Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

พระเจ้ากยันสิตถาทรงสร้างอนันทเจดีย์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1634 และมีตำนานกล่าวถึงพระสงฆ์เล่าเรื่องถ้ำนันทมูลบนเขาคันธมาทน์ให้กับพระเจ้ากยันสิตถาฟัง พระองค์จึงสร้างวิหารนี้ขึ้น จากรูปแล้วอานันทเจดีย์เป็นอาคารที่มีแผนผังแบบจตุรมุข ทำให้ผังมีลักษณะเป็นรูปกากบาท สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากปหรรปุระ ในศิลปะปาละ ตอนต้น บริเวณแกนกลางทึบ มีหน้าที่ช่วยในการรองรับน้ำหนักยอดศิขระ ภายในมีการประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ พิงแกนกลางของอาคาร อาจมีความหมายถึง พระอดีตพุทธ ภายในมีทางเดินประทักษิณ 2 ชั้น และมีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับทางเดิน ส่วนหลังคาลาดทำเป็นหลังคาลาดซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น ที่มุมหลังคาแต่ละชั้นมีการประดับเจดีย์ขนาดเล็ก เรียกว่า “สถูปิกะ” ถัดขึ้นไปจากหลังคาเป็นยอดทรงศิขระต่อด้วยเจดีย์องค์เล็กๆที่ยอด นอกจากนี้ที่วิหารด้านนอกยังมีการประดับแผ่นดินเผาเคลือบเป็นเรื่องพุทธชาดก 550 ชาติ ซึ่งมีจารึกมอญอยู่ด้านล่าง และยังมีวิหารอนันทออกจอง (วิหารขนาดเล็ก) สันนิษฐานว่าน่าจะใช้เป็นที่สำหรับพระภิกษุ นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ภายในมีการเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องเขาพระสุเมรุ ซึ่งมีอิทธิพลจีนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

วิหารปะโตตาเมียะ แปลว่า วิหารที่งอกงาม หมายถึง วิหารที่เป็นจุดศูนย์กลางให้พุทธศาสนา งอกงาม เผยแพร่ออกไปกว้างไกล มีตำนานกล่าวถึงพระเจ้าสอระหันเป็นผู้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้า แต่มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งกล่าวว่าเป็นวัดที่สร้างโดยพระเจ้าสอลูเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 มีลักษณะเป็นเจดีย์กลุ่มอิทธิพลปาละ แผนผังเป็นอาคารที่มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า (ครรภคฤหะมณฑป) ทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านบนเป็นองค์ระฆังทรงโอคว่ำ มีลักษณะคอดเล็กน้อยที่เอวมากกว่าจะเป็นทรงระฆังองค์ระฆังอยู่ในผังสิบสองเหลี่ยม และแต่ละเหลี่ยมมีการคาดด้วยเส้นลวดบัวในแนวตั้ง เส้นที่คาดต่อเนื่องไปถึงบัลลังก์ ซึ่งอยู่ในผังสิบสองเหลี่ยมเช่นเดียวกับ ส่วนปล้องไฉนมีลักษณะเป็นแผ่นฉัตร อนึ่ง บนปล้องไฉนปรากฏแถบในแนวตั้ง 12 แถบ (น่าจะกลายมาจากแผ่นเกล็ดสามเหลี่ยมในศิลปะปาละ) และที่สำคัญภายในวิหารยังมีภาพจิตรกรรมที่ยังใช้สีโทนเดียวทำจากธรรมชาติ มีสีเหลือง น้ำตาล เทา และดำเป็นหลัก ภาพจิตรกรรมมีหลายเรื่องราว เช่น ภาพพุทธประวัติ ตอนหมู่กษัตริย์มาเข้าเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะที่กำลังอุ้มเจ้าชายสิทธัตถะ ภาพเจ้าชายสิทธัตถะประทับนั่งบนเรือเสด็จไปตามลำน้ำ ภาพเจ้าชายสิทธัตถะปลงพระเกศาริมแม่น้ำอโนมา ภาพพระพุทธเจ้าแสดง ปฐมเทศนา นอกจากนี้ยังมีภาพอดีตพุทธเจ้ากับพระสาวก และชาดกเรื่องต่างๆ 550 ชาติ

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากยันสิทถา มีอายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 17 ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้ากยันสิทถาเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายได้ทรงหลบหนีราชภัยจากพระเจ้าสอลูมาหลบซ่อนอยู่ที่บริเวณนี้โดยมีพญานาคคอยปกป้องคุ้มภัย เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์จึงโปรดให้สร้างสถานที่แห่งนี้ เจดีย์นาคยนเป็นเจติยวิหารในศิลปะพุกาม ตอนต้น ก่อด้ยอิฐ มีลักษณะผังเป็นแบบอาคารที่มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า (ครรภคฤหะมณฑป) ภายในมีทางเดินประทักษิณรอบห้องครรภคฤหะ และตรงกลางด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกประทับยืน นอกจากนี้ ยังมีการพบเครื่องไม้เดิมสมัยพุกาม ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วาดโดยใช้สีโทนเดียวเป็นหลัก ภาพที่เขียน เช่น ภาพอดีตพุทธเจ้า พุทธประวัติบางตอน และชาดกเรื่องต่างๆ และยังพบซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปเรียงรายรอบห้องพระประธานมีทั้งหมด 28 ซุ้ม ซึ่งน่าจะหมายถึงคติพระอดีตพุทธ ส่วนด้านนอกมีการทำหน้าต่างด้านละ 5 บาน ลักษณะเป็นซุ้มเคล็ก หน้าต่างในสมัยนี้ใช้แผงปิดหน้าต่างจึงทำให้แสดงสว่างเข้าไปได้น้อย ถัดขึ้นไปเป็นหลังคาลาด 3 ชั้น ที่มุมทั้ง 4 มีการประดับสถูปิกะ ด้านบนเป็นเจดีย์ยอดศิขระ บริเวณเก็จกลางมีการทำซุ้ม แต่เก็จขนาบเก็จประธานและเก็จมุมใช้ลวดบัวแบ่งชั้น มิได้มีการทำซุ้มกูฑุเหมือนในศิลปะอินเดียแล้ว สันนิษฐานว่าน่าจะกลายมาจากศิขระรุ่นแรกที่พบในศิลปะพุกาม

ในลานประทักษิณชั้นแรก ทางด้านซ้ายมือ (เมื่อเดินเวียนขวา) มีกำแพงเตี้ยๆซึ่งปรากฏภาพเล่าเรื่องในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น คัมภีร์ชาตกมาลา คัมภีร์ทิวยาวทานและคัมภีร์อวทานศตกะ

พระเจ้าศีพี เป็นอวทานที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่ง โดยพระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าศีพี ซึ่งปฏิญาณว่าจะสละทุกสิ่งที่มีผู้มาขอ ครั้งหนึ่ง นกเขาซึ่งกำลังถูกเหยี่ยวไล่ล่าได้เข้ามาขอให้พระองค์ทรงคุ้มครอง แต่เหยี่ยวไม่ยอมโดยกล่าวว่านกเล็กเป็นอาหารของตน ถ้าพระราชาไม่ยอมให้เหยี่ยวทั้งครอบครัวก็จะอดตาย พระราชาจึงดำริจะประทานขาของตนเองเพื่อให้เหยี่ยวนำไปกิน โดยให้ตั้งตราชั่งและชั่งนกเขากับอวัยวะของตนเอง แต่นกเขากลับมีน้ำหนักมากจนพระองค์ต้องสละร่างกายของพระองค์ทั้งหมดให้เหยี่ยว ท้ายสุดเหยี่ยวและนกเขาได้กลายร่างเป็นพระอินทร์และพระอัคนี และทูลว่ามาลองใจพระเจ้าศีพี

ในลานประทักษิณชั้นแรก ทางด้านซ้ายมือ (เมื่อเดินเวียนขวา) มีกำแพงเตี้ยๆซึ่งปรากฏภาพเล่าเรื่องในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น คัมภีร์ชาตกมาลา คัมภีร์ทิวยาวทานและคัมภีร์อวทานศตกะ

ภาพนี้เป็นภาพกัจฉปาวทาน ครั้งหนึ่ง เรือของพ่อค้ากำลังจะอัปปางในทะเล พระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพญาเต่ายักษ์จึงได้ช่วยเหลือพ่อค้าเหล่านั้นไว้ แต่เมื่อไปถึงฝั่งแล้ว พ่อค้าซึ่งหิวโหยเหล่านั้นได้จัดการฆ่าและกินเต่าพระโพธิสัตว์ซึ่งสละชีวิตตนเองเพื่อประทังชีวิตแก่พ่อค้าเหล่านั้น

สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น คัมภีร์ชาตกมาลา คัมภีร์ทิวยาวทานและคัมภีร์อวทานศตกะ

ภาพนี้เป็นภาพมหากปิชาดก พระโพธิสัตว์ได้เสวยชาติเป็นพญาวานร ต่อมากษัตริย์พร้อมด้วยบริวารมาล่าฝูงลิง พระโพธิสัตว์จึงได้ใช้หางของตนเองไปมัดไว้กับต้นไม้อีกต้นหนึ่งเพื่อช่วยเหลือฝูงลิงให้หนีไปได้ ต่อมาพระราชาได้สำนึกผิดและได้ฟังธรรมจากพญาวานร

ที่ด้านข้างของพนักบันไดและที่ฐานรองรับเรือนธาตุ (ฐานชั้นบน) ของจันทิเมนดุต ปรากฏภาพเล่าเรื่องแทรกอยู่ในลายพันธุ์พฤกษาด้วย ตัวอย่างนิทานเรื่องเล่าที่สำคัญได้แก่ นิทานเรื่องปูหนีบคอนกกระสาเจ้าเล่ห์  ภาพเล่าเรื่องจากนิทานปัญจตันตระ ซึ่งเป็นนิทานสอนใจของอินเดียแต่งโดยใช้สัตว์ต่างๆเป็นตัวละครหลัก เช่น นิทานเรื่องเต่าปากมากซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากนกกระยางสองตัว เป็นต้น นิทานบางเรื่องก็ปรากฏเช่นกันในนิทานชาดกด้วยอันแสดงให้เห็นว่านิทานเหล่านี้คงเป็นนิทานโบราณของอินเดีย จึงทำให้นิทานดังกล่าวไปปรากฏทั้งในศาสนาฮินดูและพุทธ

หมวดหมู่ศิลปะไทย

ศิลปะไทย,ศิลปะทวารวดี,ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะหริภุญชัย,ศิลปะเขมรในประเทศไทย,ศิลปะล้านนา,ศิลปะล้านช้าง,ศิลปะสุโขทัย,ศิลปะอยุธยา,ศิลปะรัตนโกสินทร์

เลือกสถานที่ศิลปะไทย

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะไทย

  • ทับหลังปราสาทพิมายเรื่องรามาวตาร
    ทับหลังภายนอกปราสาทพิมายเล่าเรื่องราวเนื่องในศาสนาฮินดู มีหลายฉากสำคัญที่มาจากเรื่องรามาวตารซึ่งเป็นอวตารภาคหนึ่งของพระวิษณุ เช่น ตอนพระรามและพระลักษมณ์ต้องศรนาคบาศก์แสดงเหตุการณ์โดยมีภาพพระรามและพระลักษมณ์ถูกพันธนาการด้วยพญานาคตลอดลำตัว ท่ามกลางเหล่าทหารซึ่งเป็นลิงกำลังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ บ้างก็แสดงท่าทางคารวะด้วยการยกมือไหว้เหนือศีรษะหรือเท้าแขนและแตะมืออีกข้างไว้ที่หน้าอก
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๔๕
  • วัดพระศรีสรรเพชญ จ.พระนครศรีอยุธยา
    วัดพระศรีสรรเพชญเป็นวัดในบริเวณพระราชวังโบราณกรุงศรีอยุธยาที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา อันเป็นแนวคิดเดียวกับการสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ สิ่งสำคัญภายในวัดได้แก่ พระวิหารหลวงซึ่งเคยประดิษฐานพระศรีสรรเพชญซึ่งเป็นพระพุทธรูปประธาน ในปัจจุบันเหลือเพียงซากฐาน กับเจดีย์ประธานของวัดซึ่งมีรูปแบบเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ๓ องค์เรียงกัน องค์ประกอบที่สำคัญของเจดีย์ได้แก่ มาลัยเถาซึ่งเป็นส่วนรองรับองค์ระฆังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปะอยุธยา…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๔:๐๔
  • สิมวัดมัชฌิมวิทยาราม จ.ขอนแก่น
    สิมเก่าของวัดมัชฌิมวิทยารามเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเรียบง่ายแบบสิมพื้นบ้านอีสานที่พบส่วนใหญ่ แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนฐานเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงายเตี้ยๆ มีบันไดทางขึ้นและประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ช่องหน้าต่างและช่องลมก่อเป็นวงโค้งซึ่งอาจจะได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะตะวันตก ที่ผนังด้านนอกโดยรอบมีฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเวสสันดรชาดกหรือผะเหวตซึ่งเป็นเรื่องราวในพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า รูปแบบของฮูปแต้มเป็นงานช่างพื้นถิ่นอีสาน
    Written on วันพฤหัสบดี, ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ๐๘:๐๒
  • พระปรางค์สามยอด
    พระปรางค์สามยอดประกอบด้วยปราสาท ๓ องค์เรียงกันในแนวเหนือ – ใต้ แต่ละองค์เชื่อมต่อกันด้วยฉนวนหรือมุขกระสัน สร้างด้วยศิลาแลงซึ่งมีลักษณะที่เป็นรูพรุนและแข็งแกร่ง จึงใช้ลวดลายปูนปั้นในการประดับสถาปัตยกรรม นักวิชาการเชื่อว่าพระปรางค์สามยอดสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘…
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๒:๓๐
  • กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง
    กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่เรียกว่าอโรคยาศาลา ซึ่งเป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาล สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่๗ แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ ปราสาทประธานมักประดิษฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าแห่งยาและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามคติความเชื่อของพุทธศาสนามหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วที่มีโคปุระหรือประตูทางเข้าอยู่ทางด้านหน้า วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างนิยมใช้ศิลาแลงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมในสมัยบายน
    Written on วันพุธ, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๑:๓๖

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16157213
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
243254
0
243254
15913794
243254
263161
16157213
Server Time: 23-06-2021 17:44:14