Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

วิหารปะโตตาเมียะ แปลว่า วิหารที่งอกงาม หมายถึง วิหารที่เป็นจุดศูนย์กลางให้พุทธศาสนา งอกงาม เผยแพร่ออกไปกว้างไกล มีตำนานกล่าวถึงพระเจ้าสอระหันเป็นผู้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้า แต่มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งกล่าวว่าเป็นวัดที่สร้างโดยพระเจ้าสอลูเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 มีลักษณะเป็นเจดีย์กลุ่มอิทธิพลปาละ แผนผังเป็นอาคารที่มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า (ครรภคฤหะมณฑป) ทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านบนเป็นองค์ระฆังทรงโอคว่ำ มีลักษณะคอดเล็กน้อยที่เอวมากกว่าจะเป็นทรงระฆังองค์ระฆังอยู่ในผังสิบสองเหลี่ยม และแต่ละเหลี่ยมมีการคาดด้วยเส้นลวดบัวในแนวตั้ง เส้นที่คาดต่อเนื่องไปถึงบัลลังก์ ซึ่งอยู่ในผังสิบสองเหลี่ยมเช่นเดียวกับ ส่วนปล้องไฉนมีลักษณะเป็นแผ่นฉัตร อนึ่ง บนปล้องไฉนปรากฏแถบในแนวตั้ง 12 แถบ (น่าจะกลายมาจากแผ่นเกล็ดสามเหลี่ยมในศิลปะปาละ) และที่สำคัญภายในวิหารยังมีภาพจิตรกรรมที่ยังใช้สีโทนเดียวทำจากธรรมชาติ มีสีเหลือง น้ำตาล เทา และดำเป็นหลัก ภาพจิตรกรรมมีหลายเรื่องราว เช่น ภาพพุทธประวัติ ตอนหมู่กษัตริย์มาเข้าเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะที่กำลังอุ้มเจ้าชายสิทธัตถะ ภาพเจ้าชายสิทธัตถะประทับนั่งบนเรือเสด็จไปตามลำน้ำ ภาพเจ้าชายสิทธัตถะปลงพระเกศาริมแม่น้ำอโนมา ภาพพระพุทธเจ้าแสดง ปฐมเทศนา นอกจากนี้ยังมีภาพอดีตพุทธเจ้ากับพระสาวก และชาดกเรื่องต่างๆ 550 ชาติ

กล่าวว่าสร้างในสมัยพระเจ้าติโลมินโลเมื่อราวพุทธศตรรษที่ 18 มีรูปแบบเป็นเจดีย์กลุ่มอิทธิพลลังกาในศิลปะพุกาม ตอนปลาย เจดีย์เซดานาจีเป็นเจดีย์ที่อยู่ในผังสี่เหลี่ยมยกเก็จ มีลักษณะคือ ส่วนฐานเป็นระเบียบฐานแบบพม่า (ฐานบัวมีลูกแก้ว 2 เส้น และมีการเจาะช่องท้องไม้ และหน้ากระดานบนมีการประดับแถวกลีบบัว) ฐานแต่ละชั้นมีลานประทักษิณ รวมถึงมีการประดับสถูปิกะที่มุมทุกชั้น แต่ไม่มีบันไดทางขึ้นจึงไม่สามารถใช้งานได้จริง และที่สำคัญคือมีการทำช้างล้อมแบบหมอบคั่นด้วยเสาติดผนัง ซึ่งเป็นอิทธิพลของเจดีย์แบบลังกาคล้ายกับเจดีย์รุวัลเวลิเสยะ ถัดขึ้นไปจากฐานคือองค์ระฆังทรงโอคว่ำขนาดใหญ่ ไม่มีรัดอก ต่อด้วยบัลลังก์ในผังสี่เหลี่ยม มีลวดลายปูนปั้นประดับบนบัลลังก์ ตรงกลางทำเป็นลายดอกบัว น่าจะหมายถึงลายธรรมจักรที่พบบนบัลลังก์ในเจดีย์แบบลังกาผสมผสานกับลวดลาย พรรณพฤกษาแบบพื้นเมืองของช่างพุกาม และปล้องไฉนสร้างในปัจจุบันน่าจะเป็นของที่สร้างผิดรูปแบบ เจดีย์เซดานาจีเป็นเจดีย์ที่มีการผสมผสานรูปแบบระหว่างเจดีย์แบบพม่ากับเจดีย์แบบลังกาเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • พระมหามัยมุณี
    ตามตำนานกล่าวย้อนไปถึงสมัยพุทธกาลว่าพระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาประทับที่เมืองยะไข่และ ได้พบกับพระเจ้าจันทรสุริยา เมื่อครบ 7 วันที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับ พระเจ้าจันทรสุริยาได้ขออนุญาตหล่อรูปเหมือนของพระพุทธเจ้าไว้กราบไหว้บูชา จึงโปรดให้ช่างหล่อให้เสร็จในวันเดียว ปรากฏว่าส่วนอื่นหล่อได้สำเร็จ ยกเว้นที่พระนลาฏ พระพุทธเจ้าจึงถูไคลจากพระอุระปั้นเป็นก้อนแปะลงไปที่พระนลาฏ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๑
  • นัต (ผีหรือเทวดาของชาวพม่า)
    ความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าเป็นความเชื่อพื้นเมืองที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการรับนับถือพระพุทธศาสนา อาจกล่าวได้ว่านัต คือ ผีบรรพบุรุษ หรืออีกในหนึ่ง คือเทวดาคล้ายเทพารักษ์ มีหน้าที่ในการคอยคุมครองดูแลสถานที่ โดยมีการตั้งศาลคล้ายศาลเพียงตาตั้งบูชาอยู่ในสถานที่นั้นๆ บุคคลที่ขะได้รับการนับถือเป็นนัตนั้นจะต้องมีสาเหตุการตายที่ไม่ธรรมดา เพราะเชื่อว่าจะมีอิทธิฤทธิ์สูงกว่าผีทั่วไป…
    Written on วันอาทิตย์, ๐๗ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๔๓
  • เทวาลัยนัตลองจอง
    นัตลองจอง แปลว่า วัดที่ประดิษฐานนัต (ผี หรือเทวดาของพม่า) ศาสนสถานแห่งนี้ถือเป็นวิหารแห่งเดียวในพุกามที่มีความเกี่ยวเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย จากจารึกที่พบที่มยิงกาบาทางทิศใต้ของวัด เขียนด้วยภาษาทมิฬ กล่าวว่า…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๕
  • เจดีย์มยิงกาบา
    ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนิรุทธิ์เพื่อเป็นที่ระลึกที่ทรงรบชนะกษัตริย์พระองค์ก่อน เป็นเจดีย์กลุ่มอิทธิพลปยู อยู่ในผังแปดเหลี่ยม ซึ่งมีความต่างไปจากฐานในผังกลมของเจดีย์ปยู ก่อนหน้า ซึ่งเป็นอิทธิพลของศิลปะอมราวดี การที่ฐานของเจดีย์มยิงกาบาอยู่ในผังแปดเหลี่ยมย่อมแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ต่างไปจากระเบียบในศิลปะอมราวดี รูปแบบเจดีย์ คือ มีฐานประทักษิณชั้นเดียว…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๐
  • เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา
    เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา หมายถึง เจดีย์หรือวัดที่เหมือนบวบหรือน้ำเต้า ตามตำนานกล่าวว่าเมืองพุกามเคยถูกทำลายโดยปัญจรูป (สิ่งที่มีอันตรายห้าประการ ได้แก่ เสือ กระรอกบิน สุนัขตัวผู้…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๙

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14902834
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
581054
0
581054
14321615
581054
827440
14902834
Server Time: 24-02-2020 11:29:28