Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่อรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนพระรามประทับพร้อมด้ยพระลักษมณืและเหล่าพลลิง โปรดสังเกตว่าภาพเล่าเรื่องในศิลปะชวาภาคตะวันออกมักถมพื้นที่ว่างให้เต็มไปด้วยลวดลาย เช่น ลายเมฆหรือลายพันธุ์พฤกษา ส่วนตัวละครนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับหนังตะลุงชวา (วาหยังกุลิด) มากทั้งเครื่องแต่งตัวซึ่งมีการทำทรงผมแบบก้ามปูและการหันข้าง

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่อรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนหนุมานและเหล่าฝูงลิงกำลังช่วยกันแบกหินเพื่อจองถนนไปสู่เกาะลังกา โปรดสังเกตว่าภาพเล่าเรื่องในศิลปะชวาภาคตะวันออกมักถมพื้นที่ว่างให้เต็มไปด้วยลวดลาย เช่น ลายเมฆหรือลายพันธุ์พฤกษา

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่องรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนหนุมานเผากรุงลงกาหลังจากที่ได้ถวายแหวนแก่นางสีดา ทางซ้ายมือของผุ้ชมจะเห็นหนุมานกำลังไต่อยู่บนหลังคาของอาคารที่กำลังไหม้ไฟ

จันทิปะนะตะรันสร้างขึ้นบนฐานเป็นชั้นเช่นเดียวกับจันทิจาโก อันแสดงให้เห็นคติเขาพระสุเมรุที่นี่ปรากฏฐานสามชั้น ชั้นล่างสลักภาพเล่าเรื่องรามายณะ ฐานชั้นที่สองสลักเรื่องพระกฤษณะ ส่วนฐานชั้นบนสลักเป็นรูปสิงห์สลับกับนาคด้านบนสันนิษฐานว่าคงเคยมีอาคารเครื่องไม้ที่มีหลังคาทรงเมรุมาก่อน

ลานชั้นที่ 2 ของจันทิปะนะตะรัน  มีเทวาลัยที่ล้อมรอบไปด้วยเทวดาแบกนาคซึ่งมีลักษณะที่พิเศษ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาคารหลังนี้เคยใช้ทำอะไร บ้างก็ว่าเป็นที่ปลุกเสกน้ำมนต์เนื่องจากนาคนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการกวนเกษียรสมุทร บ้างก็ว่าเป็นที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาทำสมาธิ บ้างก็ว่าเป็นที่เก็บของของวัดตามแบบาหลี หลังคาของอาคารหลังนี้คงเคยเป็นเครื่องไม้และได้สูญหายไปหมดแล้ว

ที่ลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัยซึ่งมีจารึกระบุว่าสร้างขึ้นในพ.ศ.1912(ต้นพุทธศตวรรษที่ 20)เทวาลัยหลังนี้มีรูปแบบที่อาจใช้เป็นตัวอย่างศึกษาสถาปัตยกรรมชวาภาคตะวันออกตอนปลายสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตได้

เทวาลัยมีขนาดเล็กและอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุมีรัดอกคาดและที่ประตูทั้งสี่ทิศประดับหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายซึ่งลักษณะทั้งหมดนี้คล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรียอดของจันทิมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรีเช่นกัน กล่าวคือประกอบด้วยชั้นหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่ประดับด้วยอาคารจำลอง อย่างไรก็ตาม เส้นรอบนอกของยอดที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่อ่อนช้อยซึ่งคงแสดงพัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสิงหาส่าหรี ยิ่งกว่านั้น อาคารจำลองของจันทิที่มีจำนวนถึง 7 หลังนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าอาคารจำลองในศิลปะสมัยสิงหาส่าหรีที่มีจำนวนเพียง 5 หลังต่อชั้นเท่านั้น

จันทิปะนะตะรัน สร้างขึ้นในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย สมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต แผนผังของจันทิปะนะตะรันคล้ายกับเทวาลัยในเกาะบาหลีในปัจจุบัน คือแบ่งออกเป็น 3 ลาน ลานด้านหน้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ส่วนเทวาลัยประธานนั้นตั้งอยู่ด้านในสุดทางทิศตะวันออกติดกับเชิงเขา ลานชั้นแรกปรากฏฐานหินขนาดใหญ่ 2 ฐาน คงเคยรองรับอาคารโถงที่สร้างด้วยไม้ ส่วนลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัย 2 หลัง หลังแรกเป็นเทวาลัยยอดปราสาทซึ่งสามารถใช้ศึกษาลักษณะสถาปัตยกรรมมัชฌปาหิตได้ ส่วนหลังที่สองเป็นอาคารล้อมรอบไปด้วยพญานาค ลานชั้นในสุดเป็นที่ตั้งของฐานเป็นชั้นซึ่งมีความหมายแทนเขาพระสุเมรุ ด้านบนประดิษฐานจันทิประธานซึ่งไม่หลงเหลือแล้ว

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • พระธาตุก่องข้าวน้อย
    ความเป็นมาของพระธาตุก่องข้าวน้อยเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของชายหนุ่มที่กระทำมาตุฆาตและได้สร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อไถ่บาป จากรูปแบบของพระธาตุก่องข้าวน้อยนักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลศิลปะล้านนาและล้านช้าง กล่าวคือ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดซึ่งมีการเพิ่มปราสาทจำลองหรือยอดซุ้มเหนือหลังคาไว้ทั้งสี่ด้าน และส่วนยอดสุดเป็นเจดีย์ทรงระฆังในผังสี่เหลี่ยมหรือที่เรียกว่าทรงบัวเหลี่ยม
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๗:๔๐
  • สิมวัดมัชฌิมวิทยาราม จ.ขอนแก่น
    สิมเก่าของวัดมัชฌิมวิทยารามเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเรียบง่ายแบบสิมพื้นบ้านอีสานที่พบส่วนใหญ่ แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนฐานเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงายเตี้ยๆ มีบันไดทางขึ้นและประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ช่องหน้าต่างและช่องลมก่อเป็นวงโค้งซึ่งอาจจะได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะตะวันตก ที่ผนังด้านนอกโดยรอบมีฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเวสสันดรชาดกหรือผะเหวตซึ่งเป็นเรื่องราวในพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า รูปแบบของฮูปแต้มเป็นงานช่างพื้นถิ่นอีสาน
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๐๒
  • พระพุทธรูปสมัยทวารวดี
    อุทยานหินเขางู จ.ราชบุรี มีสถานที่สำคัญทางโบราณคดีอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะเป็นถ้ำที่อยู่บนภูเขา เช่น ถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถ และถ้ำจีน-จาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกันนัก ภายในถ้ำต่างๆ…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • วัดมโนภิรมย์
    วัดมโนภิรมย์ตั้งอยู่ที่ บ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กรมศิลปะการระบุว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๐๑
  • วัดม่อนจำศีล
    วัดม่อนจำศีลตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.ลำปาง ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ซึ่งมีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากเจดีย์แบบพม่า-มอญ เจดีย์รูปแบบนี้พบมากในภาคเหนือในสมัยรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นเนื่องจากขณะนั้นมีชาวพม่าเข้ามาทำกิจการป่าไม้ในภาคเหนือและได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ ๕ ในการสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัดหลายแห่ง จึงทำให้เกิดงานศิลปกรรมที่แบบพม่าขึ้นเป็นจำนวนมาก เจดีย์ในรูปแบบนี้มีความแตกต่างจากเจดีย์ในศิลปะล้านนาในช่วงก่อนหน้า…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๙:๕๙

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16050259
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
136300
0
136300
15913794
399461
0
16050259
Server Time: 19-05-2021 07:31:06