Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

นักบุญวิลเลียม ฤาษี หรือ วิลเลียมแห่งมาเลวา (William the hermit or William of Maleva) เป็นผู้อุปถัมภ์เมือง Laoag ในฟิลิปปินส์ และยังเป็นองค์อุปถัมภ์ช่างตีเหล็ก นักรบ ท่านเกิดในฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 12 (เป็นนักบุญในยุคกลาง) แต่เดิมท่านมีอาชีพเป็นทหารมาก่อน ต่อมาท่านได้เดินทางไปโรมและพบกับพระสันตะปาปายูจีนที่ 3 (Eugene III) ผู้ส่งท่านไปแสวงบุญยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อชดเชยบาปที่ได้กระทำ ระหว่างทางท่านได้ใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวช ท่านใช้ชีวิตในกรุงเยรูซาเล็ม 1-2 ปี ก่อนกลับมายังอิตาลี และถือพรตตามวินัยของนักบุญออกุสติน ต่อมาท่านได้ก่อตั้งคณะ Williamite ซึ่งเป็นคณะย่อยของคณะนักบุญออกัสติน ในบั้นปลายชีวิตของท่านใช้ชีวิตอยู่ในป่าใกล้เมือง Pisa เรียกว่า Maleva หรือป่าปีศาจ จนสิ้นชีวิตในค.ศ.1154 และได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี 1202 โดยพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 3

เครื่องหมายอัลฟาและโอเมกา มาจากตัวอักษรแรกและตัวสุดท้ายของอักษรกรีก ในพระคัมภีร์วิวรณ์ พระเยซูคริสต์เคยตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมก้า เป็นปฐมกาลและอวสาน” ซึ่งแสดงถึงสภาวะพระเจ้าของพระองค์ เครื่องหมายนี้มักปรากฏในส่วนต่างๆของโบสถ์ รวมทั้งในเทียนปัสกาด้วย ในอาสนวิหารแห่งนี้ ยังมีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระตรีเอกภาพด้วย

ด้านหลังของโบสถ์ซานนิโคลัส เมืองซานนิโคลัสใกล้เมืองโลวาก ถือเป็นตัวอย่างผนังด้านหลังของโบสถ์ในศิลปะฟิลิปปินส์ ซึ่งไม่ได้อยู่ในลักษณะของเอปส์วงโค้ง (apse) ซึ่งแตกต่างไปจากศิลปะตะวันตกโดยทั่วไป ผนังด้านหลังของโบสถ์ในศิลปะฟิลิปปินส์มักมีลักษณะคล้าย façade เพียงแต่มีความเรียบง่ายกว่า façade ด้านหน้าเสมอ

Published in ลาว๊าก

แท่นบูชาหลัก (main altar) ภายในโบสถ์ซานนิโคลัส แสดงลักษณะความเป็นบารอค (baroque) ด้วยการประดับหน้าบันวงโค้งและครึ่งหน้าบันที่มีการผ่าครึ่ง แต่เสาโครินเธียนและคาน entablature ยังแสดงความเป็นคลาสิกมาก แท่นบูชานี้ประดิษฐานรูปนักบุญนิโคลัส ซึ่งเป็นนักบุญที่อุปถัมภ์ทั้งโบสถ์และเมือง

Published in ลาว๊าก

โบสถ์ซานนิโคลัส เมืองซานนิโคลัสใกล้เมืองโลวาก ถือเป็นโบสถ์ที่มีความเป็นบารอค (Baroque) มากที่สุด โดยสังเกตได้จากหน้าบันวงโค้งที่ลื่นไหล (volute) แตกต่างจากหน้าบันสามเหลี่ยมแบบคลาสิก หนาบันวงโค้งนี้ยังสอดรับการรูปทรงของซุ้มประตูและหน้าต่างประธานที่อยู่ในกรอบวงโค้งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความลื่นไหลของหน้าบันก็ไม่อาจเทียบได้กับความลื่นไหล (flamboyant) ในศิลปะบารอคในทวีปยุโรป โบสถ์ซานนิโคลัส สร้างขึ้นใน ค.ศ.1709 โดยตั้งชื่อตามนักบุญที่อุปถัมภ์เมือง โบสถ์แห่งนี้มีหอระฆังอยู่ติดกับตัวโบสถ์ ซึ่งถือเป็นลักษณะที่แปลกในสกุลช่างโลวาก-วีกันที่มักสร้างหอคอยให้ตั้งอยู่แยกจากตัวโบสถ์เสมอ

Published in ลาว๊าก

ใน ค.ศ. 1614 เมือง Bacarra ทางตอนเหนือของเมืองโลวาก ได้กลายเป็นศูนย์กลางอีกแห่งหนึ่งของนิกายออกุสติน และใน ค.ศ. 1707 โบสถ์และหอระฆังได้ถูกสร้างขึ้น แต่ตัวโบสถ์ได้ถูกทำลายลงในแผ่นดินไหวใน ค.ศ.1983 ทำให้ปัจจุบันยังคงเหลือหอระฆังอยู่เท่านั้น หอระฆังแห่งนี้ตั้งแยกออกจากตัวโบสถ์ซึ่งถือเป็นลักษณะปกติในศิลปะฟิลิปปินส์ทั้งสกุลช่างโลวากและวีกัน หอระฆังมีองค์ประกอบแบบคลาสิก คือประกอบด้วยเสาดอริกคู่ขนาบอาคารในแต่ละชั้น หอคอยอยู่ในผังสี่เหลี่มทั้งหมดอันเป็นลักษณะสำคัญของสกุลช่างโลวาก ปัจจุบันเหลืออยู่พียงสองชั้นเท่านั้นเนื่องจากโดมด้านบนพังจากแผ่นดินไหว

Published in ลาว๊าก

แท่นบูชาประธานภายในโบสถ์เซนต์วิลเลี่ยม เมืองโลวาก เป็นแท่นบูชาสองชั้นที่มีองค์ประกอบแบบคลาสิก คือ ใช้เสาโครินเธียน คานซึ่งมีขื่อปลอม (Entablature with dentils) และอาร์คโค้ง เป็นองค์ประกอบหลัง แม้ว่าจะปรากฏถ้วยรางวัล (trophy) ตามระบบบารอกแทรกอยู่ก็ตาม ซุ้มกลางของแท่นบูชา เป็นที่ประดิษฐานเซนต์วิลเลี่ยม ซึ่งเป็นนักบุญที่อุปถัมภ์โบสถ์

Published in ลาว๊าก

ภายในอาสนวิหารแห่เมืองโลวาก ปรากฏแท่นบูชาสามแท่น คือ แท่นบูชาประธานซึ่งตรงกับตำแหน่งของ Nave และแท่นบูชาด้านข้างที่ที่ตรงกับตำแหน่งของ Aisle โดยที่แท่นบูชาด้านข้างย่อมอยู่ด้านหน้า ส่วนแท่นบูชาประธานมักอยู่ด้านหลังลึกเข้าไป ระเบียบ “แท่นบูชาสามแท่น” นี้เป็นระบบที่นิยมมากในศิลปะฟิลิปปินส์สกุลช่างโลวาก-วีกัน โดยโบสถ์ในสกุลช่านี้จะไม่อยู่ในแผนผังแบบละตินครอส ซึ่งแตกต่างไปจากสกุลช่ามะนิลา ในทางประติมานวิทยา แท่นบูชาประธานมักประดิษฐานนักบุญที่โบสถ์หลังนั้นๆอุทิศให้ ส่วนแท่นบูชาด้านข้างมักประดิษฐานรูปพระเยซูหรือบุคคลในครบครัวของพระองค์ เช่น แม่พระหรือเซนต์โจเซฟ เป็นต้น

Published in ลาว๊าก

อาสนวิหารแห่เมืองโลวากสร้างขึ้นใน ค.ศ.1581 โดยพระสงฆ์ในนิกายออกุสติน ต่อมาถูกสร้างให้ใหญ่ขึ้นใน ค.ศ.1700 แต่ก็เสียหายในแผ่นดินไหวและทำให้มีการบูรณะอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ครั้งหลังสุดบูรระในศตวรรษที่ 19 แผงด้านหน้า façade ของโบสถ์แห่งนี้ เป็นโบสถ์ที่ทีความคล้ายคลึงกับโบสถ์เซนต์ปอลแห่งเมืองวีกันมากที่สุด มีองค์ประกอบตามแบบคลาสิกคือด้านบนปรากฏหน้าบันสามเหลี่ยม (pediment) รองรับด้วยเสาโครินเธียนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความหนาหนักของเสาที่เรียงกันหลายต้นย่อมทำให้โบสถ์แห่งนี้มีความเป็นพื้นเมืองสูง การประดับเสาอีกจำนวนหนึ่งที่หน้าบันก็แสดงความเป็นพื้นเมืองเช่นกัน น่าสังเกตว่าโบสถ์มีสัดส่วนที่ “เตี้ย” และ“แผ่กว้าง” อันดูเหมือนว่าเป็นสัดส่วนที่นิยมกันในแถบเมืองโลวาก-วีกัน

Published in ลาว๊าก

จัตุรัสกลางเมืองโลวาก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาสนวิหาร เป็นศูนย์กลางเมืองที่มีศูนย์ราชการสมัยโบราณตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นศาลาว่าการเมืองและศาลเป็นต้น ที่กึ่งกลางจัตุรัสปรากฏอนุสาวรีย์ทรง Obelisk ซึ่งเป็นรูปทรงของอนุสาวรีย์ที่นิยมมากในยุโรปอันเนื่องด้วยการขนย้ายเสา Obelisk จากอียิปต์ อนุสาวรีย์แห่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดการผูกขาดการค้ายาสูบ (Abolishing the Tobacco Monopoly Monument) โดยสร้างขึ้นใน ค.ศ.1881 โดยรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าA lfonso XII แห่งสเปนทรงยกเลิกการผูกขาดการค้าขายยาสูบ

Published in ลาว๊าก
plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะฟิลิปปินส์

ศิลปะชวาภาคกลาง,จันทิอรชุน,จันทิปุนตเทพ,จันทิศรีกันทิ,จันทิภีมะ,จันทิเมนดุต,จันทิปะวน,บุโรพุทโธ,จันทิกะลาสัน,จันทิส่าหรี,จันทิเพลาสัน,จันทิเซวู,จันทิปรัมบะนัน,ชวาตะวันออก,จันทิเบลาหัน,จันทิกิดาล,จันทิจาโก, จันทิสิงหาส่าหรี,จันทิจาวี,จันทิปะนะตะรัน,จันทิติกุส,จันทิบาจังระตู,บาหลี,ปุระทานาล็อต,ปุระเบซาคิห์,ปุระอุลุนดานู,ปุระเกเห็น,ปุระมาโอสปาหิต,ปุระตะมันอยุน,จันทิสี่หลังที่กุหนุงกาวีร

เลือกสถานที่ศิลปะฟิลิปปินส์

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะฟิลิปปินส์

  • ศิลปะฟิลิปปินส์
    ศิลปะฟิลิปปินส์            รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๔๐
  • กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros)
    เมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘:๕๓
  • ป้อมซานติอาโก (Santiago)
    ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกทำลายด้วยโจรสลัดจีน จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยใช้หิน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๖
  • เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก
    เซนต์เจมส์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและนักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน เนื่องจากฟิลิปปินส์เคยตกเป็นเมืองขึ้นสเปนจึงมีการใช้ภาพนักบุญองค์นี้ประดับประตูของป้อมซานติอาโก้ด้วย อนึ่ง เนื่องด้วยสเปนเคยตกอยู่ภายใต้แขกมัวรู้นับถือศาสนาอิสลามแต่ต่อมาชาวคริสต์สามารถปราบปรามแขกมัวร์ลงได้ ด้วยเหตุนี้ เซนต์เจมส์จึงมักแสดงภาพเป็นนักบุญขี่ม้าเหยียบย่ำอยู่บนแขกมัวร์ ภาพสลักนี้เป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๘
  • อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral)
    อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบปัจจุบันของอาสนวิหารแห่งมะนิลา มีแผนผังเป็นรูปกากบาทแบบละติน (Latin Cross)…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๑๑

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

15377311
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
78417
0
78417
15298729
78417
82106
15377311
Server Time: 28-11-2020 02:40:26