Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ข้อรำพึงตามสายประคำ

Written by 
Rate this item
(0 votes)
ข้อรำพึงตามสายประคำ

การสวดสายประคำเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวคริสต์มาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากชาวบ้านที่ไม่รู้หนังสือ ไม่สามารถสวดโดยอ่านบทสวดจากคัมภีร์ยาวๆได้ดังเช่นนักบวช จึงพัฒนาการสวดจากหนังสือให้เป็นการสวดสั้นๆที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถในการอ่านมากนัก ก่อนหน้านั้น สัตบุรุษจะต้องหยิบก้อนหิน 1 กำมือเข้าวัด และหย่อนหินลงในกระเป๋าทีละก้อนจนหมดบทสวด จากนั้นจึงพัฒนามาเป็นปมเชือกและร้อยแผ่นไม้เข้าไปประมาณ 50 ชิ้น โดยสวดภาวนาตามข้อรำพึง 150 บท ข้อรำพึงเหล่านี้ นำมาจากอัตชีวประวัติของแม่พระบ้าง พระเยซูบ้าง สลับกับการสวดบทข้าแต่พระบิดา และวันทามารีอา รูปแบบของการสวดสายประคำในอดีตจึงมีหลากหลายตามแต่ความถนัดและความชอบของแต่ละคน ต่อมาในปี 1483 ฤาษีคณะโดมินิกัน ได้เขียนหนังสือสดุดีแม่พระ ย่อข้อรำพึง 150 ข้อ ให้เหลือเพียง 15 ข้อ เป็นเหตุการณ์ในชีวิตของแม่พระ และเป็นพื้นฐานของการสวดสายประคำในปัจจุบัน เหตุการณ์นั้น แบ่งได้ 3 ภาค คือ ภาคชื่นชมยินดี ภาคมหาทรมาน และภาคสิริมงคลรุ่งเรือง 1.ทูตสวรรค์แจ้งข่าวแด่พระนางมารีย์ 2.พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลิซาเบ็ธ 3.พระเยซูเจ้าประสูติ 4.ถวายพระกุมารเยซูในพระวิหาร 5.แม่พระพบพระเยซูในพระวิหาร 6.พระเยซูทรงสวดภาวนาในสวนมะกอกเทศ 7.พระเยซูทรงถูกเฆี่ยน 8.พระเยซูทรงถูกสวมมงกุฏหนาม 9.พระเยซูทรงรับแบกไม้กางเขน 10.พระเยซูสิ้นพระชมน์บนไม้กางเขน 11.พระเยซูทรงคืนพระชนม์ 12.พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ 13.พระจิตเจ้าเสด็จลงมา 14.พระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ 15.พระนางมารีย์รับสวมมงกุฏเป็นราชินีแห่งสวรรค์

Read 5018 times
อาจารย์ปติสร เพ็ญสุต

ที่ทำงาน สังกัดภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ประวัติการศึกษา

ปี 2550 สำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี

ปี 2554 สำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปี 2553-2554 Specialist officer ภัณฑารักษ์ประจำ VR Museum บริษัทคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด

ปี 2555 ผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะฟิลิปปินส์

  • ศิลปะฟิลิปปินส์
    ศิลปะฟิลิปปินส์ ศิลปะฟิลิปปินส์            รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๔๐
  • กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros)
    กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros) เมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘:๕๓
  • ป้อมซานติอาโก (Santiago)
    ป้อมซานติอาโก (Santiago) ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกทำลายด้วยโจรสลัดจีน จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยใช้หิน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๖
  • เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก
    เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก เซนต์เจมส์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและนักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน เนื่องจากฟิลิปปินส์เคยตกเป็นเมืองขึ้นสเปนจึงมีการใช้ภาพนักบุญองค์นี้ประดับประตูของป้อมซานติอาโก้ด้วย อนึ่ง เนื่องด้วยสเปนเคยตกอยู่ภายใต้แขกมัวรู้นับถือศาสนาอิสลามแต่ต่อมาชาวคริสต์สามารถปราบปรามแขกมัวร์ลงได้ ด้วยเหตุนี้ เซนต์เจมส์จึงมักแสดงภาพเป็นนักบุญขี่ม้าเหยียบย่ำอยู่บนแขกมัวร์ ภาพสลักนี้เป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๘
  • อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral)
    อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral) อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบปัจจุบันของอาสนวิหารแห่งมะนิลา มีแผนผังเป็นรูปกากบาทแบบละติน (Latin Cross)…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๑๑

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

12755795
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
71226
0
71226
11794626
961004
0
12755795
Server Time: 22-08-2019 15:14:30