Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15

เทวาลัยประธานนั้น ประกอบด้วยเทวาลัยจำนวน 8 สร้างขึ้นอุทิศให้กับตรีมูรติ โดยเทวาลัย8 หลัง เทวาลัยประธานจำนวนสามหลังสร้างอุทิศให้กับตรีมูรติ อันได้แก่ เทวาลัยหลังกลางอุทิศให้กับพระศิวะ เทวาลัยหลังทิศเหนืออุทิศให้กับพระวิษณุและเทวาลัยหลังทิศใต้อุทิศให้กับพระพรหมส่วนเทวาลัยด้านหน้าอีกสามหลังนั้นเป็นเทวาลัยที่สำหรับพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม อันได้แก่โคนนทิ ครุฑและหงส์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีเทวาลัยอีกสองหลังเล็กขนาบทั้งสองด้าน เทวาลัยหลังเล็กนี้คงสร้างขั้นเพื่ออุทิศให้กับพระสูรยะและพระจันทร์

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป็นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป้นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

จันทิเซวู ถือเป็นจันทิในพุทธศาสนามหายานที่มีความซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะชวาภาคกลาง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ซึ่งนับถือพุทธศาสนามหายาน

แผนผังรวมของจันทิเซวูประกอบด้วยจันทิประธานตรงกลางและจันทิบริวารจำนวนมากที่อยู่ล้อมรอบในผังรูปสี่เหลี่ยม จันทิประธานนั้นอยู่ในผังกากบาทส่วนจันทิบริวารมีลักษณะเป็นจันทิห้องเดี่ยวๆ จันทิเหล่านี้ทำให้นักวิชาการส่วนมากเชื่อว่า จันทิเซวูได้รับเค้าโครงแผนผังมาจากระบบ “มณฑล” หรือการจำลองจักรวาลที่เต็มไปด้วยที่ประทับของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์และเทพเจ้าในตำแหน่งต่างๆ

จันทิเพลาสัน เป็นจันทิทางพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย มีรูปแบบคล้ายกับจันทิส่าหรีแต่มีอาคารสองหลังและมีอาคารขนาดเล็กล้อมรอบในลักษณะของแผนผังแบบมณฑล 

จันทิกะลาสันเป็นจันทิในผังกากบาทมีห้าห้อง จันทิแบบกากบาทซึ่งมีแผนผังห้าห้องนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากปรากฏอย่างน้อยกับจันทิที่สำคัญสามหลังในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย อันได้แก่จันทิกะลาสัน จันทิเซวูและจันทิปรัมบะนันผังแบบห้าห้องนี้คล้ายคลึงกับ “มณฑล” หรือแผนผังการจำลองจักรวาลในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน อนึ่ง ในประเทศอินเดีย แผนผังแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรกกับศาสนสถานประธานที่วัดโสมปุรีมหาวิหารหรือปหรรปุระ ในศิลปะปาละตอนต้น

บุโรพุทโธ สถูปทางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในศิลปะชวา สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อจำลองจักรวาลในพุทธศาสนามหายาน

บุโรพุทโธอยู่ในฐานะ “มณฑล” หรือจักรวาลจำลองในพุทธศาสนามหายานซึ่งมีการจำลองจักรวาลทั้งสามระบบไปพร้อมกัน คือระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ (อาทิพุทธ-ธยานิพุทธ-มานุษิพุทธ) ระบบภูมิสาม (อรูปภูมิ-รูปภูมิ-กามภูมิ) และ (ธรรมกาย-สัมโภคกาย-นิรมาณกาย) โดยการจำลองนั้น ใช้ทั้งระบบภาพสลัก ระบบแผนผังและการปรากฏภาพเล่าเรื่อง ระบบพระพุทธรูปในซุ้ม รวมถึงระบบสถูปมาใช้ในการจำลอง กล่าวคือ ภาพเล่าเรื่องนั้นไล่ระดับตั้งแต่คัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์โลกจนไปถึงคัมภีร์ที่แสดงความพยายามในการหลุดพ้นจากกามภูมิและรูปภูมิตามลำดับ ฐานประทักษิณนั้นก็เริ่มต้นจากฐานเพิ่มมุมที่มีภาพสลักซึ่งแสดงลักษณะของรูปภูมิไล่ขึ้นไปจนถึงฐานกลมซึ่งไม่มีภาพสลักอันแสดงถึงความเป็นอรูปภูมิ พระพุทธรูปเองก็แสดงให้เห็นรูปภูมิเนื่องจากปรากฏไล่ขึ้นไปจากพระพุทธรูปธยานิพุทธซึ่งปรากฏองค์พระชัดเจน จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่แสดงพระมหาไวโรจนะอันซ่อยอยู่ภายในสถูป แสดงให้เห็นความเป็นกึ่งรูปภูมิกึ่งอรูปภูมิ และในที่สุดได้กลายเป็นสถูปทึบซึ่งไม่มีพระพุทธรูปและลวดลายสลักใดๆ อันแสดงถึงความเป็นอรูปภูมิอย่างแท้จริง

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • พระพุทธรูปในซุ้มจระนำที่ฐานเจดีย์เหลี่ยม
    เจดีย์เหลี่ยมหรือกู่คำ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในรัชกาลพญามังราย เมื่อครั้งสร้างเวียงกุมกามเป็นราชธานี ได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยหลวงโยนการพิจิตร (หม่องปันโหย่) คหบดีชาวพม่า ในราวพ.ศ.๒๔๔๙…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๙:๑๗
  • เจดีย์วัดเชียงมั่น
    เจดีย์วัดเชียงใหม่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทแบบล้านนา กล่าวคือ เป็นเจดีย์ที่มีเรือนธาตุในผังสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม มีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูป เหนือเรือนธาตุเป็นชั้นหลังคาลาดรองรับเจดีย์ทรงระฆัง ซึ่งมีระเบียบตามแบบแผนของเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะล้านนา มีช้างประดับที่ส่วนฐานโดยรอบ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อที่ง่าช้างเป็นสัตว์ที่ช่วยค้ำจุนพุทธศาสนาและค้ำจุนจักรวาล เนื่องจากเจดีย์องค์นี้มีความสำคัญในล้านนาจึงผ่านการบูรณะมาหลายสมัย รูปแบบที่ปรากฏน่าจะเป็นงานในช่วงพุทธศตวรรษที่…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๙:๒๓
  • วัดเจดีย์ซาว
    วัดเจดีย์ซาว หรือวัดเจดีย์ซาวหลัง ตั้งอยู่ที่ ต. ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปาง "ซาว" แปลว่า…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๙:๐๘
  • พระไสยาสน์ วัดธรรมจักรเสมาราม
    พระไสยาสน์วัดธรรมจักรเสมารามเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวัฒนธรรมทวารวดี ประทับไสยาสน์แบบตะแคงขวา หรือสีหไสยาสน์ ประดิษฐานภายในอาคารก่ออิฐ องค์พระสร้างโดยการใช้หินทรายขนาดใหญ่เรียงกัน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๙:๒๗
  • หอนางอุสา
    หอนางอุสาตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีลักษณะเป็นโขดหินซึ่งแต่เดิมคงเกิดจากการกระทำตามธรรมชาติ และพบร่องรอยการก่อสร้างเพิ่มเติมด้วยฝีมือมนุษย์ โดยก่อเป็นห้องที่มีประตูและหน้าต่างขนาดเล็กอยู่ที่ผนังทั้งสองข้าง พื้นที่ห้องกว้างไม่มากนัก แต่สามารถใช้ในการประกอบพิธีกรรมหรือบำเพ็ญสมาธิได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ มีการปักใบเสมาหินขนาดกลางและใหญ่ล้อมรอบหอนางอุสาเอาไว้ด้วย…
    Written on วันอังคาร, ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157466
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243507
0
243507
15913794
243507
263161
16157466
Server Time: 23-06-2021 19:13:46