Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ลาว๊าก

หอคอยประจำโบสถ์เซนต์วิลเลี่ยม (St. William) ซึ่งเป็นอาสนวิหาร (Cathedral) ประจำเมืองโลวาก (Laoag) มีความสูงถึง 85 เมตร เป็นหอคอยที่เรียกว่า “หอคอยจมดิน”(Sinking Tower) เนื่องจากฐานด้านล่างของหอคอยจมลงไปในดินครึ่งหนึ่งของประตู หอคอยแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นภายหลังจากแผ่นดินไหวใน ค.ศ. 1707 ลักษณะของหอระฆังในสกุลช่างเมืองโลวากนั้น แตกต่างไปจากสกุลช่างเมือวีกันอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากหอระฆังสกุลช่างวีกันมักเป็นแปดเหลี่ยมแต่หอระฆังสกุลช่างโลวากกลับเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกันหลายชั้นเสมอ ซึ่งเป็นระเบียบที่สืบทอดมาจากหอระฆังของโบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) อันสืบทอดมาจากศิลปะสเปนและศิลปะมัวร์อีกทีหนึ่ง น่าสังเกตว่า ที่มุมด้านข้างของหอคอยปรากฏค้ำยัน (Buttress) ขนาดใหญ่จำนวนมาก เชื่อกันว่าหอคอยนี้รวมถึงหอคอยอื่นๆในแถบนี้สร้างขึ้นห่างจากโบสถ์เนื่องจากกลัวว่าหอคอยจะล้มทับโบสถ์หากเกิดแผ่นดินไหว หอคอยในแถบนี้จึงตั้งแยกจากโบสถ์เสมอ

จัตุรัสกลางเมืองโลวาก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาสนวิหาร เป็นศูนย์กลางเมืองที่มีศูนย์ราชการสมัยโบราณตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นศาลาว่าการเมืองและศาลเป็นต้น ที่กึ่งกลางจัตุรัสปรากฏอนุสาวรีย์ทรง Obelisk ซึ่งเป็นรูปทรงของอนุสาวรีย์ที่นิยมมากในยุโรปอันเนื่องด้วยการขนย้ายเสา Obelisk จากอียิปต์ อนุสาวรีย์แห่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดการผูกขาดการค้ายาสูบ (Abolishing the Tobacco Monopoly Monument) โดยสร้างขึ้นใน ค.ศ.1881 โดยรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าA lfonso XII แห่งสเปนทรงยกเลิกการผูกขาดการค้าขายยาสูบ

อาสนวิหารแห่เมืองโลวากสร้างขึ้นใน ค.ศ.1581 โดยพระสงฆ์ในนิกายออกุสติน ต่อมาถูกสร้างให้ใหญ่ขึ้นใน ค.ศ.1700 แต่ก็เสียหายในแผ่นดินไหวและทำให้มีการบูรณะอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ครั้งหลังสุดบูรระในศตวรรษที่ 19 แผงด้านหน้า façade ของโบสถ์แห่งนี้ เป็นโบสถ์ที่ทีความคล้ายคลึงกับโบสถ์เซนต์ปอลแห่งเมืองวีกันมากที่สุด มีองค์ประกอบตามแบบคลาสิกคือด้านบนปรากฏหน้าบันสามเหลี่ยม (pediment) รองรับด้วยเสาโครินเธียนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความหนาหนักของเสาที่เรียงกันหลายต้นย่อมทำให้โบสถ์แห่งนี้มีความเป็นพื้นเมืองสูง การประดับเสาอีกจำนวนหนึ่งที่หน้าบันก็แสดงความเป็นพื้นเมืองเช่นกัน น่าสังเกตว่าโบสถ์มีสัดส่วนที่ “เตี้ย” และ“แผ่กว้าง” อันดูเหมือนว่าเป็นสัดส่วนที่นิยมกันในแถบเมืองโลวาก-วีกัน

Page 1 of 5
plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะฟิลิปปินส์

ศิลปะชวาภาคกลาง,จันทิอรชุน,จันทิปุนตเทพ,จันทิศรีกันทิ,จันทิภีมะ,จันทิเมนดุต,จันทิปะวน,บุโรพุทโธ,จันทิกะลาสัน,จันทิส่าหรี,จันทิเพลาสัน,จันทิเซวู,จันทิปรัมบะนัน,ชวาตะวันออก,จันทิเบลาหัน,จันทิกิดาล,จันทิจาโก, จันทิสิงหาส่าหรี,จันทิจาวี,จันทิปะนะตะรัน,จันทิติกุส,จันทิบาจังระตู,บาหลี,ปุระทานาล็อต,ปุระเบซาคิห์,ปุระอุลุนดานู,ปุระเกเห็น,ปุระมาโอสปาหิต,ปุระตะมันอยุน,จันทิสี่หลังที่กุหนุงกาวีร

เลือกสถานที่ศิลปะฟิลิปปินส์

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะฟิลิปปินส์

  • ศิลปะฟิลิปปินส์
    ศิลปะฟิลิปปินส์ ศิลปะฟิลิปปินส์            รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๔๐
  • กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros)
    กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros) เมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘:๕๓
  • ป้อมซานติอาโก (Santiago)
    ป้อมซานติอาโก (Santiago) ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกทำลายด้วยโจรสลัดจีน จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยใช้หิน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๖
  • เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก
    เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก เซนต์เจมส์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและนักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน เนื่องจากฟิลิปปินส์เคยตกเป็นเมืองขึ้นสเปนจึงมีการใช้ภาพนักบุญองค์นี้ประดับประตูของป้อมซานติอาโก้ด้วย อนึ่ง เนื่องด้วยสเปนเคยตกอยู่ภายใต้แขกมัวรู้นับถือศาสนาอิสลามแต่ต่อมาชาวคริสต์สามารถปราบปรามแขกมัวร์ลงได้ ด้วยเหตุนี้ เซนต์เจมส์จึงมักแสดงภาพเป็นนักบุญขี่ม้าเหยียบย่ำอยู่บนแขกมัวร์ ภาพสลักนี้เป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๘
  • อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral)
    อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral) อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบปัจจุบันของอาสนวิหารแห่งมะนิลา มีแผนผังเป็นรูปกากบาทแบบละติน (Latin Cross)…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๑๑

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

5961837
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
88813
0
88813
5872859
88813
343906
5961837
Server Time: 17-12-2017 20:44:29