Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ศิลปะแบบ Art Deco ได้รับความนิยมตั้งแต่ปี ค.ศ.1925 โดยนิยมในยุโรปและอเมริกา รูปแบบอาคารแบบ Art Deco มักมีการตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นการใช้เส้นตรง และรูปทรงเรขาคณิต รูปแบบอาคารเช่นนี้ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อรูปแบบอาคารในมาเลเซียในยุคก่อนสงคราม โดยเฉพาะอาคารเรือนแถว และอาคารสถานบันเทิง อาคารแบบ Art Deco ในมาเลเซียจะแตกต่างจากอาคารในประเทศตะวันตกในด้านการใช้วัสดุ เนื่องจากหินที่ใช้ในการประดับพื้นผิวอาคารตามรูปแบบดั้งเดิมหาได้ยาก จึงมีการดัดแปลงนำปูนปลาสเตอร์จากเซี่ยงไฮ้มาตกแต่งพื้นผิว ทำให้ได้รูปแบบที่คล้ายคลึงกับต้นกำเนิด อีกทั้งประหยัด สวยงาม และคุณภาพดี เรือนแถวแบบ Art Deco ในมะละกาพบอยู่ทั่วไป โดยมากมักมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ประกอบด้วย เสาธงคอนกรีตที่กลางอาคารส่วนฐานเสาอาจเป็นปูนปั้นรูปปีกนก หรือเป็นเพียงแถบเส้นตรง สองข้างของอาคารมีหอคอยจำลองขนาบอาคารซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเสาแนบขนาดเล็กแทน ในอาคารขนาดใหญ่อาจมีการประดับด้วยลายปูนปั้นเป็นเส้นตรงหรือรูปเรขาคณิต
Published in มะละกา
ลักษณะบ้านเรือนพื้นถิ่นของชาวมาเลย์มักมีรูปแบบของหลังคาที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค แต่องค์ประกอบและวิธีก่อสร้างมักจะคล้ายคลึงกัน โดยจะเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น การออกแบบพื้นที่ใช้สอยในบ้านจะตอบรับกับพฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมาเลย์ โดยทั่วไปบ้านของชาวมาเลย์ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ 1. Serembi หรือเฉลียงหน้าบ้าน ใช้เป็นห้องรับแขก และเป็นห้องจัดงานหรือทำพิธีกรรมต่างๆ ที่มีคนนอกครอบครัวมาร่วมด้วย 2. Rumah ibu หรืออาคารหลักของบ้าน ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวซึ่เจ้าของบ้านใช้พักผ่อน ทำพิธีกรรม และกิจกรรมต่างๆ ในครอบครัว 3. Rumah dapur หรือห้องครัว มักอยู่ด้านหลังของบ้าน และเป็นพื้นที่สำหรับทานอาหารของครอบครัว โดยการนั่งล้อมวงบนเสื่อ พื้นที่แต่ละส่วนจะมีการแบ่งพื้นที่โดยใช้ระดับของพื้น ใช้ผนังและประตูเป็นตัวกั้นเขต ใต้ถุนบ้านใช้เป็นพื้นที่เก็บของหรือใช้สอยตามกิจกรรมของแต่ละบ้าน ในการสร้างบ้านจะมีการวางเสาบนแท่นหินหรือแท่นปูนซึ่งทำหน้าที่เป็นตอม่อ ตรงกลางของบ้านมีเสาเอก เรียกว่า tiang seri ซึ่งจะมีการทำพิธีลงเสาเอกผูกผ้าแดง ดำ และขาว พร้อมวางเหรียญทองและเงินที่ใต้เสา เสานี้ใช้เพื่อปกป้องภยันอันตรายจากวิญญาณร้าย ในการก่อสร้างบ้านทั้งหลังใช้ระบบเสาและคาน โดยวิธีใช้สลักและเดือย โดยไม่ต้องใช้ตะปู ส่วนผนังและหลังคาบ้านเน้นการระบายอากาศ จึงมีการทำช่องลมไว้ทั้งบนผนัง และหน้าต่าง
Published in มะละกา

The Baba and Nyonya Heritage Museum เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลขนาดสามช่วงตึก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1898 โดยคหบดี Chan Cheng Siew โดยมีรูปแบบชิโน – โปรตุกีสที่มีการผสมผสานรูปแบบทั้งจีน ฝรั่ง และท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน ภายในพิพิธภัณฑ์ยังคงอนุรักษ์แบบแผนบ้านเรือน ของตกแต่งบ้าน เครื่องเรือน เครื่องใช้ ที่มีอายุกว่าร้อยปีไว้อย่างครบถ้วนตามวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวบ้าบ๋าย่าหยา ชั้นล่างมีห้องรับแขกที่มารอพบเจ้าของบ้าน ห้องที่สองเป็นห้องรับรองแขก มีรูปสลักบนประตูหน้าต่าง และฉากกั้นห้องเป็นรูปสัตว์มงคลของจีน เช่น ค้างคาว นกกระเรียน กวาง เป็นต้น บนเพดานมีโคมไฟแบบวิคตอเรีย ตอนกลางบ้านมีบันไดวนเป็นไม้เข้าเดือยสลักลวดลายประณีต และยังมีช่องแสงขนาดใหญ่พร้อมบ่อน้ำด้านล่าง ซึ่งช่วยในการหมุนเวียนและปรับสภาพอากาศให้เย็นสบาย ด้านหลังเป็นห้องอาหารและห้องครัว ที่มีลวดลายกระเบื้องปูพื้นและผนังที่สวยงาม ชั้นบนเป็นพื้นไม้ ห้องด้านหน้ามีช่องสี่เหลี่ยมสามารถเปิดดูผู้มาเยือนที่อยู่ด้านล่างได้ ชั้นบนประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องนอนกลาง เป็นห้องนอนของลูกชายคนโต ห้องนั่งเล่น และห้องบูชาแผ่นป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ บานประตูและหน้าต่างของทุกห้องสลักลวดลายมงคลที่มีความหมายต่างๆ กัน เช่น สัญลักษณ์ปลาคู่ที่แสดงถึงชีวิตคู่ยืนยาว จะประดับในห้องนอนของสามี – ภรรยา ตัวอย่างของการจัดสรรพื้นที่ และการตกแต่งภายในอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างของรูปแบบของบ้านคหบดีชาวบ้าบ๋าย่าหยา หรือชาวเพรานากันได้อย่างดี

Published in มะละกา
ในพื้นที่ของเขต Katongได้มีการอนุรักษ์กลุ่มบ้านแบบมีระเบียงรุ่นเก่าเอาไว้ บ้านรูปแบบนี้มีชั้นเดียว ตัวบ้านเชื่อมต่อกันเหมือนกับบ้านทาวน์เฮาส์ บ้านสองหลังจะมีบันไดทางขึ้นเดียว แต่แบ่งทางขึ้นเป็นสองข้าง ด้านหน้าบ้านแต่ละหลังมีระเบียงก่อนเข้าตัวบ้าน จึงเป็นที่มาของชื่อกลุ่มบ้านเหล่านี้ ตัวบ้านมีหลังคาสูงและมีช่องลมเพื่อระบายอากาศซึ่งมักใช้อาคารในเขตร้อนชื้น พื้นที่ของกลุ่มบ้านนี้เดิมอยู่ใกล้กับผนังกั้นคลื่นริมทะเลมาก่อน กลุ่มอาคารเหล่านี้จึงมีการยกพื้นสูงเพื่อป้องกันระดับน้ำขึ้นลงจากทะเล รูปแบบทางศิลปะของกลุ่มบ้านเหล่านี้จะมีลักษณะพิเศษคือ การผสมผสานรูปแบบของศิลปกรรมท้องถิ่นกับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ได้แก่ การประดับชายคาแบบบ้านท้องถิ่น และการตกแต่งลวดลายปูนปั้นแบบตะวันตก

วัฒนธรรมเพรานากันของสิงคโปร์นิยมใช้สีสันสวยงามประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือน มีตัวอย่างทีเห็นชัดที่เรือนแถว (Shophouse)แห่งหนึ่งในkatong อาคารเรือนแถวในสิงคโปร์ทั่วไปมักมีหน้าแคบประมาณ 4 – 6 เมตร แต่มีความยาว 2 – 3 เท่าของความกว้าง ทั้งนี้เนื่องจากข้อจำกัดของไม้คานที่หาได้ในช่วงก่อนสงครามโลก ซึ่งมักมีความยาวระหว่าง 5 – 6 เมตรเท่านั้น อาคารเรือนแถวมักมีความสูง 2 – 3 ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นพื้นที่ทำธุรกิจ ส่วนชั้นบนใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือบางแห่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยทั้งหลัง ซึ่งมักมีรั้วและประตูกั้นอาณาเขตอีกชั้นหนึ่ง ในประเทศสิงคโปร์มีรูปแบบของอาคารตึกแถวเป็น 6 แบบ คือ ยุคต้น Early(ค.ศ.1840 - 1900) อาคารเรียบไม่มีลวดลาย มักเป็นอาคาร 2 ชั้น , First Transitional(ต้นปี ค.ศ. 1900) เริ่มมีการใส่ลวดลายบนตัวอาคาร, Late(ค.ศ.1900 - 1940) เป็นช่วงที่การตกแต่งตัวอาคารอย่างเต็มที่, Second Transitional (ปลายปี ค.ศ. 1930) อาคารต่างๆ เริ่มได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบยุโรป ทำให้ลดทอนลวดลายต่างๆ ลงจนมีรูปแบบง่ายๆ , Art Deco (ค.ศ.1930 - 1960) อาคารมักมีรูปทรงเรขาคณิต เพราะได้รับอิทธิพลของศิลปะอาร์ตเดคโค และ Modern (หลัง ค.ศ.1950) เป็นอาคารผสมผสานรูปแบบต่างๆ อย่างอิสระ รูปแบบเหล่านี้แสดงถึงเทคโนโลยี รสนิยม และวัฒนธรรมของผู้เป็นเจ้าของ เรือนแถวมักมีการสร้างผนังร่วมซึ่งผนังนี้จะทำหน้าที่รองรับคานหลังคา และคานพื้นชั้นบน ผนังร่วมมักสูงเหนือหลังคาเพื่อป้องกันไฟลุกลามเมื่อเกิดไฟไหม้ ส่วนชายคามักประดับด้วยไม้ฉลุซึ่งเป็นอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบมาเลย์ ด้านหน้าของอาคารมักตกแต่งด้วยปูนปั้นตามอิทธิพลศิลปะตะวันตก และกระเบื้องสีสันสวยงาม

บ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1880 โดยนักธุรกิจชื่อ BoeyChuanPoh ระหว่างปี ค.ศ. 1900 – 1911 บ้านหลังนี้เคยเป็นที่พำนักของดร. ซุน ยัด เซ็น ผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “บิดาของชาติ” และเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐจีน ท่านได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เป็นจำนวน 8 ครั้งโดยได้สร้างฐานบัญชาการสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศสิงคโปร์ขึ้น เพื่อใช้เป็นแหล่งในการแสวงหาทุนสนับสนุน และใช้เผยแพร่แนวคิดของท่าน ในการเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ได้มีนักธุรกิจชาวแต้จิ๋วชื่อ TeoEng Hock ซึ่งครอบครองบ้านในขณะนั้น ได้สนับสนุน ดร.ซุน โดยการมอบที่พักแห่งนี้ให้อยู่อาศัยและปฏิบัติการ หลังการปฏิวัติของ ดร.ซุน ท่านไม่มีโอกาสได้กลับมายังบ้านแห่งนี้อีกเลย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกยึดโดยกองทัพญี่ปุ่น และถูกใช้เป็นศูนย์กลางของพรรคก๊ก มิน ตั๋ง สาขาสิงคโปร์ ในปี ค.ศ. 1915 บ้านหลังนี้ถูกครอบครองโดย Singapore Chinese Chamber of Commerce & Industry ซึ่งได้ปรับให้เป็นห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติของ ดร. ซุน ยัด เซ็น รูปแบบของบ้านสร้างเป็นวิลล่าในแบบ Victorian ตัวอาคารเป็นอาคารสองชั้นมีมุขยื่นด้านหน้า ชายคาแต่งด้วยไม้สลักรูปหยดน้ำ ด้านบนเป็นระเบียง มีมุขหน้าแต่งด้วยเสากลมเซาะร่องและแต่งบัวหัวเสาตามแบบคลาสสิก มีราวระเบียงเป็นเหล็กหล่อลายก้านพฤกษา ส่วนด้านล่างใช้เป็นที่จอดรถ ตกแต่งด้วยวงโค้งสลับเสาประดับผนัง และราวระเบียงปูน รูปแบบของอาคารประเภทวิลล่าเช่นนี้พบมากในประเทศสิงคโปร์ มักสร้างโดยผู้มีฐานะชาวจีนซึ่งร่ำรวยจากการค้าขาย รูปแบบอาคารยังสามารถสื่อถึงรสนิยมของผู้คนในยุคนั้นที่ได้อิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ผสมผสานกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารให้เข้ากับสภาพอากาศในท้องถิ่น

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะมาเลเซีย

เลือกสถานที่ศิลปะมาเลเซีย

บทความศิลปะมาเลเซีย

  • Masjid Jamek
    มัสยิดจาเม็ก เมืองกัวลาลุมปูร์นี้สร้างขึ้นในสมัยอาณานิคมอังกฤษแล้ว สถาปนิกในระยะนี้มักมีการนำศิลปะอิสลามแบบใหม่เข้าๆมาผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ เช่น ศิลปะโมกุลของอินเดีย และศิลปะมัวร์ของสเปนเป็นต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นผังแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโดมสามโดมเรียงกันตามแบบศิลปะโมกุลองอินเดียรูปแบโดมเองก็มีเค้าโครงแบบโมกุล คือมีคอโดมเป็นทรงกระบอกและมีกลีบดอกไม้คว่ำอยู่ด้านบน (ฆัณฏา)…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๕
  • Padang , Kuala Lumpur
    ปาดัง หรือ เอลพลานาด คือสนามหลวงซึงมักสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางเมืองตามธรรมเนียมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬา ชุมนุมในงานรัฐพิธีและสวนสนาม ปรากฏหลายเมืองที่สร้างขึ้นภายในอาณานิคมอังกฤษ เช่น เมืองปีนังเมืองอิโปห์ เมืองไตปิง…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๙
  • Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur
    ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง ถือเป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Styleที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E. Spooner…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๐๙
  • Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur
    ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง เป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Style ที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E.…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๒
  • Textile Museum Building
    A.C.Normanสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างตึกนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2439 เพื่อเป็นสำนักงานการรถไฟสหพันธรัฐมาเลย์ (Federated Malay States Railways) จากนั้น…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๘

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14007825
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
513485
0
513485
13494175
513485
0
14007825
Server Time: 07-12-2019 06:45:55