Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ที่ลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัยซึ่งมีจารึกระบุว่าสร้างขึ้นในพ.ศ.1912(ต้นพุทธศตวรรษที่ 20)เทวาลัยหลังนี้มีรูปแบบที่อาจใช้เป็นตัวอย่างศึกษาสถาปัตยกรรมชวาภาคตะวันออกตอนปลายสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตได้

เทวาลัยมีขนาดเล็กและอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุมีรัดอกคาดและที่ประตูทั้งสี่ทิศประดับหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายซึ่งลักษณะทั้งหมดนี้คล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรียอดของจันทิมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรีเช่นกัน กล่าวคือประกอบด้วยชั้นหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่ประดับด้วยอาคารจำลอง อย่างไรก็ตาม เส้นรอบนอกของยอดที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่อ่อนช้อยซึ่งคงแสดงพัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสิงหาส่าหรี ยิ่งกว่านั้น อาคารจำลองของจันทิที่มีจำนวนถึง 7 หลังนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าอาคารจำลองในศิลปะสมัยสิงหาส่าหรีที่มีจำนวนเพียง 5 หลังต่อชั้นเท่านั้น

จันทิจาวีเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี มีรูปแบบที่อาจเปรียบเทียบกับจันทิอื่นๆในศิลปะชวาภาคตะวันออก เช่น เรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ยอดที่ดูเหมือนสถูปในพุทธศาสนานั้น แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูซึ่งกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์นครกฤตาคมอันเป็นพงศาวดารพื้นเมือง

จันทิสิงหาส่าหรีมีรูปแบบที่เทียบได้กับจันทิโดยทั่วไปในศิลปะชวาภาคตะวันออก กล่าวคือ เป็นอาคารขนาดเล็กที่มีเรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ช่างสลักด้านบนลงด้านล่าง ด้วยเหตุนี้ด้านล่างจึงยังคงสลักไม่เสร็จ แต่ด้านบน โดยเฉพาะที่ยอดและหน้ากาลมีลวดลายเสร็จสมบูรณ์แล้วหลายจุดที่น่าชมก็คือ ลวดลายหน้ากาลที่มีลายกนกครอบคลุมอย่างมาก

รายละเอียดเรือนธาตุของจันทิกิดาล ซึ่งเหนือประตูกลางปรากฏหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายตามแบบศิลปะชวาภาคตะวันออก กล่าวคือ เป็นหน้ากาลที่มีปากล่าง มีเขี้ยวยื่นออกมา มีเขาและมีมือที่ชูนิ้วขึ้นในท่าขู่ (ดรรชนีมุทรา)  หน้ากาลที่ด้านบนสุดของประตูใหญ่นั้น ย่อมเป็นรูปแบบที่สืบทอดมาจากการประดับซุ้มกาล-มกรครอบซุ้มประตูในศิลปะชวาภาคกลางนั่นเอง อย่างไรก็ตาม มกรนั้นได้หายไปเหลือแต่เพียงหน้ากาลในระยะนี้

เรือนธาตุยังปรากฏ “เส้นรัดอก” รัดกลางเรือนธาตุซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคตะวันออก รัดอกนี้แท้จริงแล้วก็คือเส้นคาดเรือนธาตุสองชั้นที่สืบมาตั้งแต่ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลายส่วนซุ้มจระนำขนาดเล็กทั้งสองที่ขนาบข้างประตูนั้น คงได้แก่ซุ้มทวารบาลของพระศิวะ อันได้แก่นันทิเกศวรและมหากาล

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป็นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

ต้นกัลปพฤกษ์ หรือต้นกัลปตรุ คือต้นไม้ที่ปรากฏขึ้นในดินแดนหรือกัลป์ของผู้มีบุญ เช่นในอุตตรกุรุทวีปหรือในสมัยของพระไมตรยะ ต้นไม้นี้ประทานทุกสิ่งแก่ประชาชนผู้อาศัยในดินแดนหรือในกัลป์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเพชรพลอย ในดินแดนนั้น ประชานจึงไม่ต้องดิ้นรนทำงานแต่อาศัยเพียงการสอยของมีค่าจากต้นไม้นั้น ในภาพสลักนี้ ทั้งกินนรวิ่งอยู่ด้านล่างและวิทยาธรซึ่งเหาะอยู่ด้านบนได้มุ่งหน้ามาเก็บเพชรพลอยซึ่งวางอยู่จนเต็มหม้อที่โคนต้นไม้

การสลักต้นกัลปพฤกษ์ที่ผนังของจันทิปะวน ย่อมแสดงให้เห็นการใช้สัญลักษณ์อวยพรแก่ผู้ศรัทธาว่า ผู้ใดไหว้พระ ผู้นั้นย่อมได้ทรัพย์สมบัติ หรือจะได้ไปเกิดในดินแดนที่มีต้นกัลปพฤกษ์ อนึ่ง การที่ภาพสลักดังกล่าวเกี่ยวข้องกับท้าวกุเวรเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ทำให้เกิดทฤษฎีว่า จันทิปะวนอาจสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ท้าวกุเวรก็ได้

จันทิปะวนเป็นจันทิขนาดเล็ก สร้างขึ้นในบริเวณเดียวกับบุโรพุทโธและจันทิเมนดุต โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน หลายท่านเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับบุโรพุทโธและจันทิเมนดุต เนื่องด้วยตั้งอยู่ในแกนเดียวกัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจแสดงประติมานวิทยาพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

องค์ประกอบของจันทิปะวน ประกอบด้วยฐาน 2 ชั้น โดยฐานชั้นล่างเป็นฐานประทักษิณ มีบันไดทางขึ้นทางด้านหน้า ส่วนฐานด้านบนเป็นฐานที่รองรับเรือนธาตุ ผนังเรือนธาตุแบ่งออกเป็นสามส่วน เก็จประธานประกอบด้วยภาพสลักเรื่องต้นกัลปพฤกษ์ล้อมรอบไปด้วยหม้อเพชรพลอยและกินนร-กินนรี ซึ่งเก็จมุมปรากฏซุ้มจระนำที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ประทับยืน

 

เก็จมุมของจันทิเมนดุน ปรากฏพระโพธิสัตว์จำนวนแปดองค์ ซึ่งได้แก่อัษฏมหาโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แปดองค์ในพุทธศาสนามหายาน ภาพสลักนี้ทำให้จันทิเมนดุตกลายเป็นมณฑลของพระโพธิสัตว์แปดองค์ผู้ประทับยืนล้อมรอบพระพุทธเจ้าที่แทนด้วยพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในจันทิ ซึ่งแท้จริงแล้วพระโพธิสัตว์ทั้งแปดแสดงให้เห็นคุณสมบัติของพระพุทธเจ้าในด้านต่างๆนั่นเอง 

โดยอัษฏมหาโพธิสัตว์ทั้งหมดได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรวัชรปาณิ สมันตภัทร มัญชุศรี กษิติครรภ์ อากาศครรภ์ (หรือขครรภ์) ไมเตรยะ และสรรวนิวรณวิษกัมภิน

ที่เก็จประธานของจันทิเมนดุตสลักเป็นภาพพระโพธิสัตว์ที่สำคัญ ภาพด้านหนึ่งสลักเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 กรประทับนั่งบนดอกบัว สองกรหน้าของพระโพธิสัตว์แสดงปางสมาธิส่วนอีกสองกรถือของนักบวชอันได้แก่ลูกประคำและคัมภีร์ การแสดงมุทราของพระโพธิสัตว์ดังกล่าวนี้ทำให้นึกถึงประติมานวิทยาของพระโพธิสัตว์ษฑักษรี อันเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้ทำสมาธิกับมนตร์หกพยางค์ ด้านข้างทั้งสองข้างของพระองค์ปรากฏต้นไม้สารพัดนึกที่ปรากฏหม้อเพชรพลอยที่โคนต้นด้วย ต้นไม้สารพัดนึกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ต้นกัลปพฤกษ์”

นอกจากนี้ยังปรากฏพระโพธิสัตว์บริวารโดยข้างหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์เพศชาย อีกข้างเป็นเพศหญิง ทั้งสองกำลังทำโยคะซึ่งสังเกตได้จากการคาดสายโยคปัฏฏ์ข้างหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์เพศชาย อีกข้างเป็นเพศหญิง ทั้งสองกำลังทำโยคะซึ่งสังเกตได้จากการคาดสายโยคปัฏฏ์

จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธ ที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ น่าเชื่อว่าจันทิทั้งสามตั้งอยู่ในแกนเดียวกันจึงมีความสัมพันธ์กันทางด้านประติมานวิทยา

จันทินี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าจันทิบนที่ราบสูงเดียง และตั้งอยู่บนฐาน 2 ชั้น โดยฐานชั้นล่างอยู่ในฐานประทักษิณ เรือนธาตุมีการแบ่งออกเป็นสามส่วนคือแบ่งเป็น “เก็จประธาน” และ “เก็จมุม” ทั้งเก็จประธานและเก็จมุมมีการสลักภาพพระโพธิสัตว์ส่วนยอดของจันทิแห่งนี้ยังคงระบบ “วิมานอินเดียใต้” แต่กลับเปลี่ยนการประดับชั้นหลังคาจาก “อาคารจำลอง” ให้กลายเป็นการประดับ “สถูปิกะ” หรือ “เจดีย์จำลอง” โดยประดับตลอดแนวชั้นหลังคา

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะมาเลเซีย

เลือกสถานที่ศิลปะมาเลเซีย

บทความศิลปะมาเลเซีย

  • Masjid Jamek
    Masjid Jamek มัสยิดจาเม็ก เมืองกัวลาลุมปูร์นี้สร้างขึ้นในสมัยอาณานิคมอังกฤษแล้ว สถาปนิกในระยะนี้มักมีการนำศิลปะอิสลามแบบใหม่เข้าๆมาผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ เช่น ศิลปะโมกุลของอินเดีย และศิลปะมัวร์ของสเปนเป็นต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นผังแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโดมสามโดมเรียงกันตามแบบศิลปะโมกุลองอินเดียรูปแบโดมเองก็มีเค้าโครงแบบโมกุล คือมีคอโดมเป็นทรงกระบอกและมีกลีบดอกไม้คว่ำอยู่ด้านบน (ฆัณฏา)…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๕
  • Padang , Kuala Lumpur
    Padang , Kuala Lumpur ปาดัง หรือ เอลพลานาด คือสนามหลวงซึงมักสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางเมืองตามธรรมเนียมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬา ชุมนุมในงานรัฐพิธีและสวนสนาม ปรากฏหลายเมืองที่สร้างขึ้นภายในอาณานิคมอังกฤษ เช่น เมืองปีนังเมืองอิโปห์ เมืองไตปิง…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๙
  • Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง ถือเป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Styleที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E. Spooner…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๐๙
  • Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง เป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Style ที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E.…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๒
  • Textile Museum Building
    Textile Museum Building A.C.Normanสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างตึกนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2439 เพื่อเป็นสำนักงานการรถไฟสหพันธรัฐมาเลย์ (Federated Malay States Railways) จากนั้น…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๘

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

12755735
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
71166
0
71166
11794626
960944
0
12755735
Server Time: 22-08-2019 15:10:58