Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

หลังคาของอาคารทรงเมรุนั้น สามารถซ้อนชั้นได้ในจำนวนเลขคี่ คือ อาจซ้อนได้ตั้งแต่ 5 ชั้นจนถึง 11 ชั้น ตัวอย่างสำหรับอาคารทรงเมรุที่ซ้อนถึง 11 ชั้นสามารถศึกษาได้จากอาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง เมืองเม็งวี ปุระเบซาคิห์และปุระเกเห็น

อาคารทรงเมรุของปุระเกเห็น มีลักษณะพิเศษ คือ อาคารทั้งหลังรองรับด้วยเต่า ซึ่งคงเป็นเต่าแบกจักรวาลตามคติฮินดู และแสดงให้เห็นว่าอาคารหลังนี้เป็นศูนย์กลางจักรวาลอันเทียบได้กับเขาพระสุเมรุ ที่ประทับของพระศิวะ

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

อาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง เมืองเม็งวีเทวาลัยแห่งนี้ มีชื่อเสียงในเรื่องการการจัดวางอาคารทรงเมรุให้เรียงกันในแถวเดียว โดยความสูงของยอดเมรุมีลักษณะลดหลั่นกัน ทำให้เกิดภูมิสถาปัตยกรรมที่งดงามยิ่งอนึ่ง อาคารทรงเมรุเหล่านี้สร้างขั้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าประจำภูเขาในเกาะบางหลีหลายลูก เช่น เขาอากุง (GunungAgung)  เขาบาตุการ(GunungBatukar) และเขาบาตูร์ (GunungBatur) เป็นต้น

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

ตามความเชื่อในศาสนาอินดู พระศิวะนั้นประทับอยู่ที่เขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ในเกาะบาหลี พระองค์ทรงถูกสมมติให้ประทับอยู่ที่ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะบาหลี คือเขาอากุง(GunungAgung) ซึ่งสูงถึง 3000 เมตร ชื่อเขาพระสุเมรุนี้ จึงถูกนำมาใช้เรียกอาคารทรงปราสาทที่มียอดซ้อนชั้นสูงประหนึ่งภูเขา และในที่สุดจึงใช้อาคารทรงดังกล่าวจึงถูกสมมติว่าเป็นที่ประทับของพระศิวะและเทพเจ้าประจำภูเขาอื่นๆ

ปุระอุลุนดานู เป็นเทวาลัยที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบบราตัน (Bratan) ซึ่งสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี (Mengwi) ใน พ.ศ.2167 เทวาลัยหลังนี้ถือว่าเป็นเทวาลัยที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี เนื่องจากเป็นอาคารทรงเมรุที่ซ้อนถึง 11 ชั้นโดยตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ ไม่ไกลจากฝั่งเท่าไหร่นัก

                เทวาลัยหลังนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพีดานูประจำทะเลสาบซึ่งถือเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพีองค์นี้แท้จริงแล้วคือภาคปรากฏของพระวิษณุผู้ดูแลรักษาโลก อนึ่ง เนื่องจากพระองค์เป็นพระสวามีของพระนางลักษมี เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ พระองค์จึงทรงทำหน้าที่ในการควบคุมน้ำในลำธารและแม่น้ำทั้งมวล ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงอยู่ในฐานะเทพแห่งทะเลสาบด้วย

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • พระธาตุพนม
    พระธาตุพนมเป็นพระธาตุเจดีย์องค์สำคัญที่ผู้คนริมสองฝั่งโขงเคารพบูชามาอย่างยาวนาน รูปแบบเดิมที่เมื่อแรกสร้างน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะจาม แต่ต่อมาได้พังทลายลงเหลือเฉพาะส่วนเรือนธาตุที่ซ้อนชั้นกัน ๒ ชั้น พระธาตุพนมเคยผ่านการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือการบูรณะของพระครูโพนสะเม็กหรือญาคูขี้หอม ราชครูซึ่งเป็นทีเคารพของชาวล้านช้างและชาวอีสาน ลักษณะสำคัญของพระธาตุพนมคือมีเรือนธาตุซ้อน ๒…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๗:๔๖
  • กลุ่มโบราณสถานสระมรกต
    กลุ่มโบราณสถานสระมรกตตั้งอยู่ในเมืองโบราณศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นโบราณสถานเนื่องในพุทธศาสนาที่มีการสร้างทับซ้อนหลายสมัย ปรากฏรากฐานสิ่งก่อสร้างที่มีทั้งอิฐและศิลาแลง ใกล้กันมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ สิ่งสำคัญในโบราณสถานแห่งนี้คือรอยพระพุทธบาทคู่ที่มีลักษณะเลียนแบบรอยเท้ามนุษย์ ตรงกลางฝ่าพระบาทมีรูปธรรมจักร ซึ่งน่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยทวารวดีและในประเทศไทย
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • พระปรางค์มหาธาตุลพบุรี
    พระปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เป็นเจดีย์ทรงปรางค์ซึ่งเป็นรูปแบบที่พัฒนามาจากปราสาทในศิลปะเขมร แต่มีรูปทรงที่เพรียวกว่าและเป็นศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนฐานก่อเป็นฐานบัวลูกฟักซ้อนลดหลั่นกันจำนวน ๓ ชั้น ส่วนกลางประกอบด้วยเรือนธาตุที่มีมุขยื่นออกมาทางตะวันออก…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๐๒
  • ปราสาทปรางค์แขก
    ปราสาทปรางค์แขกเป็นหลักฐานศิลปกรรมแบบเขมรในประเทศไทยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ สภาพปัจจุบันประกอบด้วยปราสาทอิฐ ๓ หลัง เรียงตัวกันในแนวเหนือ –ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทองค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าองค์อื่น…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๒๕
  • ลวดลายปูนปั้นทวารวดี
    ลวดลายปูนปั้นประดับรอบฐานโบราณสถานเขาคลังใน ศิลปะทวารวดี องค์เจดีย์ก่อสร้างด้วยศิลาแลงซึ่งมีความแกร่งและมีลักษณะเป็นรูพรุน งานตกแต่งจึงใช้ลวดลายปูนปั้นมาประดับ เช่น ลวดลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนและลายกระหนกผักกูดซึ่งมีลักษณะคล้ายเลข ๑ ลวดลายเหล่านี้คงได้พัฒนามาเป็นลายไทยแบบต่างๆ ในเวลาต่อมา เช่น…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๙:๔๕

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157506
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243547
0
243547
15913794
243547
263161
16157506
Server Time: 23-06-2021 19:25:41