Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ศิลปะอินโดนีเซีย

Written by 
Rate this item
(2 votes)

ศิลปะชวากลาง ศิลปะชวาตะวันออก ศิลปะบาหลี

en th
ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีหมู่เกาะจำนวนมากนั้น ศิลปะและวัฒนธรรมอินเดียภายใต้ศาสนาฮินดูและพุทธมหายานได้เข้ามามีบทบาทอยู่ที่เกาะชวา เกาะบาหลีและเกาะสุมาตรา โดยในเกาะชวานั้น มีศิลปะอินเดียได้เข้ามามีบทบาทตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-16 โดยมีศูนย์กลางสำคัญอยู่แถบชวาภาคกลาง แถบเมืองยอกยากาตาร์ ด้วยเหตุนี้ ศิลปะระยะแรกของเกาะชวาซึ่งได้รับอิทธิพลอินเดียอย่างมากจึงเรียกว่า "ศิลปะชวาภาคกลาง"โดยได้รับการอุปถัมป์จากสองราชวงศ์ คือ ราชวงศ์สัญชัยหรือมะตะรามผู้นับถือศาสนาฮินดู และราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน
ส่วนในระยะต่อมา ราวพุทธศตวรรษที่ 16-20 ศูนย์กลางของเกาะชวาได้ย้ายไปยังภาคตะวันออกของเกาะชวา แถบเมืองมาลังและบลิตาร์ ด้วยเหตุนี้ ศิลปะในระยะนี้จึงเรียกว่า “ศิลปะชวาภาคตะวันออก”ในระยะนี้ศิลปกรรมมีความเป็นพื้นเมืองสูง หลุดพ้นไปจากรูปแบบศิลปะอินเดียแต่ยังอยู่ภาใต้วัฒนธรรมทางสาสนาฮินดูและพุทธอยู่ ราชวงศ์ที่สำคัญในระยะนี้คือราชวงศ์ของพระเจ้าไอร์ลังคะ ราชวงศ์สิงหาส่าหรีและราชวงศ์มัชฌปาหิต
เมื่อศาสนาอิสลามเริ่มแพร่เข้ามาในเกาะชวา ทำให้ชาวฮินดูจำนวนมากอพยพเข้าสู่เกาะบาหลี กระบวนการนี้ปรากฏอย่าชัดเจนเมื่อราชวงศ์มัชฌปาหิตล่มสลายลงในพุทธศตวรรษที่ 20 ด้วยเหตุนี้ เกาะบาหลีจึงเป็นเกาะที่รักษาวัฒนธรรมและศาสนาแบบชวาตะวันออกจนถึงปัจจุบัน ในระยะนี้เรียกว่า “ศิลปะบาหลี” ป็นระยะที่ศาสนาฮินดูแบบอินเดียได้เข้าปะปนกับความเชื่อพื้นเมืองจนกลายเป็นศาสนาแบบพิเศษของเกาะบาหลีไป

ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ปรากฏสถาปัตยกรรมระยะแรกบนที่ราบสูงเดียง (Dieng) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองโวโนโซโบ (Wonosobo) บนที่ราบสูงแห่งนี้ปรากฏจันทิขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งซึ่ง ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวา สร้างขึ้นโดยราชวงศ์มะตะรามของพระเจ้าสัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดูในพุทธศตวรรษที่ 14 ศิลปะในระยะนี้เกี่ยวข้องอย่างมากกับศิลปะอินเดียใต้ ด้วยเหตุนี้ ยอดปราสาทในศิลปะชวาระยะนี้จึงมักเป็นยอดวิมานที่ประกอบด้วยเรือนธาตุจำลองและอาคารจำลองตามแบบอินเดียใต้ อย่างไรก็ตาม ยังคงปรากฏอาคารหลังหนึ่งคือจันทิภีมะที่มียอดปราสาทตามแบบศิขระในศิลปะอินเดียเหนือ อันแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการับอิทธิพลอินเดียในระยะแรกของศิลปะชวาภาคกลาง

ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง เป็นระยะทางศิลปกรรมที่ได้รับการอุปถัมป์จากราชวงศ์ไศเลนทร์ซึ่งนับถือพุทธศาสนามหายานในพุทธศตวรรษที่ 14 จันทิและศาสนสถานที่สำคัญในระยะนี้ ได้แก่จันทิเมนดุต จันทิปะวนและสถูปบุโรพุทโธ พัฒนาการสำคัยในระยะนี้คือจันทิเริ่มมีความซับซ้อนขึ้ย เรือนธาตุมีการแบ่งออกเป็นสามส่วนคือแบ่งเป็น “เก็จประธาน” และ “เก็จมุม” โดยมีการสลักภาพพระโพธิสัตว์ทุกเก็จซึ่งทำให้ระบบทางประติมานวิทยาเกิดความซับซ้อนขึ้นมาก ในระยะนี้ยังคงปรากฏเรือนธาตุจำลองตามแบบวิมานอินเดียใต้ แต่การเปลี่ยนจากอาคารจำลองเป็นสถูปิกะนั้น แสดงให้เห็นถึงการปรับเลี่ยนไปตามพุทธศาสนา ในระยะนี้ยังมีสถูปบุโรพุทโธซึ่งถือเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในศิลปะชวา สร้างขึ้นโดยจำลองจักรวาลซึ่งประกอบด้วยพระอาทิพุทธเจ้า พระธยานิพุทธเจ้าแลพระมานุษิพุทธเจ้าประทับอยู่ในตำแหน่งต่างๆของจักรวาลตามระบบทางประติมานวิทยา การจำลองจักรวาลของบโรพุทธโธนั้นนอกจากจะใช้แผนผังของฐานเป็นตัวกำหนดเพื่อแยกระหว่างกามภูมิ รูปภูมิและอรูปภูมิแล้ว ยังมีการกำหนดภาพเล่าเรื่องต่างๆและลักษณะของพระพุทธรูปและสถูป เพื่อแสดงระบบของจักรวาลให้ชัดเจนขึ้น

ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย เป็นระยะที่ศิลปกรรมเพิ่มความซับซ้อนขึ้นมากทั้งทางพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู โดยมีการสร้างจันทิที่อยู่ในผังกากบาทโดยมีห้องอยู่ภายในห้าห้องซึ่งประดิษฐานพระพุทธเจ้าหรือเทพเจ้าตามทิศทางประติมานวิทยา นอกจากนี้ ระบบมณฑลอันประกอบด้วยอาคารบริวารจำนวนมากเรียงกันในผังสี่เหลี่ยมก็ปรากฏความนิยมขึ้นในระยะนี้ ผลของความซับซ้อนดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับศิลปะปาละซึ่งนิยมแผนผังของอาคารในลักษณะนี้เช่นกัน ตัวอย่างของอาคารนังห้าห้องและมีการวางอาคารตามระบบมณฑล เช่น จันทิกะลาสัน จันทิเซวู และจันทิปรัมบะนัน ส่วนจันทิส่าหรีและจันทิเซวูนั้น แผนผังแบบใหม่คืออาคารในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งภายในแบ่งออกเป็นสามห้องก็เริ่มปรากฏขึ้นควบคู่กับอาคารแบบปกติ ความซับซ้อนของแผนผังทั้งหมดนี้ต่อมาจะลดลงจนกลายเป็นแผนผังที่เรียบง่ายในศิลปะชวาภาคตะวันออก

Read 12306 times
รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี

สังกัด: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

ตำแหน่ง ชื่อ/นามสกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี Asst. Prof. Dr. Chedha Tingsanchali

คุณวุฒิการศึกษา ศศ.บ (ประวัติศาสตร์ศิลปะ) เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยศิลปากร

ศศ.ม. (ประวัติศาสตร์ศิลปะ) มหาวิทยาลัยศิลปากร Ph.D. (History of Art), National Museum Institute New Delhi, India

ผลงานทางวิชาการ หนังสือ /ตำรา /บทความ พระพุทธรูปในศิลปะอินเดีย พ.ศ.2551 งานวิจัย ลายพันธุ์พฤกษาในศิลปะคุปตะ-วกาฎกะ และประเด็นเชื่อมโยง กับลวดลายในศิลปะทวารวดีทางภาคกลางของประเทศไทย ศิลปะปาละกับอิทธิพลต่อศิลปะไทย

หมวดหมู่ศิลปะอินโดนีเซีย

ศิลปะชวาภาคกลาง,จันทิอรชุน,จันทิปุนตเทพ,จันทิศรีกันทิ,จันทิภีมะ,จันทิเมนดุต,จันทิปะวน,บุโรพุทโธ,จันทิกะลาสัน,จันทิส่าหรี,จันทิเพลาสัน,จันทิเซวู,จันทิปรัมบะนัน,ชวาตะวันออก,จันทิเบลาหัน,จันทิกิดาล,จันทิจาโก, จันทิสิงหาส่าหรี,จันทิจาวี,จันทิปะนะตะรัน,จันทิติกุส,จันทิบาจังระตู,บาหลี,ปุระทานาล็อต,ปุระเบซาคิห์,ปุระอุลุนดานู,ปุระเกเห็น,ปุระมาโอสปาหิต,ปุระตะมันอยุน,จันทิสี่หลังที่กุหนุงกาวีร

เลือกสถานที่ศิลปะชวา

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

บทความศิลปะอินโดนีเซีย

  • ภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะ จันทิพระวิษณุที่จันทิปรัมบะนัน
    ด้านบนฐานประทักษิณจันทิประธานทั้งสามของจันทิปรัมบะนันจะพบภาพเรื่องในศาสนาอินดูที่พนักระเบียงของลานประทักษิณ ทั้งนี้ เทวาลัยหลังพระศิวะและพระพรหมปรากฏเล่าเรื่องรามายณะ ส่วนเทวาลัยพระวิษณุเล่าเรื่องพระกฤษณะ เทวาลัยพระวิษณุปรากฏภาพเล่า เรื่องพระกฤษณะตอนเด็ก คือเรื่องราวการผจญกับอสูรที่พญากงส์ส่งมา ภาพเล่าเรื่องที่สำคัญได้แก่ ภาพพระกฤษณะปราบนาคกาลียะและภาพพระกฤษณะกับพระพลรามดูดนมนางยักษ์ซึ่งพญากงส์ส่งมาเพื่อฆ่าทารกทั้งสองให้ตายด้วยยาพิษที่ทาไว้ที่หัวนม แต่พระกฤษณะกับพระพลรามรู้ทันจึงกัดนมนางยักษ์ขาดตาย
    Written on วันอังคาร, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐
  • ปานุมาน (Panuman) ที่ตีรถะเอ็มปุล
    ปานุมานคือบัลลังก์เปล่าซึ่งประดิษฐานภายในอาคารหลังคาคลุม บัลลังก์เปล่าเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จมาประทับของเทพเจ้าเมื่อเสด็จมาบนโลกในขณะทำพิธีกรรม ปานุมานปรากฏเฉพาะภายในลานชั้นในของเทวาลัยอันเป็นที่ประทับของเทพเจ้าเท่านั้น บัลลังก์เปล่าที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารหลังคาคลุม อาจมีได้หลายแบบ ทั้งแบบบัลลังก์เดี่ยวซึ่งเป็นที่ประทับของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงองค์เดียว เช่นพระศิวะหรือพระสูรยะ บัลลังก์คู่ซึ่งเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง และบัลลังก์สามซึ่งเป็นที่ประทับของตรีมูรติ สำหรับตัวอย่างในภาพนี้เป็นบัลลังก์เดี่ยว
    Written on วันพุธ, ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ๐๐:๐๐
  • นางหาริตีที่ทางเข้าจันทิเมนดุต
    นางหาริตีคือยักษิณีผู้พิทักษ์เด็กในพุทธศาสนา เป็นสตรีที่ล้อมรอบด้วยเด็กจำนวนมาก อีกนัยหนึ่งนางก็เป็นผู้ประทานบุตรให้กับผู้ศรัทธาด้วย ด้วยเหตุนี้นางจึงเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับท้าวกุเวรและบางคติจึงถือนางเป็นชายาของท้าวกุเวร การปรากฏทั้งท้าวกุเวรและนางหาริตีที่ประตูทางเข้าของจันทิเมนดุต ย่อมแสดงคติการอวยพรให้กับผู้ศรัทธาอย่างไม่ต้องสงสัย 
    Written on วันอังคาร, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐
  • กัจฉปาวทาน ลานประทักษิณของบุโรพุทโธ ชั้นที่ 1
    ในลานประทักษิณชั้นแรก ทางด้านซ้ายมือ (เมื่อเดินเวียนขวา) มีกำแพงเตี้ยๆซึ่งปรากฏภาพเล่าเรื่องในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น…
    Written on วันอังคาร, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐
  • เรือนธาตุของจันทิอรชุน
    Written by
    เรือนธาตุของจันทิอรชุน ปรากฏการแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยเสาติดผนังจำนวน 4 ต้น (เสา 2 ต้นตรงกลางและ 2…
    Written on วันพุธ, ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๒๒:๒๙

เกี่ยวกับผู้เขียน

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

14496803
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
175023
0
175023
14321615
1002463
0
14496803
Server Time: 18-01-2020 19:42:20