Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ชเวนันดอ แปลว่า วิหารไม้สีทองคำ กล่าวกันว่า วิหารไม้หลังนี้แต่เดิมเป็นตำหนักของพระเจ้า มินดงในพระราชวังมัณฑะเลย์ และเป็นพระตำหนักที่พระเจ้ามินดงประทับจนสวรรคต เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้ว พระเจ้าสีป่อได้รื้อมาถวายวัดแห่งนี้ ทางวัดได้สร้างประกอบขึ้นมาใหม่เป็นพระวิหารที่มีลักษณะเป็นปยาธาตุ (เรือนชั้นซ้อนแบบพม่า) และนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้บนบุษบกที่สร้างเลียนแบบสีหาสนบัลลังก์ ความสำคัญของวิหารหลังนี้ คือ เป็นงานช่างหลวงชิ้นสุดท้าย เนื่องจากภายในพระราชวังมัณฑะเลย์เองไม่มีอาคารหลงเหลือ เนื่องจากโดนไฟไหม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วิหารหลังนี้มีการแกะสลักไม้ที่ประณีตและงดงาม เมื่อสร้างใหม่เป็นวิหารในวัดแล้วช่างได้สลักไม้เป็นเรื่องพุทธชาดกมาประดับไว้หลายตอน โดยเฉพาะเรื่องทศชาติ (ต่อเติมเพิ่มหลังจากที่ดัดแปลงเป็นวัดแล้ว)

วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าพะคยีดอ เมื่อปี พ.ศ. 2386 คนไทยเรียก พระเจ้าจักกายแมง (ครองราชย์ พ.ศ. 2362-2380) เป็นอาคารที่สร้างจากไม้สักทั้งหลัง ตรงกลางอาคารทำหลังคาทรงปราสาทแบบพม่า หรือเรียกว่า “ปยาธาตุ” การที่หลังคาทำเป็นชั้นซ้อนหลายชั้น สื่อให้เห็นถึงการแสดงฐานันดรของอาคาร แต่ตัวอาคารใช้งานจริงเพียงชั้นเดียว ส่วนประตูหน้าต่างทำซุ้มประตูแบบพม่า ประกอบด้วยเสาติดผนัง หน้าบันที่ประดับเหนือบานประตูเป็นช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์แบบพม่าเช่นเดียวกัน

พระเจ้ามินดงทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2400 ใช้ระยะเวลาปีเศษจึงแล้วเสร็จ พระราชวังมีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ทิศ มีคูน้ำกว้าง 64 เมตรล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง กำแพงแต่ละด้านมีประตูด้านละ 3 ประตู แต่ใช้เข้าออกจริงได้เพียงประตูกลาง เนื่องจากมีสะพานข้ามคูน้ำ ยกเว้นด้านทิศตะวันตก มีประตูผีเพิ่มมีอีก 1 ประตู ในปัจจุบันหมู่ พระมหามณเฑียรถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทับซ้อนบนที่เดิม เนื่องจากถูกไฟไหม้หมดในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวัง เช่น อาคารที่มีแผนผังชักปีกออกด้านข้าง กล่าวกันว่าเป็นที่ให้ขุนนางและข้าราชบริพารนั่งรอขณะเฝ้า หมู่พระมหามณเฑียร มีลักษณะเป็นปราสาท หรือปยาธาตุ (เรือนชั้นซ้อนแบบพม่า) อาคารตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานสีหาสนบัลลังก์ (จำลอง) อาคารที่ตั้งบัลลังก์ผึ้ง(องค์จำลอง) ใช้เป็นที่ประชุมเสนาบดีใกล้ชิด ส่วนของฝ่ายใน ปัจจุบันเป็นอาคารไม้ทาสีแดง หอคอยใช้เป็นที่สังเกตการณ์ เจดีย์ที่กล่าวกันว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ามินดง เป็นต้น

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 สมัยราชวงศ์ตองอูที่สามารถรวบรวมผู้คน และสามารถเอาชนะอาณาจักรรอบข้างได้ รวมถึงสามารถตีเมืองหงสาวดีได้ในสมัยพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ (พ.ศ. 2074-2094) ได้ทรงย้ายเมืองหลวงของพม่ามาตั้งที่เมืองหงสาวดี เมื่อพระเจ้าบุเรงนองขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ขยายดินแดนไปกว้างไกล อีกทั้งได้สร้างพระราชวังที่เมืองหงสาวดีอย่างใหญ่โต พอสิ้นสมัยพระองค์พระโอรสขึ้นครองราชย์ต่อ คือ พระเจ้านันทบุเรง แต่ไม่ทรงสามารถรักษาเมืองหงสาวดีไว้ได้จึงทรงย้ายเมืองหลวงกลับไปที่เมืองตองอู ในช่วงปลายสมัยหงสาวดีถูกโจมตีหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือกองทัพยะไข่ได้เข้าโจมตีเมืองหงสาวดีแตก และเผาเมืองรวมถึงพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองไหมหมดจนเหลือแต่ตอไม้ ในสมัยหลังนายพลเนวินสละอำนาจ รัฐบาลพม่าได้สร้างพระราชวังพระเจ้าบุเรงนองขึ้นใหม่ทั้งหมดบนแนวพระราชวังเดิม สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวัง เช่น พระราชวังองค์ทิศใต้ ประดิษฐานพระราชบัลลังก์ที่รียกว่า “ภุมราสนบัลลังก์” ตรงที่ตั้งบัลลังก์ทำเป็นหลังคาซ้อนชั้นแบบพม่า เรียกว่า “ปยาธาตุ” หรือปราสาทที่เป็นเรือนชั้นซ้อนแบบพม่า มีการประดับด้วยปานซอย (เครื่องไม้มีลักษณะคล้ายช่อฟ้าแบบไทย) และบริเวณด้านหน้ามีซากอาคารที่มีหลังคาคลุม มีเสาไม้ที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของพระราชวังอีกองค์หนึ่งที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่โคนเสา เป็นต้น

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • วิหารชินบินทัลยวง
    ตามตำนานกล่าวว่าสร้างโดยพระเจ้าอนิรุทธิ์ เมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ 17 วิหารชินบินทัลยวงมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังทึบทั้ง 4 ด้าน มีประตูทางเข้าออกขนาดเล็ก 3 ประตูทางทิศตะวันออก…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๘
  • เจดีย์เลเยทนา
    เจดีย์เลเยทนาเป็นเจติยวิหารห้าเหลี่ยมใช้สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป 5 พระองค์ ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับความหมายทางประติมานวิทยาได้กับพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ในภัทรกัป แผนผังของเจดีย์ห้าเหลี่ยมมักเป็นแผนผังแบบแกนกลางเสมอ โดยที่แกนกลางรับน้ำหนักของยอดเจดีย์ด้านบน รอบแกนกลางปรากฏพระพุทธรูปห้าองค์และทางประทักษิณภายใน สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 19
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๐๐
  • เทวาลัยนัตลองจอง
    นัตลองจอง แปลว่า วัดที่ประดิษฐานนัต (ผี หรือเทวดาของพม่า) ศาสนสถานแห่งนี้ถือเป็นวิหารแห่งเดียวในพุกามที่มีความเกี่ยวเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย จากจารึกที่พบที่มยิงกาบาทางทิศใต้ของวัด เขียนด้วยภาษาทมิฬ กล่าวว่า…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๕
  • วิหารโลกะเตคปาน
    วิหารโลกะเตคปาน มีความหมายว่า ตกแต่งไว้งามที่สุดในสามโลก จากหลักฐานตัวหนังสือที่เขียนกำกับชาดกทำให้สันนิษฐานได้ว่าวิหารแห่งนี้น่าจะสร้างในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งตรงกับสมัย พระเจ้าอลองคสินธู วิหารโลกะเตคปานเป็นเจติยวิหารขนาดเล็ก ด้านบนอาคารทำเป็นยอดทรงศิขระ และที่สำคัญคือภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีลักษณะเป็นช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อที่เริ่มปรับเปลี่ยนจากศิลปะพุกามยุคแรกที่มีอิทธิพลอินเดียอย่างชัดเจนมาเป็นแบบท้องถิ่นมากขึ้น…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๖
  • เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา
    เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา หมายถึง เจดีย์หรือวัดที่เหมือนบวบหรือน้ำเต้า ตามตำนานกล่าวว่าเมืองพุกามเคยถูกทำลายโดยปัญจรูป (สิ่งที่มีอันตรายห้าประการ ได้แก่ เสือ กระรอกบิน สุนัขตัวผู้…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๙

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14903288
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
581508
0
581508
14321615
581508
827440
14903288
Server Time: 24-02-2020 12:34:31