Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

จันทิจาโกเคยรูปพระเจ้าวิษณุวรรธนะในฐานะของพระโพธิสัตว์อโมฆปาศ(คือพระโพธิสัตว์อวโกลิเตวรถือบ่วงบาศ) ซึ่งปัจจุบันปรากฏประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่พื้นด้านล่างหน้าฐานเป็นชั้น ประติมากรรมชิ้นนี้แสดงรูปพระโพธิสัตว์แปดกร โดยที่กรหนึ่งถือบ่วงบาศซึ่งตรงกับประติมานวิทยาของพระองค์ ที่แผ่นหลังจารึกอักษรเทวนาครีอันแสดงให้เห็นอิทธิพลปาละที่เข้ามาใหม่

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบประติมากรรมบริวารของพระโพธิสัตว์อโมฆบาศ เช่น นางศยามตารา หัยครีพและภฤกุฎีอีกด้วย ประติมากรรมเหล่านี้ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์จาการ์ตา

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพอรชุนซึ่งต้องการอาวุธปาศุปัตจากพระศิวะ จึงเดินทางไปยังเขาอินทรกิละเพื่อบำเพ็ญตบะ อรชุนได้ผจญภัยมากมายและในที่สุดได้พบฤาษีไทวปายานะ ต่อมาอรชุนได้บำเพ็ญตบะโดยการยืนขาเดียวเพื่ออัญเชิญพระศิวะ

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพทุรโยธน์เปลื้องผ้านางเทราปตี เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการแพ้พนันของพวกปาณฑพทุรโยธน์จึงได้ฉุดลากนางเทราปตีและเปลื้องผ้าต่อหน้าธารกำนัลเพื่อให้ได้อาย แต่นางเทราปตีได้สวดอ้อนวอนต่อพระกฤษณะทำให้ผ้าของนางยาวไม่สิ้นสุด

ฐานชั้นที่สองของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะตั้งแต่โดยเริ่มตั้งแต่พวกปาณฑพเล่นสกากัลพวกเการพ การเปลื้องผ้านางเทราปตี การถูกขับไล่ออกจากเมืองจนถึงพระอรชุนไปบำเพ็ญตบะที่เขาอินทรกิละ

สำหรับภาพนี้เป็นภาพยุธิษฐิระกำลังเล่นสกากับเการพภายในอาคาร ส่วนปาณฑอื่นๆ เช่น ภีมะ อรชุน นกุลและสหเทพยืนอยู่ด้านนอก การตีความบุคคลนี้สามารถตีความได้จากการสังเกตเครื่องแต่งกาย เช่น ภีมะและอรชุนมักสวมมงกุฎที่มีสองก้ามคล้ายก้ามปู โดยภีมะมักนั่งผ้าเตี่ยวแสดงความแข็งแรง

ฐานชั้นแรกของจันทิจาโกสลักภาพเล่าเรื่องนิทานปัญจตันตระในภาษาชวาและเรื่องกุญชรกรรณคือเรื่องที่ยักษ์ไปเห็นกระทะทองแดงที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเพื่อนของตนในนรก จึงนำข่าวมาบอกเพื่อเพื่อให้เพื่อปฏิบัติธรรมและเข้าถึงพระมหาไวโรจนะภาพนี้เป็นภาพกระทะทองแดงรูปวัวซึ่งนายนิรินบาลกำลังเตรียมสำหรับเพื่อนของกุญชรกรรณะ

จันทิจาโก (CandiJago) เป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าวิษณุวรรธนะแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรีจันทิแห่งนี้เป็นเทวาลัยที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อโมฆปาศ(พระโพธิสัตว์อวโลกิเตสวรถือบ่วงบาศ) อย่างไรก็ตาม ฐานของเทวาลัยหลังนี้กลับเล่าเรื่องในศาสนาฮินดู อันแสดงให้เห็นการผสมผสานกันระหว่างศาสนาทั้งสอง ฐานของเทวาลัยแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นแรกเป็นเรื่องปัญจตันตระและกุญชรกรรณะ ชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเรื่องมหาภารตะ 

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป้นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

ยอดวิมานของจันทิเซวูหลังประธานประดับไปด้วย ”อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” โดยชั้นวิมานชั้นล่างประดับจำนวนสามหลังซึ่งตรงกับการแบ่งเก็จจำนวนสามเก็จ อนึ่ง อาคารจำลองยอดสถูปิกะนี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย เนื่องจากปรากฏทั้งที่จันทิกะลาสัน จันทิเซวูจันเทิส่าหรีและจันทิเพลาสัน

                ส่วนชั้นวิมานชั้นบน ประดับด้วยสถูปซึ่งมีฐานและมีการยกเก็จที่มุมเพื่อรองรับสถูปิกะบริวารทุกทิศ การใช้ยอดในลักษณะดังกล่าวปรากฏเสมอสำหรับจันทิประธานและบริวารที่จันทิเซวูแห่งนี้

จันทิหลังประธานของจันทิเซวูมีแผนผังกากบาทคล้ายจันทิกะลาสัน กล่าวคือ มีห้องครรภคฤหะตรงกลางและล้อมรอบไปด้วยมุขสี่ทิศ รวมกันเป็นห้าห้อง ห้องทั้งห้านี้คงใช้ในการประดิษฐานพระธยานิพุทธเจ้าตามคติฝ่ายมหายาน

เรือนธาตุจันทิประธานของจันทิเซวูประกอบด้วยเก็จจำนวนสามเก็จ คือเก็จประธานและเก็จมุม เก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรขนาดใหญ่ โดยมีหน้ากาลขนาดใหญ่อยู่ด้านบนและมีมกรหันออกอยู่ด้านล่าง ทั้งหมดเป็นกรอบครอบซุ้มประตู ส่วนเก็จมุมขนาบข้างด้วยเสาติดผนังเก็จละสองต้น ตรงกลางปรากฏลายเสารองรับซุ้มจระนำซึ่งเป็นระเบียบเดียวกับเก็จมุมของจันทิเมนดุตจันทิปะวนและจันทิกะลาสัน อย่างไรก็ตาม ซุ้มจระนำที่เก็จมุมที่นี่กลับไม่ได้ประดิษฐานพระโพธิสัตว์แต่อย่างใดแต่กลับบรรจุแถบลวดลายพวงอุบะจนเต็ม

จันทิเซวู ถือเป็นจันทิในพุทธศาสนามหายานที่มีความซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะชวาภาคกลาง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ซึ่งนับถือพุทธศาสนามหายาน

แผนผังรวมของจันทิเซวูประกอบด้วยจันทิประธานตรงกลางและจันทิบริวารจำนวนมากที่อยู่ล้อมรอบในผังรูปสี่เหลี่ยม จันทิประธานนั้นอยู่ในผังกากบาทส่วนจันทิบริวารมีลักษณะเป็นจันทิห้องเดี่ยวๆ จันทิเหล่านี้ทำให้นักวิชาการส่วนมากเชื่อว่า จันทิเซวูได้รับเค้าโครงแผนผังมาจากระบบ “มณฑล” หรือการจำลองจักรวาลที่เต็มไปด้วยที่ประทับของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์และเทพเจ้าในตำแหน่งต่างๆ

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • เจดีย์เลเยทนา
    เจดีย์เลเยทนาเป็นเจติยวิหารห้าเหลี่ยมใช้สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป 5 พระองค์ ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับความหมายทางประติมานวิทยาได้กับพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ในภัทรกัป แผนผังของเจดีย์ห้าเหลี่ยมมักเป็นแผนผังแบบแกนกลางเสมอ โดยที่แกนกลางรับน้ำหนักของยอดเจดีย์ด้านบน รอบแกนกลางปรากฏพระพุทธรูปห้าองค์และทางประทักษิณภายใน สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 19
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๐๐
  • วิหารปะโตตาเมียะ
    วิหารปะโตตาเมียะ แปลว่า วิหารที่งอกงาม หมายถึง วิหารที่เป็นจุดศูนย์กลางให้พุทธศาสนา งอกงาม เผยแพร่ออกไปกว้างไกล มีตำนานกล่าวถึงพระเจ้าสอระหันเป็นผู้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้า…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๔๐
  • ศิลปะพม่า
                       …
    Written on วันจันทร์, ๐๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๒๒:๑๗
  • พระราชวังมัณฑะเลย์
    พระเจ้ามินดงทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2400 ใช้ระยะเวลาปีเศษจึงแล้วเสร็จ พระราชวังมีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ทิศ มีคูน้ำกว้าง…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๔๗
  • วัดมหาเตงดอจี
    ไม่ทราบประวัติผู้สร้าง แต่กล่าวกันว่าตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเล่าว่าเป็นชุมชนของพวกญวนเตง สันนิษฐานว่าคือพวกคนไทยจากยวน หรือโยนก (ล้านนา) สิ่งก่อสร้างสำคัญในวัด คือ วิหาร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คองบอง เป็นอาคารก่ออิฐ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๑

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14902765
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
580985
0
580985
14321615
580985
827440
14902765
Server Time: 24-02-2020 11:19:24