Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

เดิมประดับอยู่บนซุ้มประตูทางเข้าของปราสาทมิเซินE1 กรอบซุ้มหน้าบันที่โค้ง กรอบหน้าบันประดับด้วยดอกไม้โดยปล่อยพื้นหลังว่างเปล่าคือลักษณะของหน้าบันในสมัยมิเซินE1 กลางหน้าบันแกะสลักภาพพระวิษณุกำลังบรรทมอยู่บนเศษนาคในมหาสมุทรหลังจากโลกได้ถูกทำลายล้างลง ระหว่างนั้นมีดอกบัวได้ผุดขึ้นจากพระนาภีของพระองค์ พระพรหมซึ่งประทับอยู่ภายในดอกบัวดังกล่าวทำการสร้างโลก ทางซ้ายและขวาของหน้าบันประดับด้วยครุฑซึ่งเป็นพาหนะของพระวิษณุ ลักษณะเด่นของพระวิษณุสังเกตได้จากการสวมกิรีฏมกุฎหรือศิราภรณ์ทรงกระบอก พระพรหมแทนด้วยภาพบุคคลที่มีพระเกศาทรงชฎามกุฎและประทับอยู่บนดอกบัว ส่วนครุฑแสดงในรูปครึ่งคนครึ่งนกและกำลังจับนาคซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของครุฑ

ปุระอุลุนดานู เป็นเทวาลัยที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบบราตัน (Bratan) ซึ่งสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี (Mengwi) ใน พ.ศ.2167 เทวาลัยหลังนี้ถือว่าเป็นเทวาลัยที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี เนื่องจากเป็นอาคารทรงเมรุที่ซ้อนถึง 11 ชั้นโดยตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ ไม่ไกลจากฝั่งเท่าไหร่นัก

                เทวาลัยหลังนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพีดานูประจำทะเลสาบซึ่งถือเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพีองค์นี้แท้จริงแล้วคือภาคปรากฏของพระวิษณุผู้ดูแลรักษาโลก อนึ่ง เนื่องจากพระองค์เป็นพระสวามีของพระนางลักษมี เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ พระองค์จึงทรงทำหน้าที่ในการควบคุมน้ำในลำธารและแม่น้ำทั้งมวล ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงอยู่ในฐานะเทพแห่งทะเลสาบด้วย

พระลักษมีและพระศรีนั้นเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นเพศหญิงและปทุมถันของนาง ด้วยเหตุนี้ น้ำพุที่เบลาหัน เทพีนางหนึ่งจึงถือปทุมถันทั้งสองข้างของนางและมีรูสำหรับให้น้ำพุไหลผ่าน ปทุมถันแทนความเป็นแม่และการประทานความอุดมสมบูรณ์ต่อจักรวาล ส่วนน้ำที่ไหลผ่านย่อมกลายเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่อวยพรให้แก่ผู้แสวงบุญที่มาอาบและดื่มกินน้ำ

ที่เกาะบาหลี น้ำพุที่กัวคชะ (Goa Gaja) ก็ปรากฏประติมากรรมที่น้ำพุเช่นกัน การที่ให้น้ำไหลผ่านน้ำพุที่เป็นประติมากรรมนั้นก็เพื่อทำให้น้ำที่ไหลผ่านกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ อันจะเป็นมงคลสำหรับผู้ที่อาบน้ำ

การนำเอาพระอัฐิมาฝังไว้กับประติมากรรมเทพเจ้า เป็นประเพณีตามลัทธิเทวราชาที่เชื่อว่า กษัตริย์เป็นอวตารของเทพเจ้า เมื่อกษัตริย์สวรรคตลงย่อมกลับเข้าไปรวมกับเทพเจ้า พระเจ้าไอร์ลังคะก็คงจะทรงนับถือไวษณพนิกายนั่นเองจึงทรงถือว่าพระองค์เป็นอวตารของพระวิษณุ ด้วยเหตุนี้ ประติมากรรมพระวิษณุคงหมายถึงพระเจ้าไอร์ลังคะ ครุฑหมายถึงเสนาบดีของพระองค์

สระน้ำเบลาหัน (CandiBelehan) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาเปนังกุหงันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก สระน้ำนี้เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าไอร์ลังคะ (Ailangga)สระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำมาจากลำธารเล็กๆ  ผนังสระตัดเข้าไปในภูเขาแล้วก่อเขื่อนด้วยอิฐ แล้วกำหนดให้น้ำจากลำธารนั้นไหลผ่านประติมากรรมที่อยู่ในซุ้มจระนำที่เขื่อนอิฐดังกล่าว เขื่อนอิฐมีซุ้มจระนำ 3 ซุ้ม ซุ้มกลางประดิษฐานพระวิษณุทรงครุฑ (ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โตรวุลันแล้ว) อีกสองซุ้มปรากฏประติมากรรมพระลักษมีและพระศรี ซึ่งจริงๆแล้วก็คือเทพีองค์เดียวกัน 

สระน้ำนี้คงอยู่ในฐานะของ “ตีรถะ” หรือสระน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับการอาบน้ำของชาวฮินดู อนึ่งการอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นประเพณีของชาวฮินดูที่ยังปฏิบัติในอินเดียแม้แต่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ประเพณียังกล่าวยังสืบทอดอยู่ในเกาะบาหลีอีกด้วย

จันทิศรีกันทิ จันทิขนาดเล็กระหว่างจันทิอรชุนและจันทิปุนตเทพ มีผนังท่แงออกเป็น 3 เก็จอย่างง่ายๆด้วยเสาติดผนัง 4 ต้น ก้านบนเรือนธาตุยังปรากฏชั้นคอ ซึ่งบนท้องไม้มีลวดลายกูฑุและลายประจำยามซึ่งอาจหมายถึงลายชาลีหรือลายเลียนแบบช่องระบายอากาศ ที่เก็จประธานปรากฏภาพพระวิษณุผู้ถือจักรและสังข์ที่พระหัตถ์คู่บน ประทับยืน อย่างไรก็ตามพระหัตถ์คู่หน้ากลับถือหอกหรือสิ่วซึ่งไม่ใช่อาวุธของพระวิษณุโดยทั่วไป

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • วัดเบญจมบพิตร
    วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์เพื่อเป็นการผาติกรรมเมื่อคราวสร้างพระราชวังดุสิต สิ่งสำคัญภายในวัดได้แก่พระอุโบสถซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบ มีรูปแบบเป็นอาคารทรงไทยประเพณี หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องซ้อนชั้นประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้ง ตัวอาคารทำด้วยหินอ่อนซึ่งแตกต่างจากพระอุโบสถโดยทั่วไปมักก่ออิฐถือปูน…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๑
  • ปูนปั้นพุทธประวัติ วัดไลย์ จ.ลพบุรี
    ที่ฝาผนังด้านหน้าและหลังของพระอุโบสถวัดไลย์ จ.ลพบุรี มีภาพปูนปั้นเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติ และชาดก ดังเช่นในภาพนี้ ส่วนกลางเล่าตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ฝั่งซ้ายและขวามีการแบ่งช่องภาพเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสฝั่งละ ๕ ช่อง รวมเป็น…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๐๖
  • ประติมากรรมนูนต่ำเรื่องยมกปาฏิหาริย์
    ประติมากรรมนูนต่ำแสดงเรื่องราวในพุทธประวัติตอนยมกปาฏิหาริย์ประดิษฐานที่ด้านหลังของฐานชุกชีพระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม ยมกปาฏิหาริย์เป็นเรื่องราวที่นิยมนำมาสร้างเป็นประติมากรรมเล่าเรื่องในศิลปกรรมแบบทวารวดี ซึ่งเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของพระพุทธเจ้า การจัดองค์ประกอบภาพที่สำคัญคือส่วนกลางเป็นภาพพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท แสดงวิตรรกมุทราหรือแสดงธรรม ขนาบข้างด้วยเหล่าเทวดาเชิญเครื่องสูง เบื้องล่างขวาเป็นภาพเหล่าเดียรถีย์ เบื้องล่างซ้ายเป็นภาพพระเจ้าปเสนทิโกศลและบริวาร เบื้องบนเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของพระพุทธองค์ที่ปรากฏพระวรกายเป็นคู่ๆ…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๒๒:๐๗
  • พระพุทธชินราช
    พระพุทธชินราชประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปในศิลปะสุโขทัยหมวดพระพุทธชินราช พระพักตร์รูปไข่ค่อนข้างแป้น พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย พระรัศมีเป็นเปลว…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๓:๕๔
  • กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง
    กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่เรียกว่าอโรคยาศาลา ซึ่งเป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาล สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่๗ แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ ปราสาทประธานมักประดิษฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าแห่งยาและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามคติความเชื่อของพุทธศาสนามหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วที่มีโคปุระหรือประตูทางเข้าอยู่ทางด้านหน้า วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างนิยมใช้ศิลาแลงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมในสมัยบายน
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๑:๓๖

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16048978
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
135019
0
135019
15913794
398180
0
16048978
Server Time: 19-05-2021 05:31:44