Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ที่หน้าบัน (tympanum) ของโบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ปรากฏตราอาร์มซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตราประจำตระกูลของผู้สร้างโบสถ์ ส่วนด้านล่างตราอาร์มนั้นปรากฏซุ้มโค้งประดิษฐานรูปนนักบุญออกุสติน นักบุญผู้อุปถัมภ์โบสถ์ ด้านหนึ่งเป็นรูปหัวใจของพระคริสต์กำลังถูกลูกศรทิ่มแทง อีกด้านหนึ่งเป็นรูปหมวกและไม้เท้าของบิชอบ อันเป็นสัญลักษณ์ของนักบุญออกุสตินซึ่งเคยเป็นบิชอปของอัลจีเรีย (Algeria)

Published in ลาว๊าก

แผงด้านหน้าของโบสถ์เมืองปาวาย สร้างขึ้นด้วยอิฐและปูนปั้น อันแตกต่างไปจากผนังด้านข้างที่สร้างด้วยหินปะการัง แผงด้านหน้า (façade) ที่นี่ประดับด้วยเสาติดผนัง 6 ต้น ซึ่งแบ่งแผงด้านหน้าออกเป็น 5 ส่วน ด้านบนครอบด้วย pediment แบบคลาสิก แต่มีที่แขวนระฆังขนาดเล็กอยู่ด้านบนสุดของหน้าบันด้วย ในส่วน nave ปรากฏประตูอาร์คโค้งเพียงบานเดียว และไม่มีประตูสำหรับ aisle ส่วนที่บริเวณหน้าจั่ว (Tympanum) ปรากฏอาร์ควงโค้งเพื่อทำห้าที่เป็นหน้าต่างและซุ้ม นอกจากนี้ยังมีการประดับตราอาร์มของตระกูลที่อุปถัมภ์โบสถ์ดังกล่าว

Published in ลาว๊าก

โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์ โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1699 แต่ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องด้วยแผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่ใน ค.ศ.1710 ซึ่งยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน

Published in ลาว๊าก

ด้านหลังของโบสถ์ซานนิโคลัส เมืองซานนิโคลัสใกล้เมืองโลวาก ถือเป็นตัวอย่างผนังด้านหลังของโบสถ์ในศิลปะฟิลิปปินส์ ซึ่งไม่ได้อยู่ในลักษณะของเอปส์วงโค้ง (apse) ซึ่งแตกต่างไปจากศิลปะตะวันตกโดยทั่วไป ผนังด้านหลังของโบสถ์ในศิลปะฟิลิปปินส์มักมีลักษณะคล้าย façade เพียงแต่มีความเรียบง่ายกว่า façade ด้านหน้าเสมอ

Published in ลาว๊าก

โบสถ์ซานนิโคลัส เมืองซานนิโคลัสใกล้เมืองโลวาก ถือเป็นโบสถ์ที่มีความเป็นบารอค (Baroque) มากที่สุด โดยสังเกตได้จากหน้าบันวงโค้งที่ลื่นไหล (volute) แตกต่างจากหน้าบันสามเหลี่ยมแบบคลาสิก หนาบันวงโค้งนี้ยังสอดรับการรูปทรงของซุ้มประตูและหน้าต่างประธานที่อยู่ในกรอบวงโค้งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความลื่นไหลของหน้าบันก็ไม่อาจเทียบได้กับความลื่นไหล (flamboyant) ในศิลปะบารอคในทวีปยุโรป โบสถ์ซานนิโคลัส สร้างขึ้นใน ค.ศ.1709 โดยตั้งชื่อตามนักบุญที่อุปถัมภ์เมือง โบสถ์แห่งนี้มีหอระฆังอยู่ติดกับตัวโบสถ์ ซึ่งถือเป็นลักษณะที่แปลกในสกุลช่างโลวาก-วีกันที่มักสร้างหอคอยให้ตั้งอยู่แยกจากตัวโบสถ์เสมอ

Published in ลาว๊าก

อาสนวิหารแห่เมืองโลวากสร้างขึ้นใน ค.ศ.1581 โดยพระสงฆ์ในนิกายออกุสติน ต่อมาถูกสร้างให้ใหญ่ขึ้นใน ค.ศ.1700 แต่ก็เสียหายในแผ่นดินไหวและทำให้มีการบูรณะอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ครั้งหลังสุดบูรระในศตวรรษที่ 19 แผงด้านหน้า façade ของโบสถ์แห่งนี้ เป็นโบสถ์ที่ทีความคล้ายคลึงกับโบสถ์เซนต์ปอลแห่งเมืองวีกันมากที่สุด มีองค์ประกอบตามแบบคลาสิกคือด้านบนปรากฏหน้าบันสามเหลี่ยม (pediment) รองรับด้วยเสาโครินเธียนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความหนาหนักของเสาที่เรียงกันหลายต้นย่อมทำให้โบสถ์แห่งนี้มีความเป็นพื้นเมืองสูง การประดับเสาอีกจำนวนหนึ่งที่หน้าบันก็แสดงความเป็นพื้นเมืองเช่นกัน น่าสังเกตว่าโบสถ์มีสัดส่วนที่ “เตี้ย” และ“แผ่กว้าง” อันดูเหมือนว่าเป็นสัดส่วนที่นิยมกันในแถบเมืองโลวาก-วีกัน

Published in ลาว๊าก

โบสถ์ซานตาลูเชีย (Santa Lucia) เมือง Narvacan วึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองวีกัน เป็นโบสถ์ขนาดเล็กแต่มีความน่าสนใจ ด้วยเหตุที่แผงด้านหน้า (façade) ของโบสถ์มีลักษณะเป็นแบบบารอค (baroque) อย่างแท้จริงด้วยการออกแบบหน้าบันวงโค้งที่ลื่นไหล ประดับด้วยขมวดก้นหอย (volute) และถ้วยรางวัล (trophy) โดยไม่มีลักษณะความเป็นคลาสิกปะปนอยู่เลย

Published in วีกัน

โบสถ์ Assumption แห่งเมือง Santa Maria มีผนัด้านหน้า (façade) ตามแบบบารอค (baroque) โดย façade ขนาบด้วยหอคอยสองด้านและเสาอีกสองต้น แบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วน ด้านบนปรากฏหน้าบันแบบบารอคที่ใช้หน้าบันวงโค้งตรงกลางขนาบด้วยหน้าบันโค้งเว้า (convex) ทางด้านข้างซึ่งทำให้หน้าบันด้านบนมีความลื่นไหลแตกต่างไปจากแบบคลาสิก ที่ปลายสุดซึ่งตรงกับหอคอยขนาบข้างนั้นปรากฏการประดับถ้วยรางวัล (trophy) ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นองค์ประกอบแบบบารอค ด้านข้างของโบสถ์นั้นถูกค้ำยันด้วย buttress ที่หนาหนัก อันเป็นการทำให้ผนังด้านข้างของโบสถ์ทนต่อแผ่นดินไหวอันรุนแรงของฟิลิปปินส์

Published in วีกัน

โบสถ์ Assumption แห่งเมือง Santa Maria ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ โดยตั้งขนานไปกับลักษณะของเนินเขา นอกจากนี้ งปรากฏหอระฆังและบ้านพักนักบวชอยู่บนยอดเนินเดียวกันอีกด้วย โบสถ์แห่งนี้สถาปนาขึ้นใน ค.ศ. 1765 โดยอุทิศให้กับแม่พระปางได้รับยกขึ้นสู่สวรรค์ (Assumption) โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบบารอคที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งฟิลิปปินส์ตอนเหนือ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Published in วีกัน

โบสถ์ประจำสุสาน (Cemetery Chapel )ซึ่งเรียกกันในภาษาพื้นเมืองว่า Simbaan a Bassit ตั้งอยู่ทางงทิศใต้ของเมืองวีกัน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1852 เป็นโบสถ์ขนาดเล็กที่มีแผงด้านหน้าแบบบารอคอย่างชัดเจน โดยแบ่งแผงด้านหน้าออกเป็นห้าส่วนด้วยเสาติดผนัง ด้านบนปรากฏหน้าบันโค้งเว้าตามแบบบารอค ด้านข้างประดับด้วย volute ขนาดใหย่ตามแบบบารอค และปรากฏประตูที่ใช้เป็นประตูเข้าไปสู่สุสาน การที่หน้าบันของ façade ใช้เป็นที่แขวนระฆังด้วยนั้น ถือเป็นรูปแบบที่พบไม่บ่อยนักในศิลปะฟิลิปปินส์ (ส่วนนี้เรียกในภาษาสเปนว่า Espadraña)

Published in วีกัน
plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะฟิลิปปินส์

ศิลปะชวาภาคกลาง,จันทิอรชุน,จันทิปุนตเทพ,จันทิศรีกันทิ,จันทิภีมะ,จันทิเมนดุต,จันทิปะวน,บุโรพุทโธ,จันทิกะลาสัน,จันทิส่าหรี,จันทิเพลาสัน,จันทิเซวู,จันทิปรัมบะนัน,ชวาตะวันออก,จันทิเบลาหัน,จันทิกิดาล,จันทิจาโก, จันทิสิงหาส่าหรี,จันทิจาวี,จันทิปะนะตะรัน,จันทิติกุส,จันทิบาจังระตู,บาหลี,ปุระทานาล็อต,ปุระเบซาคิห์,ปุระอุลุนดานู,ปุระเกเห็น,ปุระมาโอสปาหิต,ปุระตะมันอยุน,จันทิสี่หลังที่กุหนุงกาวีร

เลือกสถานที่ศิลปะฟิลิปปินส์

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะฟิลิปปินส์

  • ศิลปะฟิลิปปินส์
    ศิลปะฟิลิปปินส์            รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๔๐
  • กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros)
    เมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘:๕๓
  • ป้อมซานติอาโก (Santiago)
    ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกทำลายด้วยโจรสลัดจีน จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยใช้หิน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๖
  • เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก
    เซนต์เจมส์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและนักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน เนื่องจากฟิลิปปินส์เคยตกเป็นเมืองขึ้นสเปนจึงมีการใช้ภาพนักบุญองค์นี้ประดับประตูของป้อมซานติอาโก้ด้วย อนึ่ง เนื่องด้วยสเปนเคยตกอยู่ภายใต้แขกมัวรู้นับถือศาสนาอิสลามแต่ต่อมาชาวคริสต์สามารถปราบปรามแขกมัวร์ลงได้ ด้วยเหตุนี้ เซนต์เจมส์จึงมักแสดงภาพเป็นนักบุญขี่ม้าเหยียบย่ำอยู่บนแขกมัวร์ ภาพสลักนี้เป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๘
  • อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral)
    อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบปัจจุบันของอาสนวิหารแห่งมะนิลา มีแผนผังเป็นรูปกากบาทแบบละติน (Latin Cross)…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๑๑

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

15377343
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
78449
0
78449
15298729
78449
82106
15377343
Server Time: 28-11-2020 03:07:42