Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

เสาติดผนังของโคปุระด้านทิศตะวันตกนี้ มีการสลักลายก้านขด ขอบด้านนอกตกแต่งด้วยลายกระหนกเรียบ ส่วนภายในก้านขดนั้น สลักเป็นลวดลายหลายรูปแบบ ทั้งภาพสัตว์และภาพเล่าเรื่อง จากลักษณะดังกล่าวกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบายน ราวพุทธศตวรรษที่ 18 จากภาพภายในลายก้านขดนี้ มีภาพสัตว์ชนิดหนึ่งที่แต่เดิมนั้นมีความเข้าใจกันว่าเป็นภาพไดโนเสาร์ชนิด 4 ขา บนหลังมีเกร็ดต่อเนื่องไปจนถึงปลายหาง (ภาพที่ 2 นับจากด้านล่างขึ้นมา) แต่จากลักษณะที่ปรากฏนั้นอาจจะเป็นภาพของหมูป่าหรือสัตว์จำพวก 4 เท้า ก็เป็นได้

ปราสาทบริวารด้านทิศตะวันตกองค์นี้ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของโคปุระทิศตะวันตกระเบียงคดชั้นนอก ปราสาทองค์นี้ก่อด้วยหินทรายทั้งองค์ ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ มีการทำซุ้มประตูเข้า-ออกได้ทั้ง 4 ด้าน ส่วนของเรือนธาตุมีการสลักลวดลายเต็มพื้นที่ มุขที่ยื่นออกมาสลักเป็นช่องหน้าต่างประดับลูกกรงแต่ไม่ได้เจาะให้ทะลุ ถัดขึ้นไปมีเรือนธาตุซ้อนอีกชั้นหนึ่งอันเป็นลักษณะที่นิยมในศิลปะบายน เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาท ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท ชั้นหลังคาแต่ละชั้นสลักเลียนแบบชั้นเรือนธาตุ โดยมีทั้งซุ้มประตูหลอก จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะบายน ราวช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง

หน้าบันนี้มีกรอบซุ้มแบบโค้งเข้าโค้งออก ส่วนปลายกรอบหน้าบันเป็นรูปนาค 5 เศียร เศียรนาคแต่ละเศียรตกแต่งด้วยกระบังหน้าด้วยลายกระหนกปลายแหลม ภายในกรอบหน้าบันมีการแบ่งภาพออกเป็น 2 ส่วน ด้วยแนวเส้นตรง ด้านบนเป็นรูปศิวลึงค์ประดิษฐานอยู่บนฐานประดับผ้าทิพย์ เหนือขึ้นไปมีภาพเทวดาเหาะ ที่ขอบด้านล่างมีภาพสัตว์คล้ายกวางเหลียวหลัง ส่วนภาพด้านล่างเป็นภาพแถวเทวดาประทับนั่งพนมมือ ขอบด้านล่างของหน้าบันเป็นขื่อปลอมหักเป็นมุมป้าน จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบายน ราวพุทธศตวรรษที่ 18

ภาพศิวลึงค์ที่ประดิษฐานอยู่บนฐานนั้น แต่เดิมคงเป็นภาพพระพุทธรูปประทับนั่ง การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สวรรคต กษัตริย์องค์ต่อๆ มาหันกลับมานับถือศาสนาพราหมณ์อีกครั้ง พร้อมกับมีพระราชประสงค์ให้สกัดภาพพระพุทธรูปออกทั้งหมด โดยบางภาพก็สลักเป็นรูปศิวลึงค์แทน

ภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ผนังโคปุระนี้ ตรงกลางภาพด้านบน ประกอบด้วยบุคคลขนาดเล็กมากมาย ด้านบนสุดของภาพเป็นสันนิษฐานว่าเป็นภาพพระพุทธรูป ซึ่งปัจจุบันได้ถูกกะเทาะหลุดไปแล้ว ถัดลงมาตรงกลางเป็นภาพสตรีจับมวยผมประทับยืนอยู่บนดอกบัว ทางด้านซ้ายของภาพเป็นรูปกองทัพมีทั้งม้า ช้าง และเหล่าทหาร แสดงอาการกำลังบุกเข้ามา ส่วนด้านขวาของภาพเป็นภาพกองทัพที่แสดงอาการพ่ายแพ้ ถัดลงมามีกรอบภาพในกรอบรูปสามเหลี่ยม บุคคลตรงกลางถูกกะเทาะหลุดหายไป ขนาบข้างด้วยเทวสตรี ถัดลงมาด้านล่างเป็นแถวเทวสตรีมีทั้งที่แสดงอาการร่ายรำและยืนพนมมือ ด้วยลักษณะการแต่งกายของนางรำที่มีชายผ้ารูปสามเหลี่ยมทับซ้อนกันประกอบกับเป็นเรื่องราวในพุทธศาสนาจากลักษณะดังกล่าวนี้เองสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบายน ราวพุทธศตวรรษที่ 18

ภาพเล่าเรื่องที่อยู่กลางภาพซึ่งประกอบไปด้วยภาพพระพุทธรูปที่ถูกกะเทาะไปแล้ว ถัดลงมาตรงกลางเป็นภาพสตรีจับมวยผมน่าจะหมายถึงพระแม่ธรณีบีบมวยผมให้น้ำท่วมกองทัพของพญามาร โดยทางด้านซ้ายของภาพเป็นรูปกองทัพมีทั้งม้า ช้าง และเหล่าทหาร แสดงอาการกำลังบุกเข้ามานั้นแสดงเหตุการณ์ที่พญามารเข้าจู่โจมพระพุทธเจ้า ส่วนด้านขวาของภาพเป็นภาพกองทัพที่แสดงอาการพ่ายแพ้หลังจากพระแม่ธรณีบีบน้ำออกมาจากมวยผม ภาพดังกล่าวนี้จึงเป็นการแสดงเหตุการณ์พุทธประวัติตอนมารผจญ เมื่อกองทัพพญามารได้บุกเข้ามา พระพุทธเจ้าจึงทรงให้พระแม่ธรณีเป็นพยานถึงการสั่งสมบุญบารมีเนื่องด้วยหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพียรครั้งใดก็จะทรงกรวดน้ำลงบนพื้นดิน พระแม่ธรณีจึงนำน้ำเหล่านั้นให้ไหลท่วมเหล่ากองทัพของพญามารจนได้รับความพ่ายแพ้ไป

ทับหลังสลักเป็นภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่กลางภาพ ประกอบด้วยภาพบุคคลขนาดเล็กมากมาย ด้านบนสุดของภาพสันนิษฐานว่าเป็นภาพพระพุทธรูป ซึ่งปัจจุบันได้ถูกกะเทาะหลุดไปแล้ว ถัดลงมาตรงกลางเป็นภาพสตรีจับมวยผม ขนาบข้างด้วยภาพบุคคลขี่ม้า ด้านล่างติดกับขอบทับหลังเป็นรูปหน้ากาล มือทั้งสองข้างจับขาสิงห์ ที่ปากสิงห์ทั้งสองตัวคายท่อนพวงมาลัยออกมา ท่อนพวงมาลัยถูกกดทับด้วยลายกระหนกในตำแหน่งเสี้ยว ด้านบนและด้านล่างของท่อนพวงมาลัยตกแต่งด้วยลายกระหนกปลายแหลม จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบายน ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ภาพเล่าเรื่องที่อยู่กลางภาพซึ่งประกอบไปด้วยภาพพระพุทธรูป ถัดลงมาตรงกลางเป็นภาพสตรีบีบมวยผมน่าจะหมายถึงพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยให้น้ำท่วมกองทัพของพญามารซึ่งสลักเป็นรูปบุคคลขี่ม้าอยู่ขนาบข้าง ภาพดังกล่าวนี้จึงแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์พุทธประวัติตอนมารผจญเมื่อกองทัพพญามารได้บุกเข้ามา พระพุทธเจ้าจึงทรงให้พระแม่ธรณีเป็นพยานถึงการสั่งสมบุญบารมีเนื่องด้วยหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพียรครั้งใดก็จะทรงกรวดน้ำลงบนพื้นดิน พระแม่ธรณีจึงนำน้ำเหล่านั้นให้ไหลท่วมเหล่ากองทัพของพญามารจนได้รับความพ่ายแพ้ไป

หมวดหมู่ศิลปะขอม

กลุ่มปราสาทขอม

เลือกสถานที่

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะขอม

คำค้น ศิลปะขอม

ANGKOR WAT BAKHENG BANTEAY SREI BAPUON BAYON EAST MEBON KHLEANG LOLEI PRASAT BEI PRASAT KRAVAN PREAH KO PRE RUP ROLUOS TA PROHM กัมพูชา ขุนนางเป็นผู้ให้สร้าง ทวารบาล ทับหลัง ปราสาทกระวาน ปราสาทตาพรหม ปราสาทนครวัด ปราสาทบนฐานเป็นชั้น ปราสาทบริวาร ปราสาทบันทายสรี ปราสาทบายน ปราสาทบาแค็ง ปราสาทประจำมุม ปราสาทประธาน ปราสาทพระโค ปราสาทหิน ปราสาทอิฐ ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 พระเจ้าราเชนทรวรมัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 พุทธศตวรรษที่ 15 พุทธศตวรรษที่ 16 พุทธศตวรรษที่ 17 พุทธศตวรรษที่ 18 มหิธรวรมัน ศิลปะคลัง ศิลปะนครวัด ศิลปะบันทายสรี ศิลปะบาปวน ศิลปะบายน ศิลปะบาแค็ง ศิลปะพระโค ศิลปะแปรรูป ศูนย์กลางจักรวาล หน้าบัน หริหราลัย เขาพระสุเมรุ เทพประจำทิศ เสาประดับกรอบประตู โลเลย ไวษณพนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16448372
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3707
212423
3707
16232077
216130
0
16448372
Server Time: 19-09-2021 18:10:09