Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย  สายสิงห์

ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์

สถานที่ทำงาน
ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ ๒) สาขาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร
- D.E.A. (en Histoire de l'art ) มหาวิทยาลัยปารีส-ซอร์บอนน์ (ปารีส 4) (Université de Paris-Sorbonne, Paris IV) ประเทศฝรั่งเศส
- ปริญญาเอก ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี มหาวิทยาลัยปารีส-ซอร์บอนน์ (ปารีส 4) (Doctorat , en Histoire de l'art et Archéologie, Université de Paris-Sorbonne, Paris IV), ประเทศฝรั่งเศส

ตัวอย่างผลงานทางวิชาการ
- งานวิจัย
- ศิลปะสุโขทัย : บทวิเคราะห์หลักฐานโบราณคดี จารึกและงานศิลปกรรม
- งานช่างสมัยพระนั่งเกล้าฯ
- ศิลปะเมืองเชียงแสน : วิเคราะห์งานศิลปกรรมร่วมกับหลักฐานทางโบราณคดีและเอกสารทางประวัติศาสตร์.
- โครงการลพบุรีศึกษาเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาการของสังคมและเศรษฐกิจไทย เรื่อง “พัฒนาการศิลปกรรมสมัยก่อนอยุธยาและสมัยอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๒๔)

- หนังสือ
-"พระพุทธรูป" ใน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่มที่ ๒๙
- “ปราสาทขอมในประเทศไทย” ใน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่มที่ ๓๐
- ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมพุทธศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย
- สองศตวรรษ วัดสุทัศนเทพวราราม ศูนย์กลางจักรวาลศูนย์กลางพระนคร


- บทความ
- ความสัมพันธ์ด้านรูปแบบระหว่างพระพุทธรูป หินทราย สกุลช่างพะเยากับพระแก้วมรกต
- เจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูมกับเจดีย์บริวาร : แผนผังและวิวัฒนาการ
- ช้างประดับฐานพระพุทธรูปศิลปะล้านนาสกุลช่างพะเยา
- "ฐานบัวงอน" กับความสัมพันธ์ด้านศิลปกรรมระหว่างล้านนากับล้านช้าง
- พระเจ้าหย่อนตีน พระพุทธรูปลีลา และพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ในศิลปะสุโขทัย
- พระพุทธบาทไม้ประดับมุกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
- พระพุทธรูปแข้งคมในศิลปะล้านนา
- พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ศิลปะอยุธยา : กรณีศึกษาพระพุทธรูปที่พบในองค์พระมงคลบพิตร
- พระพุทธสิหิงค์คือพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนา

ความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าเป็นความเชื่อพื้นเมืองที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการรับนับถือพระพุทธศาสนา อาจกล่าวได้ว่านัต คือ ผีบรรพบุรุษ หรืออีกในหนึ่ง คือเทวดาคล้ายเทพารักษ์ มีหน้าที่ในการคอยคุมครองดูแลสถานที่ โดยมีการตั้งศาลคล้ายศาลเพียงตาตั้งบูชาอยู่ในสถานที่นั้นๆ บุคคลที่ขะได้รับการนับถือเป็นนัตนั้นจะต้องมีสาเหตุการตายที่ไม่ธรรมดา เพราะเชื่อว่าจะมีอิทธิฤทธิ์สูงกว่าผีทั่วไป เมื่อครั้งที่พุทธศาสนาจากเมืองมอญเข้าสู่เมืองพม่าในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ความเชื่อเรื่องนัตได้ถูกผสมผสานเข้ากับพุทธศาสนา นัตถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง โดยพระเจ้าอนิรุทธิ์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึนที่เขาโปปา ซึ่งใกล้กับเมืองพุกาม มีทั้งหมด 37 ตน มีนัตองค์สำคัญ เช่น นัตตัจจา หรือท้าวสักกะ(พระอินทร์) ถือเป็นเจ้าแห่งนัตทั้งปวง นัตพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ เป็นต้น ในพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพม่าของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่านัตมี 39 ตน นอกจากนี้ที่วัดชเวซิกองมีการสร้างนัตที่ทำจากไม้ ขนาดเท่ากับหุ่นกระบอกครบ 37 ตนเพียงแห่งเดียว มัเพียงรูปเดียวที่มีขนาดเท่าคนจริงสวมเครื่องทรงกษัตริย์คือพระอินทร์ผู้เป็นหัวหน้าแห่งนัตทั้งปวง

พระเจ้ากยันสิตถาทรงสร้างอนันทเจดีย์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1634 และมีตำนานกล่าวถึงพระสงฆ์เล่าเรื่องถ้ำนันทมูลบนเขาคันธมาทน์ให้กับพระเจ้ากยันสิตถาฟัง พระองค์จึงสร้างวิหารนี้ขึ้น จากรูปแล้วอานันทเจดีย์เป็นอาคารที่มีแผนผังแบบจตุรมุข ทำให้ผังมีลักษณะเป็นรูปกากบาท สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากปหรรปุระ ในศิลปะปาละ ตอนต้น บริเวณแกนกลางทึบ มีหน้าที่ช่วยในการรองรับน้ำหนักยอดศิขระ ภายในมีการประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ พิงแกนกลางของอาคาร อาจมีความหมายถึง พระอดีตพุทธ ภายในมีทางเดินประทักษิณ 2 ชั้น และมีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับทางเดิน ส่วนหลังคาลาดทำเป็นหลังคาลาดซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น ที่มุมหลังคาแต่ละชั้นมีการประดับเจดีย์ขนาดเล็ก เรียกว่า “สถูปิกะ” ถัดขึ้นไปจากหลังคาเป็นยอดทรงศิขระต่อด้วยเจดีย์องค์เล็กๆที่ยอด นอกจากนี้ที่วิหารด้านนอกยังมีการประดับแผ่นดินเผาเคลือบเป็นเรื่องพุทธชาดก 550 ชาติ ซึ่งมีจารึกมอญอยู่ด้านล่าง และยังมีวิหารอนันทออกจอง (วิหารขนาดเล็ก) สันนิษฐานว่าน่าจะใช้เป็นที่สำหรับพระภิกษุ นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ภายในมีการเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องเขาพระสุเมรุ ซึ่งมีอิทธิพลจีนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

5961848
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
88824
0
88824
5872859
88824
343906
5961848
Server Time: 17-12-2017 20:46:28