Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

โดยทางรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว จันทิพระวิษณุและจันทิพระพรหม มีเค้าโครงคล้ายคลึงกับจันทิพระศิวะ สถาปัตยกรรมยังคงประกอบด้วยฐานประทักษิณขนาดใหญ่ที่มีซุ้มประตูยอดปราสาทขนาบด้วยซุ้มทวารบาล ฐานบัวสองชั้นรองรับเรือนธาตุโดยที่ชั้นล่างปรากฏเทพประจำทิศ เรือนธาตุที่แบ่งออกเป็นสองชั้นและแต่ละชั้นระดับซุ้มจระนำ รวมถึงยอดวิมานที่ประดับด้วยอาคารจำลองยอดสถูปิกะที่มีริ้วคล้ายอมลกะเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม รูปแบบสถาปัตยกรรมของจันทิพระวิษณุและพระพรหมกลับมีขนาดและรายละเอียดที่ย่นย่อกว่าจันทิพระศิวะ ตัวอย่างเข่นการที่ห้องของจันทิทั้งสองก็เป็นจันทิห้องเดี่ยว มิได้เป็นจันทิห้าห้องดังที่ปรากฏกับจันทิพระศิวะ ยอดซึ่งมีความตี้ยกว่ารวมถึงการย่นย่อ “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” ให้กลายเป็นเพียง “สถูปิกะที่มีฐานรองรับ” เท่านั้น

สำหรับยอดปราสาทของจันทิปรัมบะนันนั้น เนื่องจากเทวาลัยดังกล่าวมีแผนผังกากบาทตั้งแต่ฐานยันยอดวิมาน ซึ่งทำให้เรือนธาตุจำลองทุกชั้นมีแผนผังกากบาทเช่นเดียวกับเรือนธาตุ อาคารจำลองที่ประดับชั้นวิมานของจันทิยังคงมีลักษณะเป็น “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” ดังที่ปรากฏมาก่อนแล้วในจันทิในศาสนาพุทธหลังอื่นๆในศิลปะชาภาคกลางตอนปลาย

                อย่างไรก็ตาม สถูปิกะยอดอาคารจำลองเหล่านี้กลับมีริ้วกลีบมะเฟืองอันคล้ายคลึงกับอมลกะในศิลปะอินเดียเหนือเป็นอย่างยิ่ง อาจเป็นไปได้ที่มีอิทธิพลของอมลกะในศิลปะอินเดียเหนือเข้ามาใหม่ในระยะนี้ และอาจเป็นความตั้งใจของช่างในการออกแบบให้จันทิแห่งนี้มีความแตกต่างไปจากจันทิในพุทธศาสนาที่นิยมใช้สถูปิกะ

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป็นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป้นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

ยอดวิมานของจันทิเซวูหลังประธานประดับไปด้วย ”อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” โดยชั้นวิมานชั้นล่างประดับจำนวนสามหลังซึ่งตรงกับการแบ่งเก็จจำนวนสามเก็จ อนึ่ง อาคารจำลองยอดสถูปิกะนี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย เนื่องจากปรากฏทั้งที่จันทิกะลาสัน จันทิเซวูจันเทิส่าหรีและจันทิเพลาสัน

                ส่วนชั้นวิมานชั้นบน ประดับด้วยสถูปซึ่งมีฐานและมีการยกเก็จที่มุมเพื่อรองรับสถูปิกะบริวารทุกทิศ การใช้ยอดในลักษณะดังกล่าวปรากฏเสมอสำหรับจันทิประธานและบริวารที่จันทิเซวูแห่งนี้

จันทิกะลาสัน มีหลังคาตามระบบวิมานแบบอินเดียใต้ กล่าวคือ ปรากฏเรือนธาตุจำลองซ้อนขึ้นไปหลายชั้น อย่างไรก็ตาม ลักษณะพิเศษของจันทิแห่งนี้ก็คือ เรือนธาตุจำลองนั้นอยู่ในผังแปดเหลี่ยมซึ่งแตกต่างไปจากเรือนธาตุจริงที่อยู่ในผังกากบาท

อาคารจำลองเองก็มีลักษณะพิเศษ คือ เป็น “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” ซึ่งแตกต่างไปจากศิลปะชวาภาคกลางตอนกลางที่ใช้แต่สถูปิกะเพียงอย่างเดียวอนึ่ง “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ”นี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคกลางตอนปลายอย่างแท้จริง เนื่องจากปรากฏอีกที่จันทิส่าหรี เพลาสัน เซวูและปรัมบะนัน

จันทิปะวนเป็นจันทิขนาดเล็ก สร้างขึ้นในบริเวณเดียวกับบุโรพุทโธและจันทิเมนดุต โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน หลายท่านเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับบุโรพุทโธและจันทิเมนดุต เนื่องด้วยตั้งอยู่ในแกนเดียวกัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจแสดงประติมานวิทยาพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

องค์ประกอบของจันทิปะวน ประกอบด้วยฐาน 2 ชั้น โดยฐานชั้นล่างเป็นฐานประทักษิณ มีบันไดทางขึ้นทางด้านหน้า ส่วนฐานด้านบนเป็นฐานที่รองรับเรือนธาตุ ผนังเรือนธาตุแบ่งออกเป็นสามส่วน เก็จประธานประกอบด้วยภาพสลักเรื่องต้นกัลปพฤกษ์ล้อมรอบไปด้วยหม้อเพชรพลอยและกินนร-กินนรี ซึ่งเก็จมุมปรากฏซุ้มจระนำที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ประทับยืน

 

จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธ ที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ น่าเชื่อว่าจันทิทั้งสามตั้งอยู่ในแกนเดียวกันจึงมีความสัมพันธ์กันทางด้านประติมานวิทยา

จันทินี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าจันทิบนที่ราบสูงเดียง และตั้งอยู่บนฐาน 2 ชั้น โดยฐานชั้นล่างอยู่ในฐานประทักษิณ เรือนธาตุมีการแบ่งออกเป็นสามส่วนคือแบ่งเป็น “เก็จประธาน” และ “เก็จมุม” ทั้งเก็จประธานและเก็จมุมมีการสลักภาพพระโพธิสัตว์ส่วนยอดของจันทิแห่งนี้ยังคงระบบ “วิมานอินเดียใต้” แต่กลับเปลี่ยนการประดับชั้นหลังคาจาก “อาคารจำลอง” ให้กลายเป็นการประดับ “สถูปิกะ” หรือ “เจดีย์จำลอง” โดยประดับตลอดแนวชั้นหลังคา

จันทิอรชุนเป็นจันทิที่สำคัญที่สุดในกลุ่มห้าหลัง เป็นจันทิขนาดเล็ก มีรูปแบบอย่างง่ายๆ กล่าวคือ ประกอบด้วยฐานบัวจำนวน 1 ชั้น รองรับเรือนธาตุ ชั้นหลังคาประกอบด้วยเรือนธาตุจำลองซ้อนชั้นขึ้นไปหลายชั้น โดยแต่ละชั้นมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆทำให้เส้นรอบนอกของยอดจันทิคล้ายขั้นบันได ที่กึ่งกลางของเรือนธาตุจำลองปรากฏซุ้มจระนำขนาดเล็กซึ่งแสดงการจำลองแบบเรือนธาตุจริงขึ้นไป ที่มุมของเรือนธาตุจำลองแต่ละชั้นปรากฏ อาคารจำลอง องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำให้รูปแบบของจันทิอรชุนคล้ายคลึงอย่างมากกับอาคารทรง

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • เจดีย์วัดอุโมงค์เถรจันทร์
    ตามประวัติกล่าวกว่าวัดอุโมงค์เถรจันทร์มีมาแล้วตั้งแต่สมัยพญามังราย เดิมชื่อวัดไผ่สิบเอ็ดกอ ต่อมาได้รับการบูรณะสมัยพระเจ้ากือนาเพื่อให้เป็นที่พำนักของมหาเถรจันทร์ จึงมีชื่อเรียกในภายหลังว่า วัดอุโมงค์เถรจันทร์ รูปแบบของเจดีย์เป็นทรงระฆังขนาดใหญ่ ประกอบด้วยส่วนฐานที่มีลักษณะพิเศษคืออยู่ในผังกลมซ้อนกัน ๓ ฐาน รองรับองค์ระฆังขนาดใหญ่…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๗:๒๒
  • พระปฐมเจดีย์
    พระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นครอบทับซากเจดีย์องค์เดิมที่มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ที่ทรงค้นพบขณะทรงผนวชและได้เสด็จธุดงค์มายังบริเวณนี้ โดยทรงเชื่อว่าน่าจะเป็นเจดีย์แห่งแรกในดินแดนไทยที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พุทธศาสนาได้เผยแผ่มายังสุวรรณภูมิในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จึงได้พระราชทานชื่อเจดีย์นี้ว่า พระปฐมเจดีย์ รูปแบบของพระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บ้างเรียกว่าทรงลังกา เนื่องจากคล้ายคลึงกับเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกา พระปฐมเจดีย์มีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๘
  • จิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา
    ที่พระอุโบสถวัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลายที่เป็นหลักฐานสำคัญปรากฏอยู่ที่ฝาผนังภายในพระอุโบสถทั้ง ๔ ด้าน ที่ด้านหน้าพระพุทธรูปประธานเขียนเล่าเรื่องจักรวาลวิทยาตามคติโบราณ โดยปรากฏภาพเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีเขาสัตตบริภัณฑ์ล้อมรอบโดยมีความสูงลดหลั่นลงมา ที่ยอดเขาพระสุเมรุเป็นที่สถิตของพระอินทร์และเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์จุฬามณี ซึ่งในทัศนะของช่างได้เขียนเป็นภาพเจดีย์ทรงเครื่องอันเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลาย
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๑๒
  • ปราสาทพิมาย
    ปราสาทพิมายสร้างขึ้นในราวครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นต้นมา จากนั้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ จึงมีการปฏิสังขรณ์และสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆเพิ่มเติม ปราสาทหินพิมายตั้งอยู่กลางเมืองพิมายหรือวิมายที่ปรากฏนามตามจึก โดยปราสาทประธานหันหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งแตกต่างจากปราสาทหลังอื่นที่มักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๔๓
  • พระเสริม
    หลวงพ่อพระเสริมเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ตามตำนานกล่าวว่าพระเสริมเป็นพระพุทธรูปหนึ่งในสามองค์ที่พระธิดาแห่งกษัตริย์ล้านช้างได้สร้างขึ้น คือ พระสุก พระเสริม และพระใส ต่อมาพระเสริมได้รับการอัญเชิญมายังกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๗:๕๔

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16049586
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
135627
0
135627
15913794
398788
0
16049586
Server Time: 19-05-2021 06:22:06