Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ชื่อวิหารหลังนี้ ตามตำนานกล่าวว่า อุบาลีเป็นชื่อของพระภิกษุรูปหนึ่งที่คงแก่เรียนในสมัยพระเจ้าติโลมินโล ส่วนคำว่า เต็ง หมายถึง สิม หรือสีมา (โบสถ์) เมื่อรวมกันแล้วจึงแปลว่า สีมาของพระอุบาลี วิหารอุบาลีเต็งมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาลาดยกเป็นสันอยู่ตรงกลาง และมีเจดีย์ขนาดเล็กประดับที่สันหลังคา อาจหมายถึงเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บริเวณเชิงหลังคาทั้งสี่ประดับลวดลายปูนปั้น ส่วนผนังหุ้มสกัดทั้ง 2 ด้านทำเป็นซุ้มเคล็ก หรือฝักเพกา ประดับอยู่เหนือซุ้มวงโค้ง ปลายกรอบซุ้มเป็นหางหงส์ ที่ผนังมีการเจาะช่องหน้าต่าง สันนิษฐานว่าเป็นของเดิมสมัยพุกาม แต่ลวดลายปูนปั้นด้านนอกเป็นของใหม่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เบื้องหลัง มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นต้นโพธิ์ และที่ผนังทั้งสี่ด้าน รวมถึงบนเพดานยังมีภาพจิตรกรรมภายในเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของพระอดีตพุทธเจ้าเสด็จออกผนวข 28 องค์ ภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ ซึ่งสีที่ใช่มีทั้งสีฟ้า เขียว แดงสด และมีการใช้เทคนิค Perspective นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาเรื่องเครื่องแต่งกายของผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ภาพจิตรกรรมนี้สันนิษฐานว่าอาจกำหนดอายุได้ในราวพุทธศตวรรษที่ 23

สุลามณี น่าจะหมายถึงเจดีย์จุฬามณี ซึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สร้างโดยพระเจ้านรปติสินธู ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 วิหารสุลามณีเป็นเจติยวิหารที่มีเรือนธาตุซ้อนกัน 2 ชั้น ลักษณะผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ทิศ มีพระพุทธรูปประดิษฐานที่แกนกลางทั้งสี่ทิศ และภายในมีทางเดินประทักษิณ เหนือวิหารแต่ละชั้นมีหลังคาลาดซ้อนชั้นอีก 3 ชั้น แสดงสัญลักษณ์ความเป็นปราสาท ที่มุมหลังคาลาดทุกชั้นและทุกมุมมีการประดับสถูปิกะ ด้านบนสุดเป็นเจดีย์ยอดทรงศิขระ นอกจากนี้ยังมีลวดลายปูนปั้นที่ยังคงเหลือให้ศึกษาอยู่ค่อนข้างมาก เช่น ลายปูนปั้นกาบบน-กาบล่างที่เสาประดับมุม ลายเฟื่องอุบะที่ประดับเรือนธาตุ เป็นต้น ส่วนฐานมีการประดับด้วยแผ่นดินเผาเคลือบ ลายสี่เหลี่ยม ข้าวหลามตัดประดับที่บริเวณท้องไม้ ที่ผนังภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรม สันนิษฐานว่าน่าจะมีการเขียนขึ้นหลายสมัย ตั้งแต่ในสมัยพุกาม มักใช้สีโทนเดียว (เหลือง น้ำตาล ดำ เทาและขาว) ลายที่เขียน เช่น ลายดอกบัวสี่กลีบ สมัยราชวงศ์คองบองมีภาพพระอดีตพุทธ มีการใช้สีสันสดขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นงานซ่อมแซม และในสมัยหลังสุดสมัยนยองยานนี้ วาดเป็นภาพพระพุทธรูปนั่งและนอนขนาดใหญ่ ฝีมือค่อนข้างหยาบ และไม่ประณีต

มีการตั้งชื่อตามพระนามผู้สร้าง คือ พระนางนันมาดอว์เมนุ อัครมเหสีของพระเจ้าพะคยีดอ วัดแห่งนี้พระนางนันมาดอว์เมนุให้สร้างถวายพระสังฆราช ซะยาดออูโปของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2365 เมื่ออังวะกลับมาเป็นราชธานีของพม่าอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2381 เกิดแผ่นดินไหวทำให้วัดเสียหายหนัก พระนางชินพยูมาชิน ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระนางนันมาดอว์เมนุและเป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้า มินดงเป็นผู้ให้บูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2426 สิ่งก่อสร้างสำคัญในวัด คือ วิหารก่ออิฐถือปูนอยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี 2 ชั้น หลังคาชั้นซ้อน 3 ชั้น ประดับลายช่อฟ้า (ดุยิน) ใบระกา และหางหงส์แบบพม่า ที่สันหลังคาชั้นบนสุดตรงกลางประดับด้วยเจดีย์ตามคติความเชื่อเจดีย์จุฬามณีที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นอกจากนี้อาคารยังมีการตกแต่งเลียนแบบเครื่องไม้อีกด้วย

ชื่อภาษาพม่าเรียก “ไจ้ติโย” แปลว่า เจดีย์ผ้าโพกหัวฤาษี ซึ่งมีความสัมพันธ์กับเรื่องตำนาน พระธาตุในประเทศพม่า และมีด้วยกันหลายตำนาน แต่เรื่องที่คนไทยรู้จักกันดี คือ เรื่องเจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินแขวน การสร้างพระธาตุบนเขาสูงอาจเทียบได้กับเจดีย์จุฬามณีที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ คตินี้เป็นที่นิยมในประเทศพม่า รวมถึงในไทยด้วย รูปแบบงานศิลปกรรม เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ (ก้อนหินแยกส่วนจากภูเขาจึงสามารถโคลงเคลงได้)เชื่อกันว่าพระอินทร์ เป็นผู้ยกก้อนหินขึ้นมาจากทะเล ส่วนฐานเป็นแบบแบบพม่า-มอญ องค์ระฆังมีรัดอก และประดับลายพวงอุบะ ไม่มีบัลลังก์ ต่อด้วยปล้องไฉน ปัทมบาท ปลียอด และฉัตร สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ในราว พุทธศตวรรษที่ 23 ลงมาแล้ว

ชเวสันดอว์ หมายถึง พระเกศาทองคำ ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้าอนิรุทธิ์เป็นผู้สร้างสำหรับประดิษฐานพระเกศาธาตุ เจดีย์ชเวสันดอว์ถึงแม้ว่าจะสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าอนิรุทธิ์เช่นเดียวกับเจดีย์ ชเวซิกอง แต่มีความต่างกันคือการเพิ่มฐานเป็นจำนวน 5 ชั้น การที่เจดีย์ชเวสันดอว์สร้างขึ้นเพื่อบรรจุ พระเกศาธาตุอาจมีความหมายถึงเจดีย์จุฬามณีที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รูปแบบของเจดีย์ ประกอบด้วย ฐาน 5 ชั้น ซึ่งฐานแต่ละชั้นมีลวดบัวที่ประกอบด้วยบัวคว่ำ บัวหงายอย่างละ 2 ชั้น ที่ท้องไม้ไม่มีการเจาะช่อง ถัดขึ้นไปเป็นฐานแปดเหลี่ยมรองรับองค์ระฆังที่มีการประดับรัดอกและลายกาบบน กาบล่าง ต่อจากองค์ระฆังเป็นปล้องไฉน (ไม่มีการทำบัลลังก์) ต่อด้วยปัทมบาท และปลีสั้น นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียง มีการจัดแสดงฉัตร และบาตรหินของเจดีย์ชเวสันดอว์ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของเดิม เจดีย์ชเวสันดอว์กำหนดอายุได้ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 17

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • เจดีย์บอบอจี
    เจดีย์บอบอจีถือได้ว่าเป็นเจดีย์ที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งในศิลปะปยูที่เมืองศรีเกษตร เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่ต่อมาได้ปูพื้นฐานให้กับเจดีย์ปยูที่เมืองพุกาม รวมถึงปูพื้นฐานให้กับเจดีย์กลุ่มพม่าแท้ด้วย มีลักษณะคือ อัณฑะอยู่ในผังกลม ซึ่งอัณฑะมีขนาดใหญ่และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และยังคงแสดงถึงระเบียบตามแบบศิลปะอมราวดี แต่มีลักษณะพื้นเมืองเข้ามาผสม คือ องค์ระฆังยืดสูงขึ้นเป็นทรงกระบอก…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๗
  • วัดเทพทันใจ โบตาถ่อง
    โบตาถ่อง แปลว่า ทหารหนึ่งพัน ตามตำนานเจดีย์แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับเจดีย์ชเวดากอง กล่าวคือ กษัตริย์มอญพระนามว่าพระเจ้าสีหะทิปะสั่งทหารหนึ่งพันนายมาคอยรับพระบรมสารีริกธาตุเพื่อนำมาฉลอง ณ บริเวณนี้ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์ชเวดากอง…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๑๒
  • มิงกลาเจดีย์
    สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้านรสีหบดี อันเป็นรัชกาลสุดท้ายก่อนที่กองทัพมองโกลจะเข้าตีพุกาม ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19 มิงกลาเจดีย์เป็นเจดีย์แบบพม่าแท้ในสมัยพุกามตอนปลายสุด เจดีย์องค์นี้มีคติที่เป็นอัปมงคล คือ มีความเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของพุกาม เจดีย์องค์นี้จึงไม่ได้รับการบูรณะในรุ่นหลัง รูปแบบโดยทั่วไปมีลักษณะเหมือนกับเจดีย์ชเวซิกองเกือบทุกประการ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๕๐
  • เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา
    เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา หมายถึง เจดีย์หรือวัดที่เหมือนบวบหรือน้ำเต้า ตามตำนานกล่าวว่าเมืองพุกามเคยถูกทำลายโดยปัญจรูป (สิ่งที่มีอันตรายห้าประการ ได้แก่ เสือ กระรอกบิน สุนัขตัวผู้…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๙
  • วัดมหาเตงดอจี
    ไม่ทราบประวัติผู้สร้าง แต่กล่าวกันว่าตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเล่าว่าเป็นชุมชนของพวกญวนเตง สันนิษฐานว่าคือพวกคนไทยจากยวน หรือโยนก (ล้านนา) สิ่งก่อสร้างสำคัญในวัด คือ วิหาร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คองบอง เป็นอาคารก่ออิฐ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๑

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14903100
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
581320
0
581320
14321615
581320
827440
14903100
Server Time: 24-02-2020 12:09:32