Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ไม่ทราบประวัติผู้สร้าง แต่กล่าวกันว่าตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเล่าว่าเป็นชุมชนของพวกญวนเตง สันนิษฐานว่าคือพวกคนไทยจากยวน หรือโยนก (ล้านนา) สิ่งก่อสร้างสำคัญในวัด คือ วิหาร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คองบอง เป็นอาคารก่ออิฐ ถือปูน มีลวดลายปูนปั้นประดับแบบพม่า และที่สำคัญ ฐานอาคารโค้งแอ่นเล็กน้อยคล้ายเรือสำเภา ประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันตก ภายในปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นโดยช่างไทย โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าบันผนังหุ้มกลองทั้งสองด้าน (ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก) และผนังด้านข้าง (ทิศเหนือและใต้) มีรายละเอียด เช่น 1. ผนังหุ้มกลองภายในอาคารทิศตะวันตก เขียนพื้นสีแดง พระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยในบุษบกที่ยกฐานสูง หลังคาบุษบกวาดเป็นชั้นซ้อนทรงปราสาทแบบไทย คือ ชั้นซ้อนที่มีองค์ประกอบสำคัญ คือ เหม ส่วนยอดเป็นบัวทรงคลุ่มเถา ปลียอด และเม็ดน้ำค้าง นอกจากนี้ในงานจิตรกรรมมีการใช้เส้นสินเทา (หยักแบบฟันปลา) ซึ่งนิยมอยู่ในงานจิตรกรรมไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และ 2. ผนังหุ้มกลองด้านตะวันออก วาดเป็นลาย เครือเถา ซึ่งเป็นลวดลายที่นิยมในศิลปะไทยในสมัยอยุธยาตอนปลาย ดังเช่นปรากฏที่วัดไผ่ล้อม จ.เพชรบุรี เป็นต้น จากข้อมูลข้างต้นทำให้สันนิษฐานได้ว่าจิตรกรรมฝาผนังที่วิหารวัดมหาเตงดอจีน่าจะเป็นฝีมือ ช่างไทย ที่ได้รับอิทธิพลท้องถิ่นแบบพม่า ซึ่งตรงกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เชลยไทยถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่เมืองสะกายเมื่อตอนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310

ตามตำนานกล่าวย้อนไปถึงสมัยพุทธกาลว่าพระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาประทับที่เมืองยะไข่และ ได้พบกับพระเจ้าจันทรสุริยา เมื่อครบ 7 วันที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับ พระเจ้าจันทรสุริยาได้ขออนุญาตหล่อรูปเหมือนของพระพุทธเจ้าไว้กราบไหว้บูชา จึงโปรดให้ช่างหล่อให้เสร็จในวันเดียว ปรากฏว่าส่วนอื่นหล่อได้สำเร็จ ยกเว้นที่พระนลาฏ พระพุทธเจ้าจึงถูไคลจากพระอุระปั้นเป็นก้อนแปะลงไปที่พระนลาฏ จึงหล่อได้สำเร็จ แต่อีกตำนานกล่าวว่าพระพุทธเจ้าได้ประทานลมหายใจใส่ลงไปในพระพุทธรูปองค์นี้ ชาวยะไข่จึงเรียกว่า “พระมหามัยมุณี” และถือเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ในอดีตมีพระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ที่มีพระประสงค์จะย้ายพระมหามัยมุณีมาปะดิษฐานในราชอาณาจักรพม่า แต่ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดทรงทำได้สำเร็จ จนถึงสมัยพระเจ้าปดุงได้ทรงยกกองทัพไปตียะไข่ และให้คนช่วยกันชลอ พระมหามัยมุณีข้ามภูเขาอาระคันโยมาสู่ที่ราบแม่น้ำอิรวดี และผูกแพขึ้นมาตามแม่น้ำจนถึงเมืองอมรปุระ โปรดให้สร้างวัดขึ้นมาใหม่และอัญเชิญพระมหามัยมุณีมาประดิษฐานจนถึงทุกวันนี้ มีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะอัญเชิญมาเฉพาะพระเศียร ส่วนองค์น่าจะสร้างขึ้นใหม่ พระมหามัยมุณีมีลักษณะคือเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ประทับนั่งปางมารวิชัย ทรงเครื่องทั้งมงกุฎ อินทนู สังวาลย์ รูปแบบมีลักษณะลวดลายบางอย่างของเครื่องทรงน่าจะมีอิทธิพลของศิลปะอยุธยาปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นจึงอาจสามารถกำหนดอายุได้ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23-ต้นพุทธศตวรรษที่ 24 นอกจากนี้ยังมีประเพณีการล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุณี ในทุกเช้าด้วย

เดิมวัดนี้ชื่อวัดป่าแค สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2396 ในสมัยพระเจ้าจันทรเทพประภาคุณฯ และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ พ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2512 สิ่งก่อสร้างสำคัญของวัด คือ สิม เป็นสิมอิทธิพลของรัตนโกสินทร์ตอนต้น สันนิษฐานว่าช่างไทยน่าจะเป็นผู้สร้าง รูปแบบสิม คือ ตั้งอยู่บนฐานบัว ผนังยกสูง ไม่มีเสาพาไล มีมุขด้านหน้า ซุ้มประตูเป็นทรงปราสาทยอด ส่วนทวารบาลที่ประดับประตู และหน้าต่าง มีหลายรูปแบบ คือ มีทั้งแบบเทวดาอย่างไทยประเพณี เซี่ยวกางแบบจีน และรูปทหารฝรั่งตามแบบที่นิยมในสมัยรัตนโกสินทร์ มีคันทวย(แขนนาง) เป็นแบบพื้นบ้านลาว บริเวณหน้าบันประดับช่อฟ้า ใบระกา และ หางหงส์ ส่วนตรงกลางเป็นลายเทพนมล้อมรอบด้วยลายก้านขดที่เป็นลายกระหนกออกมาจากช่อดอกไม้ ซึ่งมีลักษณะเป็น “ลายช่อหางโต” ตามแบบที่นิยมในศิลปะอยุธยา ตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น บริเวณด้านหน้าสิมยังมีการประดับสิงโตจีน รวมถึงงานประดับกระเบื้องปรุ (กระเบื้องเคลือบสีเขียวเป็นลายฉลุโปร่ง) ซึ่งเป็นอิทธิพลของศิลปะจีน ส่วนภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับแนวความคิดมาจากจิตรกรรมที่ระเบียงคด วัดพระศรีรัตนศาสนาราม กรุงเทพฯ (ศิลปะรัตนโกสินทร์ ตอนต้น) นอกจากนี้ยังมีพระธาตุตั้งอยู่ 3 องค์เรียงกัน เล่ากันว่ามีองค์หนึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของพระเจ้าจันทรเทพประภาคุณฯ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระธาตุองค์ที่หุ้มทองจังโก และประดับด้วยเศวตฉัตร 7 ชั้น

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • พระราชวังโบราณที่อังวะ
    สภาพปัจจุบันเหลือเพียงอาคารที่เป็นหอคอยสำหรับขึ้นไปสังเกตการณ์ มีบันไดสามารถขึ้นไปบนยอดได้ และถัดออกมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวก่ออิฐล้อมรอบบริเวณที่ขุดลงไปในดิน สันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำในพระราชวัง สภาพในปัจจุบันทางทิศเหนือบางส่วนเป็นที่ว่างชาวพม่าใช้ในการทำกสิกรรม ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรมและมีหมู่บ้าน และวัดตั้งอยู่
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๒
  • เจดีย์ชเวซิกอง
    ชเวซิกอง แปลว่า ทองที่มัดไว้ พงศาวดารฉบับหอแก้วระบุว่า พระเจ้าอนิรุทธิ์โปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1603 ซึ่งในสมัยของพระองค์เสร็จเฉพาะส่วนฐาน ส่วนองค์ระฆังและยอดมาแล้วเสร็จในรัชกาล พระเจ้าจันสิตถา…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๑๖
  • วิหารติโลมินโล
    พระเจ้าติโลมินโล หรือพระเจ้านันตวงมยา เป็นผู้สร้างวิหารติโลมินโล ซึ่งแปลว่า เฉวตฉัตรโน้มลง ตามตำนานกล่าวถึงการเสี่ยงทายเศวตฉัตร ณ แห่งนี้ เมื่อพระเจ้าติโลมินโลขึ้นครองราชย์จึงโปรดให้สร้างวัดแห่งนี้ ติโลมินโลเป็นเจดีย์วิหาร…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๓๐
  • วัดมหาอองมเยบองซาน หรือวัดมนุออกจอง
    มีการตั้งชื่อตามพระนามผู้สร้าง คือ พระนางนันมาดอว์เมนุ อัครมเหสีของพระเจ้าพะคยีดอ วัดแห่งนี้พระนางนันมาดอว์เมนุให้สร้างถวายพระสังฆราช ซะยาดออูโปของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2365 เมื่ออังวะกลับมาเป็นราชธานีของพม่าอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๒
  • วัดพระนอนชเวทัลเยือง (ชเวตาเรือง หรือฉินบินสะออง)
    สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าคำว่า “สะยอง” น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า ไสยาสน์ ตามตำนานกล่าวว่ากษัตริย์มอญพระนามว่าพระเจ้าทีปอ ซึ่งทรงกลับใจมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นผู้สร้าง พระนอนองค์นี้ค้นพบในช่วงอังกฤษปกครองพม่า มีลักษณะก่ออิฐ ไม่ถือปูน สันนิษฐานว่าน่าจะยังสร้างไม่เสร็จ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๐

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14902938
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
581158
0
581158
14321615
581158
827440
14902938
Server Time: 24-02-2020 11:45:15