Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

จันทิภีมะ ถือเป็นจันทิที่แปลกที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง เนื่องจากเป็นจันทิที่ได้รับอิทธิพลจากอาคารทรงศิขระในศิลปะอินเดียเหนือ แตกต่างไปจากจันทิอื่นๆในศิลปะชวาที่มักจะมีพื้นฐานมาจากอาคารทรงวิมานในในศิลปะอินเดียใต้ อนึ่ง เป็นที่น่าแปลกว่า จันทิภีมะเป็นเพียงจันทิเดียวที่ใช้ยอดศิขระแบบอินเดียเหนือ ต่อมายอดแบบนี้จะไม่ปรากฏอีกในศิลปะชวา

ยอดปราสาทของจันทิภีมะปรากฏซุ้มกูฑุซ้อนกัน 2 ซุ้มทั้งเก็จประธานและเก็จมุมโดยไม่ปรากฏเรือนธาตุจำลอง เส้นรอบนอกของยอดอาคารจึงเป็นเส้นตรงซึ่งแตกต่างไปจากเส้นรอบนอกขั้นบันไดตามแบบศิลปะอินเดียใต้ กูฑุซ้อนกัน 2 ซุ้มนี้ ทุกซุ้มปรากฏรูปบุคคลโผล่ และมีเค้าโครงที่ดัดแปฃงมาจากกูฑุเต็มอัน-ครึ่งอันซึ่งเป็นลักษณะปกติในศิลปะอินเดียเหนือ

จันทิศรีกันทิ จันทิขนาดเล็กระหว่างจันทิอรชุนและจันทิปุนตเทพ มีผนังท่แงออกเป็น 3 เก็จอย่างง่ายๆด้วยเสาติดผนัง 4 ต้น ก้านบนเรือนธาตุยังปรากฏชั้นคอ ซึ่งบนท้องไม้มีลวดลายกูฑุและลายประจำยามซึ่งอาจหมายถึงลายชาลีหรือลายเลียนแบบช่องระบายอากาศ ที่เก็จประธานปรากฏภาพพระวิษณุผู้ถือจักรและสังข์ที่พระหัตถ์คู่บน ประทับยืน อย่างไรก็ตามพระหัตถ์คู่หน้ากลับถือหอกหรือสิ่วซึ่งไม่ใช่อาวุธของพระวิษณุโดยทั่วไป

จันทิปุนตเทพ เป็นจันทิที่งดงามอีกแห่งหนึ่งในศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น แม้ว่าเค้าโครงของสถาปัตยกรรมจะคล้ายคลึงกับจันทิอรชุน แต่จันทิปุนตเทพกลับมีรายละเอียดที่มากกว่าจันทิอรชุน ประเด็นที่มีรายละเอียดกว่าจันทิอรชุนก็คือ เก็จประธานมีการซ้อนซุ้มกาล-มกรในกรอบสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ ภายในซุ้มยังปรากฏยอดปราสาทซ้อนภายในอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนที่เก็จมุมของเรือนธาตุปรากฏการประดับเสาติดผนังที่ด้านข้างและซุ้มลายกนกที่ด้านบน การเพิ่มเติมลวดลายเช่นนี้จะปรากฏต่อไปในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง เช่นจันทิเมนดุตและจันทิปะวน

มุขด้านหน้าจันทิอรชุนมีลักษณะน่าสนใจ คือเป็นมุขสั้นๆที่มีหลังคาทรงจั่วสามเหลี่ยมตามแบบพื้นเมือง แตกต่างไปจากหลังคามุขมณฑปในศิลปะอินเดีย ที่สำคัญคือการปรากฏซุ้มกาล-มกรซึ่งครอบประตูทั้งหมด ลักษณะเช่นนี้แตกต่างไปจากศิลปะอินเดียเช่นกัน และอาจกล่าวได้ว่าซุ้มกาลมกรนี้เป็นลักษณะเฉพาะในศิลปะชวาอย่างแท้จริง ซุ้มกาล-มกร คือซุ้มซึ่งปรากฏหน้ากาลอยู่ด้านบน หน้ากาลคายวงโค้งออกมา และที่ปลายสุดของวงโค้งทั้งสองข้างปรากฏมกรหันออก

เรือนธาตุของจันทิอรชุน ปรากฏการแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยเสาติดผนังจำนวน 4 ต้น (เสา 2 ต้นตรงกลางและ 2 ต้นที่มุม) การแบ่งด้วยทำให้เรือนธาตุประหนึ่งว่าถูกแบ่งออกเป็นเก็จประธานและเก็จมุม อย่างไรก็ตาม ผนังของแต่ละเก็จไม่ได้มีการหยักมุมนัก .ทำให้ผนังของเก็จมุมและเก็จประธานอยู่ในระนาบเดียวกัน

ที่เก็จประธานปรากฏซุ้มจระนำส่วนเก็จข้างกลับไม่ปรากฏซุ้มใดๆ ซุ้มจระนำที่เก็จประธานอาจเคยประดิษฐานประติมากรรมซึ่งสูญหายไปแล้ว

จันทิอรชุนเป็นจันทิที่สำคัญที่สุดในกลุ่มห้าหลัง เป็นจันทิขนาดเล็ก มีรูปแบบอย่างง่ายๆ กล่าวคือ ประกอบด้วยฐานบัวจำนวน 1 ชั้น รองรับเรือนธาตุ ชั้นหลังคาประกอบด้วยเรือนธาตุจำลองซ้อนชั้นขึ้นไปหลายชั้น โดยแต่ละชั้นมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆทำให้เส้นรอบนอกของยอดจันทิคล้ายขั้นบันได ที่กึ่งกลางของเรือนธาตุจำลองปรากฏซุ้มจระนำขนาดเล็กซึ่งแสดงการจำลองแบบเรือนธาตุจริงขึ้นไป ที่มุมของเรือนธาตุจำลองแต่ละชั้นปรากฏ อาคารจำลอง องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำให้รูปแบบของจันทิอรชุนคล้ายคลึงอย่างมากกับอาคารทรง

กลุ่มจันทิบนที่ราบสูงเดียง

กลุ่มจันทิบนที่รายสูงเดียงที่สำคัญได้แก่ กลุ่มจันทิห้าหลังอันได้แก่ อรชุนเสมาร์ ศรีกันที ปุนตเทพและเสมาภัทร โดยจันทิที่สำคัญที่สุดในกลุ่มจันทิห้าหลัง ได้แก่จันทิอรชุน ซึ่งด้านหน้าปรากฏจันทิเสมาร์อีกแห่งหนึ่งประกอบอยู่ อาจเป็นไปได้ที่จันทิเสมาร์นี้คงอุทิศให้กับพาหนะของเทพประจำจัทิอรชุนก็ได้ (โคนนทิ?)

ชื่อของจันทิบนที่ราบสูงเดียงนี้ล้วนแต่ตั้งขึ้นตามตัวละครในมหากาพย์มหาภารตะ เช่น อรชุน ปุนตเทพ ภีมะ อย่างไรก็ตาม เทวาลัยเหล่านี้มิได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับตัวละครเหล่านี้

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
    ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ประดิษฐานที่เหนือทางเข้ามณฑปด้านทิศตะวันออกของปราสาทประธานพนมรุ้ง เป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์โดยพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพระยาอนันตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร มีดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีของพระองค์กลางดอกบัวนั้นมีพระพรหมประทับอยู่ มีพระลักษณมีซึ่งเป็นพระชายาประทับอยู่ตรงปลายพระบาท ลวดลายประดับอื่นๆ ได้แก่ รูปหน้ากาลคายพวงอุบะขนาดใหญ่ เหนือหน้ากาลมีรูปครุฑ นอกจากนี้ยังปรากฏรูปสัตว์อื่น ๆ…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๑๙
  • กลุ่มโบราณสถานสระมรกต
    กลุ่มโบราณสถานสระมรกตตั้งอยู่ในเมืองโบราณศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นโบราณสถานเนื่องในพุทธศาสนาที่มีการสร้างทับซ้อนหลายสมัย ปรากฏรากฐานสิ่งก่อสร้างที่มีทั้งอิฐและศิลาแลง ใกล้กันมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ สิ่งสำคัญในโบราณสถานแห่งนี้คือรอยพระพุทธบาทคู่ที่มีลักษณะเลียนแบบรอยเท้ามนุษย์ ตรงกลางฝ่าพระบาทมีรูปธรรมจักร ซึ่งน่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยทวารวดีและในประเทศไทย
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • เจดีย์วัดป่าสัก
    เจดีย์วัดป่าสัก ตั้งอยู่ที อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นเจดีย์ที่มีรูปแบบที่เรียกว่าเจดีย์ทรงปราสาทยอด หรือเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอด ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะที่เกิดขึ้นในศิลปะล้านนา โดยได้รับอิทธิพลจากเจดียวิหารในศิลปะพม่า ส่วนฐานมีลักษณะพิเศษคืออยู่ในผังสี่เหลี่ยม แต่ละด้านมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๙:๓๔
  • ปราสาทปรางค์แขก
    ปราสาทปรางค์แขกเป็นหลักฐานศิลปกรรมแบบเขมรในประเทศไทยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ สภาพปัจจุบันประกอบด้วยปราสาทอิฐ ๓ หลัง เรียงตัวกันในแนวเหนือ –ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทองค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าองค์อื่น…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๒๕
  • สิมวัดมัชฌิมวิทยาราม จ.ขอนแก่น
    สิมเก่าของวัดมัชฌิมวิทยารามเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเรียบง่ายแบบสิมพื้นบ้านอีสานที่พบส่วนใหญ่ แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนฐานเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงายเตี้ยๆ มีบันไดทางขึ้นและประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ช่องหน้าต่างและช่องลมก่อเป็นวงโค้งซึ่งอาจจะได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะตะวันตก ที่ผนังด้านนอกโดยรอบมีฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเวสสันดรชาดกหรือผะเหวตซึ่งเป็นเรื่องราวในพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า รูปแบบของฮูปแต้มเป็นงานช่างพื้นถิ่นอีสาน
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๐๒

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157425
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243466
0
243466
15913794
243466
263161
16157425
Server Time: 23-06-2021 19:02:33