Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ด้านบนฐานประทักษิณจันทิประธานทั้งสามของจันทิปรัมบะนันจะพบภาพเรื่องในศาสนาอินดูที่พนักระเบียงของลานประทักษิณ ทั้งนี้ เทวาลัยหลังพระศิวะและพระพรหมปรากฏเล่าเรื่องรามายณะ ส่วนเทวาลัยพระวิษณุเล่าเรื่องพระกฤษณะ

เทวาลัยพระวิษณุปรากฏภาพเล่า เรื่องพระกฤษณะตอนเด็ก คือเรื่องราวการผจญกับอสูรที่พญากงส์ส่งมา ภาพเล่าเรื่องที่สำคัญได้แก่ ภาพพระกฤษณะปราบนาคกาลียะและภาพพระกฤษณะกับพระพลรามดูดนมนางยักษ์ซึ่งพญากงส์ส่งมาเพื่อฆ่าทารกทั้งสองให้ตายด้วยยาพิษที่ทาไว้ที่หัวนม แต่พระกฤษณะกับพระพลรามรู้ทันจึงกัดนมนางยักษ์ขาดตาย

ด้านบนฐานประทักษิณจันทิประธานทั้งสามของจันทิปรัมบะนันจะพบภาพเรื่องในศาสนาอินดูที่พนักระเบียงของลานประทักษิณ ทั้งนี้ เทวาลัยหลังพระศิวะและพระพรหมปรากฏเล่าเรื่องรามายณะ ส่วนเทวาลัยพระวิษณุเล่าเรื่องพระกฤษณะ

ภาพเล่าเรื่องเริ่มต้นจากทางซ้ายของประตูด้านทิศตะวันออกแล้ววนขวาไปรอบเทวาลัย ที่เทวาลัยพระศิวะ เรื่องราวปรากฏตั้งแต่ตอนการอวตารของพระวิษณุลงมาเป็นพระราม นางศูรปนขาถูกตัดหูตัดจมูก ตอนพระรามตามกวาง ตอนนกชดายุ ตอนหนุมานเผากรุงลงกาจนกระทั่งถึงตอนจองถนน ส่วนเทวาลัยพระพรหมนั้น เป็นเรื่องตอนจบของรามายณะ อันได้แก่ฉากรบพุ่งกัน และรับนางสีดากลับในที่สุด เรื่องยังคงต่อเนื่องไปถึงตอนนางสีดาถูกเนรเทศไปป่าและพระกุศและพระลพประสูติ

สำหรับในภาพนี้ เป็นภาพพระราม พระลักษมณ์พร้อมด้วยกองทัพลิงกำลังรบกับกองทัพรากษสของทศกัณฐ์ จันทิพระพรหม

สำหรับจันทิประธานปรัมบะนันทั้งสามหลังแล้ว ที่เรือนธาตุปรากฏฐานรองรับจำนนสามชั้น ชั้นล่างได้แก่ฐานประทักษิณซึงมีบันไดสำหรับขึ้นไปเดินประทักษิณได้ ฐานชั้นกลางได้แก่ฐานบัวลูกแก้วขนาดใหญ่ที่มีท้องไม้ขนาดใหญ่ ท้องไม้นี้ปรากฏภาพเทพประจำทิศประจำอยู่ทุกทิศ เช่น พระอีศานผู้เป็นเทพประจำทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พระอัคนีผู้ประจำทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น ส่วนฐานชั้นบนนั้นได้แก่ฐานบัวลูกแก้ว

โดยทางรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว จันทิพระวิษณุและจันทิพระพรหม มีเค้าโครงคล้ายคลึงกับจันทิพระศิวะ สถาปัตยกรรมยังคงประกอบด้วยฐานประทักษิณขนาดใหญ่ที่มีซุ้มประตูยอดปราสาทขนาบด้วยซุ้มทวารบาล ฐานบัวสองชั้นรองรับเรือนธาตุโดยที่ชั้นล่างปรากฏเทพประจำทิศ เรือนธาตุที่แบ่งออกเป็นสองชั้นและแต่ละชั้นระดับซุ้มจระนำ รวมถึงยอดวิมานที่ประดับด้วยอาคารจำลองยอดสถูปิกะที่มีริ้วคล้ายอมลกะเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม รูปแบบสถาปัตยกรรมของจันทิพระวิษณุและพระพรหมกลับมีขนาดและรายละเอียดที่ย่นย่อกว่าจันทิพระศิวะ ตัวอย่างเข่นการที่ห้องของจันทิทั้งสองก็เป็นจันทิห้องเดี่ยว มิได้เป็นจันทิห้าห้องดังที่ปรากฏกับจันทิพระศิวะ ยอดซึ่งมีความตี้ยกว่ารวมถึงการย่นย่อ “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” ให้กลายเป็นเพียง “สถูปิกะที่มีฐานรองรับ” เท่านั้น

สำหรับยอดปราสาทของจันทิปรัมบะนันนั้น เนื่องจากเทวาลัยดังกล่าวมีแผนผังกากบาทตั้งแต่ฐานยันยอดวิมาน ซึ่งทำให้เรือนธาตุจำลองทุกชั้นมีแผนผังกากบาทเช่นเดียวกับเรือนธาตุ อาคารจำลองที่ประดับชั้นวิมานของจันทิยังคงมีลักษณะเป็น “อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” ดังที่ปรากฏมาก่อนแล้วในจันทิในศาสนาพุทธหลังอื่นๆในศิลปะชาภาคกลางตอนปลาย

                อย่างไรก็ตาม สถูปิกะยอดอาคารจำลองเหล่านี้กลับมีริ้วกลีบมะเฟืองอันคล้ายคลึงกับอมลกะในศิลปะอินเดียเหนือเป็นอย่างยิ่ง อาจเป็นไปได้ที่มีอิทธิพลของอมลกะในศิลปะอินเดียเหนือเข้ามาใหม่ในระยะนี้ และอาจเป็นความตั้งใจของช่างในการออกแบบให้จันทิแห่งนี้มีความแตกต่างไปจากจันทิในพุทธศาสนาที่นิยมใช้สถูปิกะ

ตัวจันทิตั้งอยู่บนฐานประทักษิณขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในผังกากบาทเช่นเดียวกับตัวจันทิ ฐานดังกล่านี้มีซุ้มประตูทางขึ้นในแต่ละด้าน ซุ้มประตูที่มียอดปราสาทนี้มีสามหลังซึ่งได้แก่ซุ้มทางเข้าที่ขนาบข้างด้วยซุ้มทวารบาลนั่นเอง ด้าน ซุ้มประตูที่มียอดปราสาทนี้ต่อมาคงเป็นพื้นฐานให้กับโคปุระยอดปราสาทในศิลปะชวาภาคตะวันออก

ลวดบัวของฐานดังกล่าวประกอบด้วยฐานบัวลูกแก้วรองรับท้องไม้ขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของฐานบัวในระยะนี้ ท้องไม้ขนาดใหญ่ดังกล่าวประดับด้วยซุ้มจระนำรูปสิงห์ลายต้นกัลปพฤกษ์ โดยรอบระเบียงของฐานยังปรากฏอาคารจำลองที่มียอดเป็นอมลกะ

เทวาลัยพระศิวะของจันทิปรัมบะนัน ถือว่าเป็นเทวาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีแผนผังกากบาทและมีห้องเล็กๆจำนวนห้าห้อง ซึ่งแสดงให้เห็นแผนผังที่สืบมาจากเทวาลัยในพุทธศาสนามหายานที่สร้างขึ้นในระยะร่วมสมัย เช่นจันทิกะลาสันและจันทิเซวู อย่างไรก็ตาม เทวาลัยแห่งนี้ไม่ได้อุทิศห้องทั้งห้าให้กับพระธยานิพุทธเจ้าแต่กลับอุทิศให้กับเทพเจ้าในศาสนาอินดูทั้งหมด  อันได้แก่ห้องกลางนั้นอุทิศให้กับพระศิวะ ด้านทิศใต้อุทิศให้กับพระอคัสตยะ ด้านตะวันตกอุทิศให้กับพระคเณศ และด้านทิศเหนืออุทิศให้กับนางมหิษาสูรมรรทนี

จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15

เทวาลัยประธานนั้น ประกอบด้วยเทวาลัยจำนวน 8 สร้างขึ้นอุทิศให้กับตรีมูรติ โดยเทวาลัย8 หลัง เทวาลัยประธานจำนวนสามหลังสร้างอุทิศให้กับตรีมูรติ อันได้แก่ เทวาลัยหลังกลางอุทิศให้กับพระศิวะ เทวาลัยหลังทิศเหนืออุทิศให้กับพระวิษณุและเทวาลัยหลังทิศใต้อุทิศให้กับพระพรหมส่วนเทวาลัยด้านหน้าอีกสามหลังนั้นเป็นเทวาลัยที่สำหรับพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม อันได้แก่โคนนทิ ครุฑและหงส์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีเทวาลัยอีกสองหลังเล็กขนาบทั้งสองด้าน เทวาลัยหลังเล็กนี้คงสร้างขั้นเพื่ออุทิศให้กับพระสูรยะและพระจันทร์

จันทิบริวารของจันทิเซวู มีเค้าโครงคล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละหลังจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเรือนธาตุของจันทิมักแบ่งออกเป็นสามเก็จเสมอ โดยเก็จประธานเป็นซุ้มกาล-มกรที่มีเสารองรับซึ่งภายในมีภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนประดิษฐานอยู่ ส่วนเก็จมุมนั้นมักเป็นเสาขนาบที่มีแถบลวดลายพันธุ์พฤกษาโดยด้านล่างของแถบลายมักปรากฏพระโพธิสัตว์ประทับยืนอยู่ด้วย

จันทิบริวารเหล่านี้มักมีมุขทางด้านหน้า ซึ่งหลังคาของมุขมีลักษณะค่อนข้างหลากหลาย เช่น บางครั้งเป็นหลังคาลาดหรือบางครั้งเป็นหลังคาจั่ว

ยอดของจันทิประกอบด้วยชั้นวิมานที่ประดับด้วยสถูปิกะ ยอดด้าบนมักเป้นสถูปขนาดใหญ่ที่มีสถูปิกะแปะอยู่ทั้งสี่หรือแปดด้าน ความซับซ้อนในการการจัดสถูปิกะและการเปลี่ยนแปลงแผนผังของชั้นซ้อนในแต่ละชั้นนั้นถือว่าซับซ้อนกว่าจันทิในศิลปะชวา-ภาคกลางตอนต้นและตอนกลางมาก

ยอดวิมานของจันทิเซวูหลังประธานประดับไปด้วย ”อาคารจำลองยอดสถูปิกะ” โดยชั้นวิมานชั้นล่างประดับจำนวนสามหลังซึ่งตรงกับการแบ่งเก็จจำนวนสามเก็จ อนึ่ง อาคารจำลองยอดสถูปิกะนี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย เนื่องจากปรากฏทั้งที่จันทิกะลาสัน จันทิเซวูจันเทิส่าหรีและจันทิเพลาสัน

                ส่วนชั้นวิมานชั้นบน ประดับด้วยสถูปซึ่งมีฐานและมีการยกเก็จที่มุมเพื่อรองรับสถูปิกะบริวารทุกทิศ การใช้ยอดในลักษณะดังกล่าวปรากฏเสมอสำหรับจันทิประธานและบริวารที่จันทิเซวูแห่งนี้

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

หมวดหมู่ศิลปะมาเลเซีย

เลือกสถานที่ศิลปะมาเลเซีย

บทความศิลปะมาเลเซีย

  • Masjid Jamek
    Masjid Jamek มัสยิดจาเม็ก เมืองกัวลาลุมปูร์นี้สร้างขึ้นในสมัยอาณานิคมอังกฤษแล้ว สถาปนิกในระยะนี้มักมีการนำศิลปะอิสลามแบบใหม่เข้าๆมาผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ เช่น ศิลปะโมกุลของอินเดีย และศิลปะมัวร์ของสเปนเป็นต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นผังแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโดมสามโดมเรียงกันตามแบบศิลปะโมกุลองอินเดียรูปแบโดมเองก็มีเค้าโครงแบบโมกุล คือมีคอโดมเป็นทรงกระบอกและมีกลีบดอกไม้คว่ำอยู่ด้านบน (ฆัณฏา)…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๕
  • Padang , Kuala Lumpur
    Padang , Kuala Lumpur ปาดัง หรือ เอลพลานาด คือสนามหลวงซึงมักสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางเมืองตามธรรมเนียมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬา ชุมนุมในงานรัฐพิธีและสวนสนาม ปรากฏหลายเมืองที่สร้างขึ้นภายในอาณานิคมอังกฤษ เช่น เมืองปีนังเมืองอิโปห์ เมืองไตปิง…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๐:๒๙
  • Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building , Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง ถือเป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Styleที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E. Spooner…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๐๙
  • Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur
    Sultan Abdul Samad Building, Kuala Lumpur ตึกสุลต่านอับดุลซามัด ถือเป็นอาคารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่ที่ปาดัง เป็นรูปแบบอาคารแบบ British Raj Style ที่โดดเด่นที่สุดในมาเลเซีย ก่อนหน้าการสร้างอาคารแบบนี้อาคารแบบคลาสสิกได้รับความนิยมมาก่อน ต่อมา C.E.…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๒
  • Textile Museum Building
    Textile Museum Building A.C.Normanสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างตึกนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2439 เพื่อเป็นสำนักงานการรถไฟสหพันธรัฐมาเลย์ (Federated Malay States Railways) จากนั้น…
    Written on วันศุกร์, ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ๒๒:๑๘

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

11896920
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
102129
0
102129
11794626
922986
0
11896920
Server Time: 16-06-2019 20:12:23