Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ประติมาณวิทยาศิลปะฟิลิปปินส์

ในโบสถ์คาทอลิกสมัยโบราณที่การแพทย์และสาธารณสุขยังไม่เจริญ มักจะมีการประดิษฐานรูปนักบุญร็อค (St.Roch) องค์อุปถัมภ์ของผู้ป่วยด้วยโรคระบาด ท่านเกิดในค.ศ. 1350 ณ ประเทศฝรั่งเศส(ตรงกับปีตั้งกรุงศรีอยุธยาพอดี) บิดามารดาของท่านซึ่งขุนนาง อ้อนวอนต่อพระเป็นเจ้าเพื่อขอบุตร เมื่อท่านเกิดมาจึงมีเครื่องหมายกางเขนอยู่ที่หน้าอก ท่านสำเร็จวิชาแพทย์ แต่กลับละทิ้งตำแหน่งที่สืบทอดจากบิดา ปลอมตัวเป็นคนยากจน ออกรักษาผู้ป่วยด้วยกาฬโรคที่กำลังระบาดในสมัยนั้น มีผู้ป่วยหลายคนที่ท่านรักษาให้หายได้อย่างอัศจรรย์ จนกระทั่งท่านติดโรคระบาด จึงปลีกตัวออกไปรักษาอยู่ในที่กันดาร มีสุนัขตัวหนึ่งของเศรษฐีคอยคาบขนมปังมาให้ และเลียบาดแผลที่โคนขาของท่าน ดังนั้นสัญลักษณ์ของท่านก็คือแผลที่โคนขาที่เกิดจากกาฬโรค และมีสุนัขตัวหนึ่งคอยเลียบาดแผล ท่านถูกจับในข้อหาจารชนขณะเดินทางกลับบ้านเกิด เนื่องจากไม่มีใครจำท่านได้ และได้ตายลงในคุก ต่อมาหลังมรณกรรมของท่าน เกิดอัศจรรย์โรคระบาดสงบลงในเวนิซและเฟอร์รารา จากการที่ชาวเมืองได้ภาวนาต่อพระเป็นเจ้าผ่านทางนามของท่าน ท่านจึงได้รับการประกาศเป็นนักบุญโดยพระสันตะปาปาอุรบาโนที่ 8 ในค.ศ.1629 และกำหนดให้วันที่ 16 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันที่ระลึกถึงนักบุญร็อค

เครื่องหมายอัลฟาและโอเมกา มาจากตัวอักษรแรกและตัวสุดท้ายของอักษรกรีก ในพระคัมภีร์วิวรณ์ พระเยซูคริสต์เคยตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมก้า เป็นปฐมกาลและอวสาน” ซึ่งแสดงถึงสภาวะพระเจ้าของพระองค์ เครื่องหมายนี้มักปรากฏในส่วนต่างๆของโบสถ์ รวมทั้งในเทียนปัสกาด้วย ในอาสนวิหารแห่งนี้ ยังมีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระตรีเอกภาพด้วย

นักบุญแอนโทนี แห่ง เมืองปาดัว เป็นบุตรข้าหลวงเมืองลิสบอน โปรตุเกสเกิดในค.ศ.1151 ท่านได้เข้าเป็นนักบวชคณะฟรังซิสกันตั้งแต่อายุน้อย และมีชื่อเสียงมากในด้านการเทศน์และการอัศจรรย์ต่างๆ ท่านได้เทศน์สอนให้พวกนอกรีตกลับมาหาพระคริสตธรรม เมื่อพวกนอกรีตยังดื้อรั้น ท่านก็หันไปเทศน์ให้ปลาฟัง ท่านสามารถเทศน์เป็นภาษาฝรั่งเศสได้ทั้งๆที่ไม่เคยเรียน ครั้งหนึ่ง พระเยซูคริสต์ได้ปรากฏมาหาท่านในรูปของพระกุมาร แสดงถึงจิตใจที่อ่อนโยนบริสุทธิ์เหมือนเด็กของท่าน ท่านได้พำนักอยู่ ณ เมืองปาดัว อิตาลีจนสิ้นชีวิตเมื่ออายุได้เพียง 36 ปีเท่านั้น ศพของท่านบรรจุอยู่ที่โบสถ์ซานตา มารีอาในเมืองนั้น และเกิดอัศจรรย์มากมาย และเมื่อเปิดโลงศพของท่านอีกครั้ง ปรากฏว่าศพของท่านเน่าเปื่อยผุพังไปหมดสิ้น เหลือเพียงลิ้นของท่านเท่านั้นที่ยังคงเป็นสีแดงสด แสดงถึงพระเป็นเจ้าทรงยกย่องความสามารถในการเทศน์ของท่าน

Page 1 of 14
plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะฟิลิปปินส์

  • ศิลปะฟิลิปปินส์
    ศิลปะฟิลิปปินส์ ศิลปะฟิลิปปินส์            รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี…
    Written on วันอังคาร, ๐๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๑:๔๐
  • กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros)
    กำแพงเมืองอินทรามูรอส (Intramuros) เมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘:๕๓
  • ป้อมซานติอาโก (Santiago)
    ป้อมซานติอาโก (Santiago) ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกทำลายด้วยโจรสลัดจีน จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยใช้หิน…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๖
  • เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก
    เซนต์เจมส์ (St. James) ปราบแขกมัวร์ ประตูซานติอาโก เซนต์เจมส์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและนักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน เนื่องจากฟิลิปปินส์เคยตกเป็นเมืองขึ้นสเปนจึงมีการใช้ภาพนักบุญองค์นี้ประดับประตูของป้อมซานติอาโก้ด้วย อนึ่ง เนื่องด้วยสเปนเคยตกอยู่ภายใต้แขกมัวรู้นับถือศาสนาอิสลามแต่ต่อมาชาวคริสต์สามารถปราบปรามแขกมัวร์ลงได้ ด้วยเหตุนี้ เซนต์เจมส์จึงมักแสดงภาพเป็นนักบุญขี่ม้าเหยียบย่ำอยู่บนแขกมัวร์ ภาพสลักนี้เป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๐๘
  • อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral)
    อาสนวิหารแห่งเมืองมะนิลา (Manila Cathedral) อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบปัจจุบันของอาสนวิหารแห่งมะนิลา มีแผนผังเป็นรูปกากบาทแบบละติน (Latin Cross)…
    Written on วันอาทิตย์, ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๙:๑๑

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

5961878
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
88854
0
88854
5872859
88854
343906
5961878
Server Time: 17-12-2017 20:50:47