Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

การประดับสันหลังคาอาคารศาลเจ้าด้วยประติมากรรมรูปต่างๆ อาจเป็นรูปสัตว์ รูปคน หรือเทพเจ้าต่างๆ ในตำนาน มักจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นของจีน การประดับหลังคาศาลเจ้า Cheng Hoon Teng เป็นการประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมจีนทั้งคนและสัตว์ในอิริยาบถต่างๆ ด้วยชิ้นกระเบื้องสีสันสวยงาม เรียกว่า เจี้ยน เหนียน หรือ chien nien, jian nian (cut and paste) ซึ่งเป็นที่นิยมในภาคใต้ของจีน โดยเฉพาะในเขต Fujian และเขต Chaozhou ในการสร้างอาคารในยุคนั้นจะมีการนำช่างฝีมือมาจากจีนโดยตรง การประดับตกแต่งหลังคาที่สวยงามช่างจะค่อยๆ ใช้กรรไกรตัดชิ้นส่วนเซรามิคสีสันต่างๆ เป็นชิ้นเล็กๆ รูปร่างต่างกัน จากนั้นนำมาปะติดปะต่อกันด้วยปูน จนเกิดเป็นประติมากรรมรูปต่างๆ ตามสันหลังคา การประดับหลังคาของอาคารในศิลปะจีน นอกจากจะสร้างความสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ในการเพิ่มน้ำหนักสันหลังคา ซึ่งจะช่วยกดกระเบื้องไว้ไม่ให้ขยับได้ง่าย

Published in มะละกา

โครงสร้างอาคารของศาลเจ้ามีการแบ่งสัดส่วนเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนฐาน ส่วนอาคาร และส่วนหลังคา โครงสร้างหลังคาของวัดจีนแบบประเพณีนิยมทั่วไปมักใช้โครงสร้างไม้ โดยใช้เป็นระบบเสาและคาน สำหรับอาคารศาลเจ้า Cheng Hoon Teng ไม้มีความสำคัญในการเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก และใช้เป็นโครงสร้างถัก หรือ Truss system ร่วมกับโครงสร้างแบบเสาและคาน โดยคานไม้จะทำหน้าที่เชื่อมประสานไม้เข้าเป็นโครงถัก น้ำหนักของหลังคาและชายคาจะถูกถ่ายน้ำหนักผ่านโครงถักของคานลงบนเสาขนาดใหญ่ ภายในโครงถักมีการใช้ค้ำยันซ้อนกันหลายชั้นเรียกว่า โตว๋ก่ง หรือ tou – kung ด้านข้างยังมีโครงสร้างคานยื่น หรือ Cantilever รองรับปลายหลังคา นอกจากนี้ในแต่ละส่วนของโครงหลังคา ยังมีการสลักลวดลายบนขื่อ คาน และค้ำยัน เป็นรูปสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ลักษณะของโครงสร้างหลังคาเช่นนี้ เรียกว่า แบบถายเหลียง หรือ tai liang หมายถึง คานหรือขื่อที่ถูกยกขึ้น นิยมใช้กับอาคารขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญ ภายในจะสามารถระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะการระบายควันธูปที่เกิดจากพิธีกรรม

Published in มะละกา

Cheng Hoon Teng หมายถึง พลับพลาเมฆเขียว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนมะละกา ที่มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง พร้อมกับกองเรือของเจิ้งเหอ และเจ้าหญิงฮังลิโป ศาลเจ้าสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1600 ในระยะแรกเป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก ต่อมาในปี ค.ศ. 1655 Kapitan Lee Wei King ได้บริจาคเงิน และรวบรวมทุนจากชาวจีนฮกเกี้ยน เพื่อขยายศาลเจ้า อาคารของศาลเจ้าได้มีการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 2000 องค์ประกอบของศาลเจ้าประกอบด้วย ซุ้มประตูทางเข้าศาล ซึ่งมีซุ้มประตูหลักตรงกลาง หลังคาซุ้มตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบตัดเป็นชิ้นเล็กแต่งเป็นรูปตุ๊กตาจีน สองข้างเป็นซุ้มประตูขนาดเล็ก อาคารหลักหันหน้าเข้าสู่ลานกลางแจ้ง มีการแบ่งพื้นที่เป็นโถงด้านหน้าสำหรับทำพิธีไหว้ในขั้นแรก และห้องด้านในมีแท่นบูชา และแท่นประทับของเทพเจ้าหลัก 3 องค์ที่ด้านในสุด โดยประดิษฐานรูปเคารพเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่มาโจ๊ว เทพเจ้ากวนอูที่อัญเชิญมาจากจีน ภายในห้องนี้ยังเป็นที่เก็บระฆังและกลองประจำศาลเจ้า ภายในศาลองค์ประธาน และพระหยกขาวจากพม่า อาคารหลักตกแต่งอย่างสวยงามด้วยไม้แกะสลักปิดทอง มีรูปเทพเจ้าจีน สิงโต ดอกไม้ ผลไม้มงคล ฯลฯ ทั้งที่เพดาน เชิงชาย ประตูทางเข้า ช่องหน้าต่าง ส่วนอาคารโดยรอบเป็นอาคารประดิษฐานเทพเจ้าอันดับรอง อาคารบูชาบรรพบุรุษ และอาคารเก็บป้ายบรรพบุรุษซึ่งมีการตกแต่งไม่มากเท่ากับอาคารหลัก รูปแบบของอาคารศาลเจ้า Cheng Hoon Teng เป็นรูปแบบอาคารศาลเจ้าในทางใต้ของจีน ซึ่งเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในพื้นที่ Fujian และ Guangdong ในการก่อสร้างอาคารศาลเจ้าแห่งนี้ ได้มีการนำช่างก่อสร้างและช่างฝีมือจากพื้นที่ Fujian และ Guangdong เข้ามาก่อสร้างอาคารตามรูปแบบประเพณีนิยมของชาวจีนในมะละกา ซึ่งเป็นการสะท้อนแหล่งที่มาของกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้ได้อย่างดี

Published in มะละกา

วัดฟุค ตัก ชี เป็นหนึ่งในวัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1824 โดยชาวจีนฮักกาและชาวจีนกวางตุ้งที่อพยพมาจากภาคใต้ของจีน โดยอุทิศให้กับเทพเจ้า TuaPek Kong (ออกเสียงแบบฮกเกี้ยน) หรือ Dai Bak Kong (ออกเสียงแบบกวางตุ้ง) ตามลัทธิ Shenistที่ผสมผสานระหว่างลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื้อ เพื่อขอบคุณเทพเจ้าที่ทำให้การเดินทางมายังสิงคโปร์ราบรื่นและปลอดภัย ในปี ค.ศ.1998 ได้มีการเปลี่ยนการใช้สอยจากวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงวัตถุที่เกี่ยวกับการอพยพของชาวจีนสู่สิงคโปร์ ปี ค.ศ. 2000 วัดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ Far East Square รูปแบบทางศิลปะของวัดมีความเรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งมากนัก ด้านหน้าเป็นซุ้มประตูทางเข้า ตรงกลางเป็นลานสี่เหลี่ยม ภายในเป็นห้องบูชาเทพเจ้า ส่วนสันหลังคาประดับด้วยชิ้นส่วนกระเบื้องสีรูปมังกร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของจีน ผืนหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา ส่วนซุ้มประตูประดับด้วยแผ่นไม้สลักอักษรจีน

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะมาเลเซีย

เลือกสถานที่ศิลปะมาเลเซีย

บทความศิลปะมาเลเซีย

  • Masjid Jamek
    มัสยิดจาเม็ก เมืองกัวลาลุมปูร์นี้สร้างขึ้นในสมัยอาณานิคมอังกฤษแล้ว สถาปนิกในระยะนี้มักมีการนำศิลปะอิสลามแบบใหม่เข้าๆมาผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ เช่น ศิลปะโมกุลของอินเดีย และศิลปะมัวร์ของสเปนเป็นต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นผังแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโดมสามโดมเรียงกันตามแบบศิลปะโมกุลองอินเดียรูปแบโดมเองก็มีเค้าโครงแบบโมกุล คือมีคอโดมเป็นทรงกระบอกและมีกลีบดอกไม้คว่ำอยู่ด้านบน (ฆัณฏา)…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๕
  • Padang , Kuala Lumpur
    ปาดัง หรือ เอลพลานาด คือสนามหลวงซึงมักสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางเมืองตามธรรมเนียมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬา ชุมนุมในงานรัฐพิธีและสวนสนาม ปรากฏหลายเมืองที่สร้างขึ้นภายในอาณานิคมอังกฤษ เช่น เมืองปีนังเมืองอิโปห์ เมืองไตปิง…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๙
  • Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur
    ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง ถือเป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Styleที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E. Spooner…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๐๙
  • Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur
    ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง เป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Style ที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E.…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๒
  • Textile Museum Building
    A.C.Normanสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างตึกนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2439 เพื่อเป็นสำนักงานการรถไฟสหพันธรัฐมาเลย์ (Federated Malay States Railways) จากนั้น…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๘

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

13706620
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
212280
0
212280
13494175
212280
809771
13706620
Server Time: 12-11-2019 10:55:32