Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าคำว่า “สะยอง” น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า ไสยาสน์ ตามตำนานกล่าวว่ากษัตริย์มอญพระนามว่าพระเจ้าทีปอ ซึ่งทรงกลับใจมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นผู้สร้าง พระนอนองค์นี้ค้นพบในช่วงอังกฤษปกครองพม่า มีลักษณะก่ออิฐ ไม่ถือปูน สันนิษฐานว่าน่าจะยังสร้างไม่เสร็จ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างโดยกษัตริย์มอญหลังสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ลงมา คือ น่าจะมีอายุอยู่ในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 21 ลงมาแล้ว ลักษณะ พระนอน คือ เป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ (นอนตะแคงขวา) ก่ออิฐ ถือปูน และทาสีทับ พระเศียรมีพระเขนยรองรับ พระหัตถ์วางบนพระเขนย พระพักตร์สงบ พระเนตรเบิก พระวรกายราบกับพื้น พระชงม์วางซ้อนกัน พระบาทซ้ายซ้อนบนพระบาทขวา ปลายพระบาทเหลื่อมกันเล็กน้อย ลักษณะการนอนแบบนี้เรียกว่า “สีหไสยาสน์” (นอนแบบสิงห์) ปัจจุบันได้รับการทาสีใหม่ทั้งองค์

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 สมัยราชวงศ์ตองอูที่สามารถรวบรวมผู้คน และสามารถเอาชนะอาณาจักรรอบข้างได้ รวมถึงสามารถตีเมืองหงสาวดีได้ในสมัยพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ (พ.ศ. 2074-2094) ได้ทรงย้ายเมืองหลวงของพม่ามาตั้งที่เมืองหงสาวดี เมื่อพระเจ้าบุเรงนองขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ขยายดินแดนไปกว้างไกล อีกทั้งได้สร้างพระราชวังที่เมืองหงสาวดีอย่างใหญ่โต พอสิ้นสมัยพระองค์พระโอรสขึ้นครองราชย์ต่อ คือ พระเจ้านันทบุเรง แต่ไม่ทรงสามารถรักษาเมืองหงสาวดีไว้ได้จึงทรงย้ายเมืองหลวงกลับไปที่เมืองตองอู ในช่วงปลายสมัยหงสาวดีถูกโจมตีหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือกองทัพยะไข่ได้เข้าโจมตีเมืองหงสาวดีแตก และเผาเมืองรวมถึงพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองไหมหมดจนเหลือแต่ตอไม้ ในสมัยหลังนายพลเนวินสละอำนาจ รัฐบาลพม่าได้สร้างพระราชวังพระเจ้าบุเรงนองขึ้นใหม่ทั้งหมดบนแนวพระราชวังเดิม สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวัง เช่น พระราชวังองค์ทิศใต้ ประดิษฐานพระราชบัลลังก์ที่รียกว่า “ภุมราสนบัลลังก์” ตรงที่ตั้งบัลลังก์ทำเป็นหลังคาซ้อนชั้นแบบพม่า เรียกว่า “ปยาธาตุ” หรือปราสาทที่เป็นเรือนชั้นซ้อนแบบพม่า มีการประดับด้วยปานซอย (เครื่องไม้มีลักษณะคล้ายช่อฟ้าแบบไทย) และบริเวณด้านหน้ามีซากอาคารที่มีหลังคาคลุม มีเสาไม้ที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของพระราชวังอีกองค์หนึ่งที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่โคนเสา เป็นต้น

ศิลปะพม่า   ศิลปะปยู   ศิลปะพุกาม   ศิลปะหลังพุกาม   ศิลปะพม่า-มอญ   ศิลปะมอญ   ศิลปะพม่า   ศิลปะมัณฑะเลย์   ศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์   ราชวงศ์คองบอง   kmer2

en th

ปยู หรือพยุ
ชนชาติปยู (Pyu)หรือเพรียง คือ กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในแถบเมืองแปรทางภาคกลางของประเทศพม่า มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 11-15 มีกษัตริย์ปกครอง ราชธานีแห่งแรก คือ ศรีเกษตร ราชธานีแห่งที่ 2 คือ เมืองไบก์ถาโน (Beikyhano) มีอายุในราวพุมธศตวรรษที่ 11-13 หลังจากนั้นได้ย้ายราชธานีไปอยู่ที่เมือง ฮาลิน จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 14 จึงเสื่อมลงจากการรุกรานของอาณาจักรน่านเจ้า (แถบมณฑลยูนนาน) รวมถึงชาวปยูได้ถูกกวาดต้อนไปอยู่บริเวณเมืองคุนหมิงในปัจจุบัน และบางส่วนได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองพุกามในปัจจุบัน ต่อมาได้รวมตัวกับชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งร่วมกันสถาปนาอาณาจักรพุกาม ซึ่งชนกลุ่มนี้น่าจะเป็นบรรพบุรุษของชาวพม่าในปัจจุบัน จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าชนชาติปยู นับถือพุทธศาสนา ลัทธิเถรวาท และสรรวาสติวาส ส่วนงานศิลปกรรมพบว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับศิลปะอินเดีย ลักษณะเด่นของเจดีย์สมัยนี้ คือ เจดีย์ทรงกระบอก และทรงลอมฟาง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเจดีย์ทรงโอคว่ำ และถือเป็นเจดีย์รูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะพม่า อนึ่ง ชนชาติปยูยังมีอายุร่วมสมัยกับอาณาจักรทวารวดี (ปัจจุบันคือประเทศไทย)

ชนชาติมอญโบราณมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 11-15 ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับชนชาติปยู ชนชาติมอญอาศัยอยู่ในตอนใต้ของประเทศพม่าบริเวณอ่าวเมาะตะมะ โดยมีเมืองโบราณที่สำคัญ ได้แก่ เมืองสะเทิม เมืองหวสาวดี เมืองมะริด เมืองทวาย เป็นต้น (บริเวณเมืองท่าชายทะเลเหล่านี้พบหลักฐานทางโบราณคดีของกลุ่มชนชาติมอญโบราณกระจายตัวอยู่ทั่วไป) อาณาจักรมอญโบราณมีเมืองหลวง แห่งแรก คือ เมืองสะเทิม หรือสุธรรมวดี (Thaton) ต่อมาจึงย้านมายังเมืองหงสาวดี หรือเมืองพะโค สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 1368 เมืองศูนย์กลางศิลปะ คือ เมืองสะเทิม แรกเริ่มมอญนับถือศาสนาพราหมณ์ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา

เป็นอาณาจักรที่สำตัญมากที่สุดอาณาจักรหนึ่งในพม่า โดยมีเมืองพุกามเป็นศูนย์กลาง อาณาจักรพุกามตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี ศาสนสถานและงานศิลปกรรมต่างๆ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 โดยเริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้าอนิรุทธ์ขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. 1587 ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจารึก และงานศิลปกรรมต่าง สมัยนี้ถือเป็นยุครุ่งเรืองของพม่าอย่าแท้จริง ซึ่งมีการขยายอาณาเขตออกไปกว้างใหญ่ไพศาล กษัตริย์องค์สำคัญ เช่น พระเจ้าอนิรุทธ์ พระเจ้าจันสิตถา พระเจ้าอลองสิทธุ และพระเจ้าติโลมินโล เป็นต้น พุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง ในสมัยนี้มีการสร้างเจดีย์เป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันโบราณสถานเมืองพุกาม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน มีจำนวนถึง 2,217 แห่ง ศาสนสถานที่เมืองพุกามอาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1. เจดีย์ทรงระฆังก่ออด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานซ้อนกันหลายชั้น และมียอดแหลม และ2. เจติยวิหาร หรือกู่ปายา

 

ศิลปะพม่า
ศิลปะโบราณสถานสมัย
ศิลปะปยู เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา ราวพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์บอบอจี ราวพุทธศตวรรษที่ 16
ศิลปะพุกาม เจดีย์ฉปัฏ สมัยของพระเจ้านรปติสิท
เจดีย์ชเวซิกอง พระเจ้าอนิรุทธ์โปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1603
อนันทเจดีย์ พ.ศ. 1634
เจดีย์นันปยะ ปลายพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์เปตเลคตะวันตกและตะวันออก ปลายพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์นาคยน ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์อเพยทนะ ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 1
วิหารธรรมยางยี พ.ศ. 1710-1713
เจดีย์ชเวสันดอว์ ต้นพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารชินบินทัลยวง ต้นพุทธศตวรรษที่ 17
ประตูตาราบะ พ.ศ. 1392
ปิตะกะไต้
วิหารปะโตตาเมียะ ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์มยิงกาบา ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์โลกานันท์ ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์เสียนเยทยีมา ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารสุลามณี
วิหารสัพพัญญู ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารโลกะเตคปาน ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารติโลมินโล พระเจ้าติโลมินโล ปลายพุทธศตวรรษที่ 18
เทวาลัยนัตลองจอง พุทธศตวรรษที่ 18
เจดีย์มหาโพธิ์ ปลายพุทธศตวรรษที่ 18
เจดีย์เซดานาจี ราวพุทธศตวรรษที่ 18
วิหารปยะตองสู ราวพุทธศตวรรษที่ 19
มิงกลาเจดีย์ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19
เจดีย์เลเยทนา ราวพุทธศตวรรษที่ 19
วิหารอุบาลีเต็ง ราวพุทธศตวรรษที่ 23
สมัยหลังพุกาม วิหารกยันสิตอูมิน ราวพุทธศตวรรษที่ 19
ศิลปะพม่า-มอญ วัดกัลยาณี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21
พระธาตุอินแขวน ราวพุทธศตวรรษที่ 23
วัดเทพทันใจ โบตาถ่อง ราวพุทธศตวรรษที่ 25
ศิลปะมอญ เจดีย์ชเวดากอง ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
เจดีย์สุเล ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
พระธาตุมุเตา
ศิลปะพม่า วัดพระนอนชเวทัลเยือง (ชเวตาเรือง หรือฉินบินสะออง) หลังพุทธศตวรรษที่ 21
พระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง พุทธศตวรรษที่ 21-22
ศิลปะมัณฑะเลย์ วัดมินกุน พ.ศ. 2333
พระราชวังมัณฑะเลย์ พ.ศ. 2400
วัดชเวนันดอจอง วัดวิหารไม้ทองคำ ตำหนักของพระเจ้ามินดง
วัดเขามัณฑเลย์
ศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์ วัดกุโสดอ หรือวัดเจ้ากุศล พ .ศ. 2400
พระมหามัยมุนี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23-ต้นพุทธศตวรรษที่ 24
ศิลปะมัยราชวงศ์คองบอง พระราชวังโบราณที่อังวะ
วัดมหาอองมเยบองซานหรือวัดมนุออกจอง พ.ศ. 2365
วัดไม้สักบากะยา พระเจ้าพะคยีดอเมื่อปี พ.ศ. 2386
วัดมหาเตงดอจี
อื่นๆ นัต (ผีหรือเทวดาของชาวพม่า)
plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • เจดีย์อเพยทนะ
    สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากยันสิทถา มีอายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 17 ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้าเจ้ากยันสิทถา ทรงสร้างเจดีย์หลังนี้ในบริเวณที่พระมเหสีของพระองค์ คือ นางอเพยทนะมารออยู่เมื่อพระองค์กำลังหลบซ่อนอยู่ที่เจดีย์นาคยน เจดีย์อเพยทนะมีลักษณะเป็นเจติยวิหารยอดเจดีย์แบบ ปาละ ซึ่งปรากฏความนิยมในสมัยพุกาม…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๓
  • วัดมหาเตงดอจี
    ไม่ทราบประวัติผู้สร้าง แต่กล่าวกันว่าตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเล่าว่าเป็นชุมชนของพวกญวนเตง สันนิษฐานว่าคือพวกคนไทยจากยวน หรือโยนก (ล้านนา) สิ่งก่อสร้างสำคัญในวัด คือ วิหาร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คองบอง เป็นอาคารก่ออิฐ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๑
  • เจดีย์มยิงกาบา
    ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนิรุทธิ์เพื่อเป็นที่ระลึกที่ทรงรบชนะกษัตริย์พระองค์ก่อน เป็นเจดีย์กลุ่มอิทธิพลปยู อยู่ในผังแปดเหลี่ยม ซึ่งมีความต่างไปจากฐานในผังกลมของเจดีย์ปยู ก่อนหน้า ซึ่งเป็นอิทธิพลของศิลปะอมราวดี การที่ฐานของเจดีย์มยิงกาบาอยู่ในผังแปดเหลี่ยมย่อมแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ต่างไปจากระเบียบในศิลปะอมราวดี รูปแบบเจดีย์ คือ มีฐานประทักษิณชั้นเดียว…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๐
  • เจดีย์นาคยน
    สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากยันสิทถา มีอายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 17 ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้ากยันสิทถาเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายได้ทรงหลบหนีราชภัยจากพระเจ้าสอลูมาหลบซ่อนอยู่ที่บริเวณนี้โดยมีพญานาคคอยปกป้องคุ้มภัย เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์จึงโปรดให้สร้างสถานที่แห่งนี้ เจดีย์นาคยนเป็นเจติยวิหารในศิลปะพุกาม ตอนต้น ก่อด้ยอิฐ มีลักษณะผังเป็นแบบอาคารที่มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า (ครรภคฤหะมณฑป)…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๕
  • เจดีย์นันปยะ
    เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าอนิรุทธิ์ กำหนดอายุในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นตำหนักจองจำพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์เมืองสะเทิม พระองค์ทรงเป็นเชลยของพระเจ้าอนิรุทธิ์ ทรงถูกนำตัวมาคุมขังไว้ แต่บางตำนานกล่าวว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นบนสถานที่ที่เคยเป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้ามนูหะมาก่อน เจดีย์นันปยะเป็นเจติยวิหารในศิลปะพุกาม ตอนต้น…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๔

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14903349
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
581569
0
581569
14321615
581569
827440
14903349
Server Time: 24-02-2020 12:44:53