Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ศิลปะพม่า   ศิลปะปยู   ศิลปะพุกาม   ศิลปะหลังพุกาม   ศิลปะพม่า-มอญ   ศิลปะมอญ   ศิลปะพม่า   ศิลปะมัณฑะเลย์   ศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์   ราชวงศ์คองบอง   kmer2

en th

ปยู หรือพยุ
ชนชาติปยู (Pyu)หรือเพรียง คือ กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในแถบเมืองแปรทางภาคกลางของประเทศพม่า มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 11-15 มีกษัตริย์ปกครอง ราชธานีแห่งแรก คือ ศรีเกษตร ราชธานีแห่งที่ 2 คือ เมืองไบก์ถาโน (Beikyhano) มีอายุในราวพุมธศตวรรษที่ 11-13 หลังจากนั้นได้ย้ายราชธานีไปอยู่ที่เมือง ฮาลิน จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 14 จึงเสื่อมลงจากการรุกรานของอาณาจักรน่านเจ้า (แถบมณฑลยูนนาน) รวมถึงชาวปยูได้ถูกกวาดต้อนไปอยู่บริเวณเมืองคุนหมิงในปัจจุบัน และบางส่วนได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองพุกามในปัจจุบัน ต่อมาได้รวมตัวกับชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งร่วมกันสถาปนาอาณาจักรพุกาม ซึ่งชนกลุ่มนี้น่าจะเป็นบรรพบุรุษของชาวพม่าในปัจจุบัน จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าชนชาติปยู นับถือพุทธศาสนา ลัทธิเถรวาท และสรรวาสติวาส ส่วนงานศิลปกรรมพบว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับศิลปะอินเดีย ลักษณะเด่นของเจดีย์สมัยนี้ คือ เจดีย์ทรงกระบอก และทรงลอมฟาง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเจดีย์ทรงโอคว่ำ และถือเป็นเจดีย์รูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะพม่า อนึ่ง ชนชาติปยูยังมีอายุร่วมสมัยกับอาณาจักรทวารวดี (ปัจจุบันคือประเทศไทย)

ชนชาติมอญโบราณมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 11-15 ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับชนชาติปยู ชนชาติมอญอาศัยอยู่ในตอนใต้ของประเทศพม่าบริเวณอ่าวเมาะตะมะ โดยมีเมืองโบราณที่สำคัญ ได้แก่ เมืองสะเทิม เมืองหวสาวดี เมืองมะริด เมืองทวาย เป็นต้น (บริเวณเมืองท่าชายทะเลเหล่านี้พบหลักฐานทางโบราณคดีของกลุ่มชนชาติมอญโบราณกระจายตัวอยู่ทั่วไป) อาณาจักรมอญโบราณมีเมืองหลวง แห่งแรก คือ เมืองสะเทิม หรือสุธรรมวดี (Thaton) ต่อมาจึงย้านมายังเมืองหงสาวดี หรือเมืองพะโค สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 1368 เมืองศูนย์กลางศิลปะ คือ เมืองสะเทิม แรกเริ่มมอญนับถือศาสนาพราหมณ์ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา

เป็นอาณาจักรที่สำตัญมากที่สุดอาณาจักรหนึ่งในพม่า โดยมีเมืองพุกามเป็นศูนย์กลาง อาณาจักรพุกามตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี ศาสนสถานและงานศิลปกรรมต่างๆ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 โดยเริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้าอนิรุทธ์ขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. 1587 ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจารึก และงานศิลปกรรมต่าง สมัยนี้ถือเป็นยุครุ่งเรืองของพม่าอย่าแท้จริง ซึ่งมีการขยายอาณาเขตออกไปกว้างใหญ่ไพศาล กษัตริย์องค์สำคัญ เช่น พระเจ้าอนิรุทธ์ พระเจ้าจันสิตถา พระเจ้าอลองสิทธุ และพระเจ้าติโลมินโล เป็นต้น พุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง ในสมัยนี้มีการสร้างเจดีย์เป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันโบราณสถานเมืองพุกาม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน มีจำนวนถึง 2,217 แห่ง ศาสนสถานที่เมืองพุกามอาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1. เจดีย์ทรงระฆังก่ออด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานซ้อนกันหลายชั้น และมียอดแหลม และ2. เจติยวิหาร หรือกู่ปายา

 

ศิลปะพม่า
ศิลปะโบราณสถานสมัย
ศิลปะปยู เจดีย์บูปะยา หรือภูปะยา ราวพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์บอบอจี ราวพุทธศตวรรษที่ 16
ศิลปะพุกาม เจดีย์ฉปัฏ สมัยของพระเจ้านรปติสิท
เจดีย์ชเวซิกอง พระเจ้าอนิรุทธ์โปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1603
อนันทเจดีย์ พ.ศ. 1634
เจดีย์นันปยะ ปลายพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์เปตเลคตะวันตกและตะวันออก ปลายพุทธศตวรรษที่ 16
เจดีย์นาคยน ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์อเพยทนะ ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 1
วิหารธรรมยางยี พ.ศ. 1710-1713
เจดีย์ชเวสันดอว์ ต้นพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารชินบินทัลยวง ต้นพุทธศตวรรษที่ 17
ประตูตาราบะ พ.ศ. 1392
ปิตะกะไต้
วิหารปะโตตาเมียะ ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์มยิงกาบา ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์โลกานันท์ ราวพุทธศตวรรษที่ 17
เจดีย์เสียนเยทยีมา ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารสุลามณี
วิหารสัพพัญญู ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารโลกะเตคปาน ปลายพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารติโลมินโล พระเจ้าติโลมินโล ปลายพุทธศตวรรษที่ 18
เทวาลัยนัตลองจอง พุทธศตวรรษที่ 18
เจดีย์มหาโพธิ์ ปลายพุทธศตวรรษที่ 18
เจดีย์เซดานาจี ราวพุทธศตวรรษที่ 18
วิหารปยะตองสู ราวพุทธศตวรรษที่ 19
มิงกลาเจดีย์ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19
เจดีย์เลเยทนา ราวพุทธศตวรรษที่ 19
วิหารอุบาลีเต็ง ราวพุทธศตวรรษที่ 23
สมัยหลังพุกาม วิหารกยันสิตอูมิน ราวพุทธศตวรรษที่ 19
ศิลปะพม่า-มอญ วัดกัลยาณี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21
พระธาตุอินแขวน ราวพุทธศตวรรษที่ 23
วัดเทพทันใจ โบตาถ่อง ราวพุทธศตวรรษที่ 25
ศิลปะมอญ เจดีย์ชเวดากอง ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
เจดีย์สุเล ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
พระธาตุมุเตา
ศิลปะพม่า วัดพระนอนชเวทัลเยือง (ชเวตาเรือง หรือฉินบินสะออง) หลังพุทธศตวรรษที่ 21
พระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง พุทธศตวรรษที่ 21-22
ศิลปะมัณฑะเลย์ วัดมินกุน พ.ศ. 2333
พระราชวังมัณฑะเลย์ พ.ศ. 2400
วัดชเวนันดอจอง วัดวิหารไม้ทองคำ ตำหนักของพระเจ้ามินดง
วัดเขามัณฑเลย์
ศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์ วัดกุโสดอ หรือวัดเจ้ากุศล พ .ศ. 2400
พระมหามัยมุนี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23-ต้นพุทธศตวรรษที่ 24
ศิลปะมัยราชวงศ์คองบอง พระราชวังโบราณที่อังวะ
วัดมหาอองมเยบองซานหรือวัดมนุออกจอง พ.ศ. 2365
วัดไม้สักบากะยา พระเจ้าพะคยีดอเมื่อปี พ.ศ. 2386
วัดมหาเตงดอจี
อื่นๆ นัต (ผีหรือเทวดาของชาวพม่า)

ที่ด้านข้างของพนักบันไดและที่ฐานรองรับเรือนธาตุ (ฐานชั้นบน) ของจันทิเมนดุต ปรากฏภาพเล่าเรื่องแทรกอยู่ในลายพันธุ์พฤกษาด้วย ตัวอย่างนิทานเรื่องเล่าที่สำคัญได้แก่ นิทานเรื่องปูหนีบคอนกกระสาเจ้าเล่ห์  ภาพเล่าเรื่องจากนิทานปัญจตันตระ ซึ่งเป็นนิทานสอนใจของอินเดียแต่งโดยใช้สัตว์ต่างๆเป็นตัวละครหลัก เช่น นิทานเรื่องเต่าปากมากซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากนกกระยางสองตัว เป็นต้น นิทานบางเรื่องก็ปรากฏเช่นกันในนิทานชาดกด้วยอันแสดงให้เห็นว่านิทานเหล่านี้คงเป็นนิทานโบราณของอินเดีย จึงทำให้นิทานดังกล่าวไปปรากฏทั้งในศาสนาฮินดูและพุทธ

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะพม่า

  • เจดีย์มหาโพธิ์
    เจดีย์มหาโพธิ์ พระเจ้าติโลมินโล หรือพระเจ้านันตวงมยาโปรดให้สร้างมหาโพธิ์เจดีย์เมื่อประมาณปลาย พุทธศตวรรษที่ 18 สืบเนื่องมาจากจารึกที่อ้างว่าพระเจ้ากยันสิตถาได้ส่งคนไปซ่อมวิหารพุทธคยาที่อินเดียขากลับได้นำเอาหน่อของต้นพระศรีมหาโพธิ์กลับมาปลูกในพุกามด้วย สันนิษฐานว่าตำแหน่งที่ปลูกต้นโพธิ์คือที่ตั้งของเจดีย์มหาโพธิ์แห่งนี้ เจดีย์มหาโพธิ์มีรูปแบบเป็นทรงศิขระ ซึ่งน่าได้รับอิทธิพลโดยตรงมาจาก ศิขระของวิหารมหาโพธิ์ที่พุทธคยา อินเดีย…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๓๑
  • เจดีย์บอบอจี
    เจดีย์บอบอจี เจดีย์บอบอจีถือได้ว่าเป็นเจดีย์ที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งในศิลปะปยูที่เมืองศรีเกษตร เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่ต่อมาได้ปูพื้นฐานให้กับเจดีย์ปยูที่เมืองพุกาม รวมถึงปูพื้นฐานให้กับเจดีย์กลุ่มพม่าแท้ด้วย มีลักษณะคือ อัณฑะอยู่ในผังกลม ซึ่งอัณฑะมีขนาดใหญ่และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และยังคงแสดงถึงระเบียบตามแบบศิลปะอมราวดี แต่มีลักษณะพื้นเมืองเข้ามาผสม คือ องค์ระฆังยืดสูงขึ้นเป็นทรงกระบอก…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๗
  • วิหารธรรมยางยี
    วิหารธรรมยางยี ธรรมยางยี แปลว่า ธรรมอันยิ่งใหญ่ วิหารหลังนี้สร้างโดยพระเจ้านรถู กษัตริย์พุกามครองราชย์อยู่ในช่วง พ.ศ. 1710-1713 ตามประวัติกล่าวว่าเป็นกษัตริย์ที่ใจคอโหดเหี้ยมก่อนขึ้นครองราชย์ได้ทำปิตุฆาตพระบิดา คือ พระเจ้าอลองสินธูขณะทรงประชวรอยู่…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๓๑
  • วัดมหาอองมเยบองซาน หรือวัดมนุออกจอง
    วัดมหาอองมเยบองซาน หรือวัดมนุออกจอง มีการตั้งชื่อตามพระนามผู้สร้าง คือ พระนางนันมาดอว์เมนุ อัครมเหสีของพระเจ้าพะคยีดอ วัดแห่งนี้พระนางนันมาดอว์เมนุให้สร้างถวายพระสังฆราช ซะยาดออูโปของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2365 เมื่ออังวะกลับมาเป็นราชธานีของพม่าอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๘:๒๒
  • เจดีย์ชเวสันดอว์
    เจดีย์ชเวสันดอว์ ชเวสันดอว์ หมายถึง พระเกศาทองคำ ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้าอนิรุทธิ์เป็นผู้สร้างสำหรับประดิษฐานพระเกศาธาตุ เจดีย์ชเวสันดอว์ถึงแม้ว่าจะสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าอนิรุทธิ์เช่นเดียวกับเจดีย์ ชเวซิกอง แต่มีความต่างกันคือการเพิ่มฐานเป็นจำนวน 5 ชั้น การที่เจดีย์ชเวสันดอว์สร้างขึ้นเพื่อบรรจุ…
    Written on วันเสาร์, ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ ๑๗:๒๒

คำค้น ศิลปะพม่า

ครรภคฤหะ ครรภคฤหะ มณฑป จตุรมุข ชาดก ญวนแตง ดุยิน ทศชาติ นัต ปยาธาตุ ผังกากบาท พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระลักษมี พระเกศาธาตุ พระเจ้ากยันสิทถา พระเจ้าจักกายแมง พระเจ้าติโลมินโล พระเจ้าปดุง พระเจ้ามินดง พระเจ้าอนิรุทธิ์ พระเจ้าอลองคสินธู พระไตรปิฏก พุทธชาดก พุทธประวัติ มณฑป ยอดทรงศิขระ ยอดศิขระ ระฆังสำริด ลวดบัวแบบพม่า ลวดลายปูนปั้นพม่า ศิลปะปยู ศิลปะพม่า ศิลปะพม่ามอญ ศิลปะพุกาม ศิลปะพุกามตอนต้น ศิลปะพุกามตอนปลาย ศิลปะมอญ ศิลปะมัณฑะเลย์ ศิลปะมัณฑเลย์ ศิลปะราชวงศ์คองบอง ศิลปะราชวงศ์คองปอง สถูปิกะ สำเภา สีหาสนบัลลังก์ องค์ระฆังโอคว่ำ อดีตพุทธ อดีตพุทธเจ้า อัษฏามหาปาฏิหาริย์ อาคารไม้สัก อิทธิพลศิลปะปาละ อิทธิพลศิลปะลังกา อิทธิพลศิลปะอมราวดี อิทธิพลศิลปะอยุธยา ฮินดู เขาพระสุเมธ เจดีย์จุฬามณี เจดีย์พม่าแท้ เจติยวิหาร เทพทันใจ เลียนแบบเครื่องไม้ โปรดพุทธมารดา

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

12261999
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
467208
0
467208
11794626
467208
820857
12261999
Server Time: 16-07-2019 14:17:12