Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

จันทิจาวีเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี มีรูปแบบที่อาจเปรียบเทียบกับจันทิอื่นๆในศิลปะชวาภาคตะวันออก เช่น เรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ยอดที่ดูเหมือนสถูปในพุทธศาสนานั้น แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูซึ่งกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์นครกฤตาคมอันเป็นพงศาวดารพื้นเมือง

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพอรชุนซึ่งต้องการอาวุธปาศุปัตจากพระศิวะ จึงเดินทางไปยังเขาอินทรกิละเพื่อบำเพ็ญตบะ อรชุนได้ผจญภัยมากมายและในที่สุดได้พบฤาษีไทวปายานะ ต่อมาอรชุนได้บำเพ็ญตบะโดยการยืนขาเดียวเพื่ออัญเชิญพระศิวะ

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพทุรโยธน์เปลื้องผ้านางเทราปตี เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการแพ้พนันของพวกปาณฑพทุรโยธน์จึงได้ฉุดลากนางเทราปตีและเปลื้องผ้าต่อหน้าธารกำนัลเพื่อให้ได้อาย แต่นางเทราปตีได้สวดอ้อนวอนต่อพระกฤษณะทำให้ผ้าของนางยาวไม่สิ้นสุด

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพยุธิษฐิระกำลังเล่นสกากับเการพภายในอาคาร ส่วนปาณฑอื่นๆ เช่น ภีมะ อรชุน นกุลและสหเทพยืนอยู่ด้านนอก การตีความบุคคลนี้สามารถตีความได้จากการสังเกตเครื่องแต่งกาย เช่น ภีมะและอรชุนมักสวมมงกุฎที่มีสองก้ามคล้ายก้ามปู โดยภีมะมักนั่งผ้าเตี่ยวแสดงความแข็งแรง

ฐานชั้นแรกของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องนิทานปัญจตันตระในภาษาชวาและเรื่องกุญชรกรรณคือเรื่องที่ยักษ์ไปเห็นกระทะทองแดงที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเพื่อนของตนในนรก จึงนำข่าวมาบอกเพื่อเพื่อให้เพื่อปฏิบัติธรรมและเข้าถึงพระมหาไวโรจนะภาพนี้เป็นภาพกระทะทองแดงรูปวัวซึ่งนายนิรินบาลกำลังเตรียมสำหรับเพื่อนของกุญชรกรรณะ

จันทิจาโก (CandiJago) เป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าวิษณุวรรธนะแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรีจันทิแห่งนี้เป็นเทวาลัยที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อโมฆปาศ(พระโพธิสัตว์อวโลกิเตสวรถือบ่วงบาศ) อย่างไรก็ตาม ฐานของเทวาลัยหลังนี้กลับเล่าเรื่องในศาสนาฮินดู อันแสดงให้เห็นการผสมผสานกันระหว่างศาสนาทั้งสอง ฐานของเทวาลัยแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นแรกเป็นเรื่องปัญจตันตระและกุญชรกรรณะ ชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเรื่องมหาภารตะ 

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • พระปฐมเจดีย์
    พระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นครอบทับซากเจดีย์องค์เดิมที่มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ที่ทรงค้นพบขณะทรงผนวชและได้เสด็จธุดงค์มายังบริเวณนี้ โดยทรงเชื่อว่าน่าจะเป็นเจดีย์แห่งแรกในดินแดนไทยที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พุทธศาสนาได้เผยแผ่มายังสุวรรณภูมิในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จึงได้พระราชทานชื่อเจดีย์นี้ว่า พระปฐมเจดีย์ รูปแบบของพระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บ้างเรียกว่าทรงลังกา เนื่องจากคล้ายคลึงกับเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกา พระปฐมเจดีย์มีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๘
  • พระพุทธสิหิงค์
    พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง หรือที่นิยมเรียกว่าพระพุทธรูปแบบสิงห์ พุทธลักษณะที่สำคัญคือพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์กลมอมยิ้ม พระหนุเป็นปม ขมวดพระเกศาใหญ่…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๕๕
  • กู่พระเจ้าล้านทอง หรือ โขงพระเจ้า
    กู่ หรือ โขง หมายถึงอาคารทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ใช้ในความหมายว่าพระพุทธเจ้าประทับภายในปราสาท และเป็นสัญลักษณ์ว่าสิ่งที่ประดิษฐานภายภายในโขงหรือกู่นั้นเป็นสิ่งที่ควรต่อการเคารพบูชา เช่นเดียวกับการประดิษฐานพระพุทธรูปในบุษบกของศิลปะรัตนโกสินทร์ รูปแบบของกู่อยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุม มีช่องคูหาด้านหน้าเพื่อให้มองเห็นพระพุทธรูป ส่วนยอดประกอบด้วยเรือนซ้อนชั้นผสมกับหลังคาลาด…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๔๒
  • ปราสาทภูมิโพน
    ปราสาทภูมิโพน ตั้งอยู่ที่ อ.สังขละ จ.สุรินทร์ ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากลักษณะของปราสาทและทับหลังที่พบสันนิษฐานได้ว่าเป็นปราสาทสมัยก่อนเมืองพระนครที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่พบในประเทศไทย น่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ตรงกับศิลปะไพรเกมง ศาสนสถานแห่งนี้ประกอบด้วยปราสาทประธานและอาคารขนาดเล็ก…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๔๗
  • ฮูปแต้มที่สิมวัดสนวนวารีพัฒาราม
    วัดสนวนวารีพัฒนาราม ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น สิ่งที่สำคัญภายในวัด คือ อุโบสถหรือสิมโบราณที่มีลักษณะเรียบง่ายเช่นเดียวกับสิมพื้นบ้านอีสานทั่วไป ที่ผนังด้านนอกมีฮูปแต้มหรือภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนเรื่องสินไซซึ่งเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านอีสานหรือที่ภาคกลางรู้จักกันในชื่อสังข์ศิลป์ชัย สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕…
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๑๐

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157361
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243402
0
243402
15913794
243402
263161
16157361
Server Time: 23-06-2021 18:44:47