Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

จันทิบาจังระตูอยู่ที่เมืองโตรวุลันอันเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต มีลักษณะเป็นซุ้มประตูทรงเข้าเทวาลัย ซึ่งถือเป็นโคปุระที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต เป็นโคปุระที่สร้างด้วยอิฐซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับสถาปัตยกรรมที่โตรวุลัน ตัวโคปุระมีซุ้มประตูที่ประดับด้วยหน้ากาลสลักอิฐ หน้ากาลมีเขา มีเขี้ยว มีปากล่างและมีมือซึ่งเป็นลักษณะปกติสำหรับหน้ากาลในศิลปะชวาภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม การปรากฏลายกนกครอบคลุมพื้นที่รอบๆหน้ากาลนั้นถือเป็นลักษณะที่แตกต่างไปจากหน้ากาลอื่นๆในระยะร่วมสมัย

อนึ่ง ยอดของโคปุระแห่งนี้มีลักษณะคล้ายคลังกับเทวาลัยหลังเล็กที่จันทิปะนะตะรัน กล่าวคือ ประกอบด้วยหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองจำนวน 5 หลังประดับ เส้นรอบนอกของยอดวิมานมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่งดงาม โคปุระที่มียอดปราสาทเช่นนี้ ต่อมาจะปรากฏอีกในศิลปะบาหลี

จันทิติกุส อยู่ที่เมืองโตรวุลันอันเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต มีลักษณะเป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางด้านทิศเหนือมีบันไดลงสระ ทางด้านทิศใต้มีลายยื่นออกมารองรับอาคารขนาดเล็กหลายยอด ซึ่งคงหมายถึงเขาพระสุเมรุจำลองนั่นเอง ลานแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยที่ ชั้นล่างและชั้นบนมีอาคารปรากฏอยู่ชั้นละ 8  ยอด โดยส่วนตรงกลางนั้น มีอาคาร 4 หลังล้อมรอบอาคารตรงกลางทีมีอีก 4 หลังเช่นกัน กลายเป็น 5 ยอดซึ่งตรงกับเขาพระสุเมรุมี 5 ยอด

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่อรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนพระรามประทับพร้อมด้ยพระลักษมณืและเหล่าพลลิง โปรดสังเกตว่าภาพเล่าเรื่องในศิลปะชวาภาคตะวันออกมักถมพื้นที่ว่างให้เต็มไปด้วยลวดลาย เช่น ลายเมฆหรือลายพันธุ์พฤกษา ส่วนตัวละครนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับหนังตะลุงชวา (วาหยังกุลิด) มากทั้งเครื่องแต่งตัวซึ่งมีการทำทรงผมแบบก้ามปูและการหันข้าง

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่อรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนหนุมานและเหล่าฝูงลิงกำลังช่วยกันแบกหินเพื่อจองถนนไปสู่เกาะลังกา โปรดสังเกตว่าภาพเล่าเรื่องในศิลปะชวาภาคตะวันออกมักถมพื้นที่ว่างให้เต็มไปด้วยลวดลาย เช่น ลายเมฆหรือลายพันธุ์พฤกษา

ฐานชั้นล่างของจันทิปะนะตะรันสลักภาพเล่าเรื่องรามายณะ โดยภาพนี้เล่าเรื่องตอนหนุมานเผากรุงลงกาหลังจากที่ได้ถวายแหวนแก่นางสีดา ทางซ้ายมือของผุ้ชมจะเห็นหนุมานกำลังไต่อยู่บนหลังคาของอาคารที่กำลังไหม้ไฟ

จันทิปะนะตะรันสร้างขึ้นบนฐานเป็นชั้นเช่นเดียวกับจันทิจาโก อันแสดงให้เห็นคติเขาพระสุเมรุที่นี่ปรากฏฐานสามชั้น ชั้นล่างสลักภาพเล่าเรื่องรามายณะ ฐานชั้นที่สองสลักเรื่องพระกฤษณะ ส่วนฐานชั้นบนสลักเป็นรูปสิงห์สลับกับนาคด้านบนสันนิษฐานว่าคงเคยมีอาคารเครื่องไม้ที่มีหลังคาทรงเมรุมาก่อน

ลานชั้นที่ 2 ของจันทิปะนะตะรัน  มีเทวาลัยที่ล้อมรอบไปด้วยเทวดาแบกนาคซึ่งมีลักษณะที่พิเศษ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาคารหลังนี้เคยใช้ทำอะไร บ้างก็ว่าเป็นที่ปลุกเสกน้ำมนต์เนื่องจากนาคนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการกวนเกษียรสมุทร บ้างก็ว่าเป็นที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาทำสมาธิ บ้างก็ว่าเป็นที่เก็บของของวัดตามแบบาหลี หลังคาของอาคารหลังนี้คงเคยเป็นเครื่องไม้และได้สูญหายไปหมดแล้ว

ที่ลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัยซึ่งมีจารึกระบุว่าสร้างขึ้นในพ.ศ.1912(ต้นพุทธศตวรรษที่ 20)เทวาลัยหลังนี้มีรูปแบบที่อาจใช้เป็นตัวอย่างศึกษาสถาปัตยกรรมชวาภาคตะวันออกตอนปลายสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตได้

เทวาลัยมีขนาดเล็กและอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุมีรัดอกคาดและที่ประตูทั้งสี่ทิศประดับหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายซึ่งลักษณะทั้งหมดนี้คล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรียอดของจันทิมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรีเช่นกัน กล่าวคือประกอบด้วยชั้นหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่ประดับด้วยอาคารจำลอง อย่างไรก็ตาม เส้นรอบนอกของยอดที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่อ่อนช้อยซึ่งคงแสดงพัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสิงหาส่าหรี ยิ่งกว่านั้น อาคารจำลองของจันทิที่มีจำนวนถึง 7 หลังนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าอาคารจำลองในศิลปะสมัยสิงหาส่าหรีที่มีจำนวนเพียง 5 หลังต่อชั้นเท่านั้น

จันทิปะนะตะรัน สร้างขึ้นในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย สมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต แผนผังของจันทิปะนะตะรันคล้ายกับเทวาลัยในเกาะบาหลีในปัจจุบัน คือแบ่งออกเป็น 3 ลาน ลานด้านหน้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ส่วนเทวาลัยประธานนั้นตั้งอยู่ด้านในสุดทางทิศตะวันออกติดกับเชิงเขา ลานชั้นแรกปรากฏฐานหินขนาดใหญ่ 2 ฐาน คงเคยรองรับอาคารโถงที่สร้างด้วยไม้ ส่วนลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัย 2 หลัง หลังแรกเป็นเทวาลัยยอดปราสาทซึ่งสามารถใช้ศึกษาลักษณะสถาปัตยกรรมมัชฌปาหิตได้ ส่วนหลังที่สองเป็นอาคารล้อมรอบไปด้วยพญานาค ลานชั้นในสุดเป็นที่ตั้งของฐานเป็นชั้นซึ่งมีความหมายแทนเขาพระสุเมรุ ด้านบนประดิษฐานจันทิประธานซึ่งไม่หลงเหลือแล้ว

จันทิจาวีเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี มีรูปแบบที่อาจเปรียบเทียบกับจันทิอื่นๆในศิลปะชวาภาคตะวันออก เช่น เรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ยอดที่ดูเหมือนสถูปในพุทธศาสนานั้น แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูซึ่งกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์นครกฤตาคมอันเป็นพงศาวดารพื้นเมือง

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะมาเลเซีย

เลือกสถานที่ศิลปะมาเลเซีย

บทความศิลปะมาเลเซีย

  • Masjid Jamek
    Masjid Jamek มัสยิดจาเม็ก เมืองกัวลาลุมปูร์นี้สร้างขึ้นในสมัยอาณานิคมอังกฤษแล้ว สถาปนิกในระยะนี้มักมีการนำศิลปะอิสลามแบบใหม่เข้าๆมาผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ เช่น ศิลปะโมกุลของอินเดีย และศิลปะมัวร์ของสเปนเป็นต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นผังแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโดมสามโดมเรียงกันตามแบบศิลปะโมกุลองอินเดียรูปแบโดมเองก็มีเค้าโครงแบบโมกุล คือมีคอโดมเป็นทรงกระบอกและมีกลีบดอกไม้คว่ำอยู่ด้านบน (ฆัณฏา)…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๕
  • Padang , Kuala Lumpur
    Padang , Kuala Lumpur ปาดัง หรือ เอลพลานาด คือสนามหลวงซึงมักสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางเมืองตามธรรมเนียมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬา ชุมนุมในงานรัฐพิธีและสวนสนาม ปรากฏหลายเมืองที่สร้างขึ้นภายในอาณานิคมอังกฤษ เช่น เมืองปีนังเมืองอิโปห์ เมืองไตปิง…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๙
  • Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง ถือเป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Styleที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E. Spooner…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๐๙
  • Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง เป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Style ที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E.…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๒
  • Textile Museum Building
    Textile Museum Building A.C.Normanสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างตึกนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2439 เพื่อเป็นสำนักงานการรถไฟสหพันธรัฐมาเลย์ (Federated Malay States Railways) จากนั้น…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๘

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

13402307
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
717738
0
717738
12684404
717738
0
13402307
Server Time: 16-10-2019 12:51:53