระอินทร์และเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์จุฬามณี ซึ่งในทัศนะของช่างได้เขียนเป็นภาพเจดีย์ทรงเครื่องอันเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลาย
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๑๒

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157266
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243307
0
243307
15913794
243307
263161
16157266
Server Time: 23-06-2021 18:26:19