Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้านรสีหบดี อันเป็นรัชกาลสุดท้ายก่อนที่กองทัพมองโกลจะเข้าตีพุกาม ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19 มิงกลาเจดีย์เป็นเจดีย์แบบพม่าแท้ในสมัยพุกามตอนปลายสุด เจดีย์องค์นี้มีคติที่เป็นอัปมงคล คือ มีความเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของพุกาม เจดีย์องค์นี้จึงไม่ได้รับการบูรณะในรุ่นหลัง รูปแบบโดยทั่วไปมีลักษณะเหมือนกับเจดีย์ชเวซิกองเกือบทุกประการ มีลักษณะเป็นเจดีย์อยู่ในผังสี่เหลี่ยมยกเก็จซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น (มุมประธานมีขนาดใหญ่) ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะปาละ และเจดีย์กลุ่มอิทธิพลปาละในศิลปะพุกาม ฐานแต่ละชั้นประดับด้วยลวดบัวแบบพม่าแม้ คือ ท้องไม้มีการเจาะช่องสำหรับบรรจุภาพชาดก และกลีบบัวเหนือหน้ากระดานบน เจดีย์มีลานประทักษิณ (มีสถูปิกะประดับอยู่แต่ละชั้น) บันไดทางขึ้น และซุ้มประตู ถัดขึ้นไปเป็นฐานแปดเหลี่ยม และฐานกลม รวมถึงมีบัวปากระฆังรองรับองค์ระฆัง ซึ่งมีการประดับรัดอก ลายหน้ากาลคายพวงมาลัย พวงอุบะ และ บัวคอเสื้อต่อขึ้นไปเป็นปล้องไฉน ไม่มีบัลลังก์ ต่อด้วยปัทมบาท และปลี ส่วนความต่างกับเจดีย์ชเวซิกอง คือ ฐานชั้นแรกของมิงกลาเจดีย์ใช้ลูกฟักขนาดเล็กคาดท้องไม้แทนที่จะใช้บัวลูกแก้ว และสถูปิกะชั้นบนสุดไม่ได้รวมกลุ่มเป็นหมู่ห้า

ที่ลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัยซึ่งมีจารึกระบุว่าสร้างขึ้นในพ.ศ.1912(ต้นพุทธศตวรรษที่ 20)เทวาลัยหลังนี้มีรูปแบบที่อาจใช้เป็นตัวอย่างศึกษาสถาปัตยกรรมชวาภาคตะวันออกตอนปลายสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตได้

เทวาลัยมีขนาดเล็กและอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุมีรัดอกคาดและที่ประตูทั้งสี่ทิศประดับหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายซึ่งลักษณะทั้งหมดนี้คล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรียอดของจันทิมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรีเช่นกัน กล่าวคือประกอบด้วยชั้นหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่ประดับด้วยอาคารจำลอง อย่างไรก็ตาม เส้นรอบนอกของยอดที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่อ่อนช้อยซึ่งคงแสดงพัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสิงหาส่าหรี ยิ่งกว่านั้น อาคารจำลองของจันทิที่มีจำนวนถึง 7 หลังนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าอาคารจำลองในศิลปะสมัยสิงหาส่าหรีที่มีจำนวนเพียง 5 หลังต่อชั้นเท่านั้น

จันทิจาวีเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี มีรูปแบบที่อาจเปรียบเทียบกับจันทิอื่นๆในศิลปะชวาภาคตะวันออก เช่น เรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ยอดที่ดูเหมือนสถูปในพุทธศาสนานั้น แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูซึ่งกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์นครกฤตาคมอันเป็นพงศาวดารพื้นเมือง

จันทิสิงหาส่าหรีมีรูปแบบที่เทียบได้กับจันทิโดยทั่วไปในศิลปะชวาภาคตะวันออก กล่าวคือ เป็นอาคารขนาดเล็กที่มีเรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ช่างสลักด้านบนลงด้านล่าง ด้วยเหตุนี้ด้านล่างจึงยังคงสลักไม่เสร็จ แต่ด้านบน โดยเฉพาะที่ยอดและหน้ากาลมีลวดลายเสร็จสมบูรณ์แล้วหลายจุดที่น่าชมก็คือ ลวดลายหน้ากาลที่มีลายกนกครอบคลุมอย่างมาก

รายละเอียดเรือนธาตุของจันทิกิดาล ซึ่งเหนือประตูกลางปรากฏหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายตามแบบศิลปะชวาภาคตะวันออก กล่าวคือ เป็นหน้ากาลที่มีปากล่าง มีเขี้ยวยื่นออกมา มีเขาและมีมือที่ชูนิ้วขึ้นในท่าขู่ (ดรรชนีมุทรา)  หน้ากาลที่ด้านบนสุดของประตูใหญ่นั้น ย่อมเป็นรูปแบบที่สืบทอดมาจากการประดับซุ้มกาล-มกรครอบซุ้มประตูในศิลปะชวาภาคกลางนั่นเอง อย่างไรก็ตาม มกรนั้นได้หายไปเหลือแต่เพียงหน้ากาลในระยะนี้

เรือนธาตุยังปรากฏ “เส้นรัดอก” รัดกลางเรือนธาตุซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคตะวันออก รัดอกนี้แท้จริงแล้วก็คือเส้นคาดเรือนธาตุสองชั้นที่สืบมาตั้งแต่ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลายส่วนซุ้มจระนำขนาดเล็กทั้งสองที่ขนาบข้างประตูนั้น คงได้แก่ซุ้มทวารบาลของพระศิวะ อันได้แก่นันทิเกศวรและมหากาล

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • เจดีย์ช้างล้อม
    วัดช้างล้อมตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงระฆังในผังกลม มีชุดบัวถลาเป็นส่วนรองรับองค์ระฆังซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะสุโขทัย ถัดขึ้นไปบัวเป็นองค์ระฆัง บัลลังก์สี่เหลี่ยม และปล้องไฉนทรงกรวย เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งภายในซุ้มโดยรอบ ชั้นล่างสุดประดับด้วยประติมากรรมรูปช้างล้อมรอบฐานเจดีย์ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นตามคติความเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์ที่ค้ำจุนพุทธศาสนาและค้ำจุนจักรวาล…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • กลุ่มโบราณสถานสระมรกต
    กลุ่มโบราณสถานสระมรกตตั้งอยู่ในเมืองโบราณศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นโบราณสถานเนื่องในพุทธศาสนาที่มีการสร้างทับซ้อนหลายสมัย ปรากฏรากฐานสิ่งก่อสร้างที่มีทั้งอิฐและศิลาแลง ใกล้กันมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ สิ่งสำคัญในโบราณสถานแห่งนี้คือรอยพระพุทธบาทคู่ที่มีลักษณะเลียนแบบรอยเท้ามนุษย์ ตรงกลางฝ่าพระบาทมีรูปธรรมจักร ซึ่งน่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยทวารวดีและในประเทศไทย
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • จิตรกรรมฝาผนังเรื่องการนมัสการรอยพระพุทธบาท จ.สระบุรี
    ภายในพระอุโบสถวัดมหาสมณาราม จ.เพชรบุรี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นในราวรัชกาลที่ ๔-๕ เกี่ยวกับปูชนียสถานที่สำคัญของไทย ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เป็นต้น ฉากหนึ่งที่สำคัญคือการเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาท…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๖:๐๓
  • ธรรมาสน์ วัดศรีนวลสว่างอารมณ์ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
    วัดศรีนวลสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านชีทวน ต.ชีทวน อ. เขื่องใน จ. อุบลราชธานี สิ่งสำคัญภายในวัด คือ ธรรมาสน์ที่มีลักษณะเป็นสิงห์ขนาดใหญ่เทินปราสาท…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๐๖
  • จิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา
    ที่พระอุโบสถวัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลายที่เป็นหลักฐานสำคัญปรากฏอยู่ที่ฝาผนังภายในพระอุโบสถทั้ง ๔ ด้าน ที่ด้านหน้าพระพุทธรูปประธานเขียนเล่าเรื่องจักรวาลวิทยาตามคติโบราณ โดยปรากฏภาพเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีเขาสัตตบริภัณฑ์ล้อมรอบโดยมีความสูงลดหลั่นลงมา ที่ยอดเขาพระสุเมรุเป็นที่สถิตของพระอินทร์และเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์จุฬามณี ซึ่งในทัศนะของช่างได้เขียนเป็นภาพเจดีย์ทรงเครื่องอันเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลาย
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๑๒

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16050078
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
136119
0
136119
15913794
399280
0
16050078
Server Time: 19-05-2021 07:02:47