Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

เสาประดับกรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยม สัดส่วนของแนววงแหวนที่ 1/2 มีขนาดใหญ่กว่า 1/4 เล็กน้อยไม่มีการประดับแนววงแหวนที่ 1/8 ลายใบไม้สามเหลี่ยมมีขนาดเท่ากันหมด แต่ละด้านมีลายใบไม้เต็มใบ 2 ใบ ขนาบข้างด้วยลายใบไม้ครึ่งใบ 2 ใบ สามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15

ทวารบาลสตรีหรือเทวสตรีเป็นมีลักษณะเป็นโกลนอิฐประดับลายปูนปั้นที่องค์ปราสาท แต่จากสภาพในปัจจุบันชำรุดเสียหายไปมากแล้ว ทวารบาลสตรีมีเศียรเป็นม้า สวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นทรงกรวยแหลม มี 4 กร ทรงถือสิ่งของคล้ายจักรและกระบอง ส่วนที่เหลือนั้นไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเนื่องจากชำรุดเสียหายมาก ทรงผ้านุ่งยาว ประทับยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือกรอบซุ้มเป็นหลังคาทรงปราสาทแบบเรือนซ้อนชั้น ที่มุมต่างๆ ของปราสาทมีเสาติดผนังตกแต่งด้วยลายก้านขด จากรูปแบบงานศิลปกรรมที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป มีอายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ทวารบาลสตรีที่มีพระเศียรเป็นม้า มี 4 กร และทรงถือจักรและกระบองนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะหมายถึง วราหี ชายาของพระวิษณุตอนที่พระองค์อวตารเป็นหมูป่า หรือ วราหวตาร

ทับหลังสลักมีภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่กลางภาพ เป็นรูปกระบือ 3 ตัว เหนือขึ้นไปน่าจะมีบุคคลประทับนั่งอยู่ ใต้กระบือลงไปเป็นรูปสิงห์ 3 ตัว ขนาดใหญ่ สิงห์ที่อยู่ด้านข้างคายท่อนพวงมาลัยออกมา ท่อนพวงมาลัยมีลักษณะการแตกตาออกมาเป็นลายใบไม้ม้วนด้านล่าง ระหว่างลายใบไม้ม้วนด้านล่างนี้สลับด้วยลายพวงอุบะ ก่อนถึงส่วนปลายมีรูปมกรคายท่อนพวงมาลัย ส่วนปลายนั้นสลักเป็นลายกระหนกม้วนออก ด้านบนมีรูปบุคคลขนาดเล็ก ที่ใบไม้ม้วนด้านบนและล่างนิยมแทรกด้วยรูปบุคคลขนาดเล็ก ขอบด้านบนมีรูปแถวบุคคลขนาดเล็กอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนขอบด้านล่างสลักเป็นแถวลายรูปกลีบบัว สามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 รูปบุคคลที่ชำรุดเสียหายไปนั้นประทับนั่งอยู่บนหลังกระบือน่าหมายถึงพระยมทรงกระบือ เทพประจำทิศใต้

ทับหลังสลักมีภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่ส่วนครึ่งบนของภาพ เป็นรูปบุคคลประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาอยู่บนช้างสามเศียร โดยบุคคลนี้นุ่งผ้าแบบมีริ้วทั้งผืน มีชายผ้าตกออกมาเป็นแผ่นรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ เศียรช้างตรงกลางใช้งวงรัดส่วนปลายของลายใบไม้ม้วนด้านล่าง ส่วนเศียรที่อยู่ด้านข้าง ใช้งวงรัดปลายของท่อนพวงมาลัยไว้ ท่อนพวงมาลัยมีขนาดเล็ก มีลักษณะการแตกตาออกมาเป็นลายใบไม้ม้วนด้านล่าง ระหว่างลายใบไม้ม้วนด้านล่างนี้สลับด้วยลายพวงอุบะ ปลายท่อนพวงมาลัยทั้ง 2 ข้าง มีรูปสิงห์เต็มตัวขนาดเล็กหันหน้าออก คายส่วนปลายเป็นลายกระหนกม้วนออก ขอบด้านบนมีรูปแถวบุคคลขนาดเล็กอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว สลับด้วยรูปบุคคลยกมือขึ้นพนมเหนือศีรษะ ส่วนขอบด้านล่างสลักเป็นแถวลายรูปกลีบบัว สามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 รูปบุคคลประทับนั่งอยู่บนช้างสามเศียรที่อยู่กลางภาพหมายถึงพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเทพประจำทิศตะวันออก

ปราสาทประธานของปราสาทแปรรูป ตั้งอยู่บนฐานก่อด้วยหินทราย ซ้อนลดหลั่นกัน 2 ชั้น ซึ่งชุดฐานนี้ทำให้ปราสาทประธานมีความสูงมากกว่าปราสาทบริวาร มีการทำบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน แต่ละด้านตั้งประติมากรรมรูปสิงห์ องค์ปราสาทประธานที่ตั้งอยู่ด้านบน เป็นปราสาทก่อด้วยอิฐแบบแนบสนิท หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังแบบเพิ่มมุม มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ด้านที่เหลือนั้นเป็นประตูหลอกก่อขึ้นจากหินทราย บนผนังเรือนธาตุสลักอิฐเป็นรูปทวารบาลยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว โดยแต่เดิมนั้นอาจจะมีการตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภา

ยใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง

ปราสาทบริวารนี้ตั้งอยู่โดยรอบบนฐานชั้นล่างมีลักษณะเป็นปราสาทขนาดเล็ก หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังแบบเพิ่มมุม ส่วนฐานก่อด้วยหินทราย องค์ปราสาทก่อด้วยอิฐแบบแนบสนิท มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ด้านที่เหลือเป็นประตูหลอก ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ปราสาทบริวารลักษณะดังกล่าวนี้จะตั้งอยู่โดยรอบส่วนฐาน เป็นลักษณะที่ปรากฏมาแล้วมาก่อนนี้ เช่น ปราสาทบาแค็ง น่าจะใช้เป็นที่

ปราสาทประธานของปราสาทแปรรูปเป็นกลุ่มปราสาทประธานที่ตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้น ด้านทิศตะวันออกมีร่องรอยของฐานในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยหินทราย ส่วนฐานที่ปราสาทแปรรูปนี้มีลักษณะเป็นฐานซ้อนกัน 3 ชั้น ซึ่งฐาน 2 ชั้นล่างก่อด้วยศิลาแลง ส่วนฐานชั้นบนก่อด้วยหินทราย ที่บันไดทางขึ้นมีการตั้งประติมากรรมรูปสิงห์ ด้านบนของฐานชั้นล่างมีปราสาทบริวารตั้งเรียงต่อเนื่องกันโดยรอบ ส่วนฐานชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งของกลุ่มปราสาทประธานทั้ง 5 องค์ มีปราสาทประธานตั้งอยู่ตรงกลาง มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนปราสาทอีก 4 องค์ ตั้งอยู่ที่มุมของฐาน ปราสาทแต่ละองค์เป็นปราสาทก่อด้วยอิฐ หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังแบบเพิ่มมุมส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง กลุ่มปราสาทประธาน 5 หลังนี้ น่าจะสร้างขึ้นตามคติศูนย์กลางจักรวาล ปราสาทที่ตั้งอยู่ตรงกลางหมายถึงเขาพระสุเมรุ ส่วนปราสาทอีก 4 หลังที่ตั้งอยู่ที่มุมของฐานนั้นน่าจะหมายถึงทวีปทั้ง 4 ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ส่วนฐานในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่อยู่ด้านหน้าทางขึ้นปราสาทประธานนั้น มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะใช้ทำพิธีแปรรูปอันเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องกับพิธีศพ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อปราสาทแห่งนี้ เนื่องจากลักษณะของฐานอยู่ในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดพอที่จะให้คนนอนได้ หรือไม่แล้วก็อาจจะเป็นส่วนฐานรองรับโคนนทิที่จะนั่งหันหน้าเข้าหาปราสาทประธาน

ทับหลังสลักมีภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่ส่วนครึ่งบนของภาพ เป็นรูปบุคคลมีเศียรเป็นม้า ส่วนด้านล่างเป็นลายกระหนกในกรอบรูปสามเหลี่ยมปลายชี้ลงด้านล่าง ท่อนพวงมาลัยมีขนาดเล็ก ปลายท่อนพวงมาลัยทั้งสองข้างเป็นลายกระหนกม้วนออก ด้านบนเป็นรูปบุคคลอยู่ในท่ายืน ที่ด้านบนและด้านล่างของท่อนพวงมาลัย เป็นลายใบไม้ม้วน แทรกด้วยลายรูปบุคคลขนาดเล็กและหงส์ ระหว่างลายใบไม้ม้วนด้านล่างสลับด้วยลายอุบะ จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 รูปบุคคลกลางภาพมีเศียรเป็นม้า พระหัตถ์ทั้งสองข้างจับผมของคนที่อยู่ด้านข้าง น่าจะหมายถึง วัชชีมุขหรือหัยครีวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในอวตารของ

ปราสาทบริวาร ด้านทิศตะวันออก ของปราสาทแปรรูป มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 หลัง เรียงตัวกันในแนวเหนือใต้ ปราสาทแต่ละหลังหันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังแบบเพิ่มมุม ส่วนฐานก่อด้วยหินทราย องค์ปราสาทก่อด้วยอิฐแบบแนบสนิท มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ด้านที่เหลือนั้นเป็นประตูหลอกก่อขึ้นจากหินทราย จากภาพลักษณะทับหลังเป็นเพียงโกลน ยังสลักไม่เสร็จ กรอบหน้าบันชำรุดอย่างมากแต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแบบซุ้มโครงเข้าโครงออก ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง

เสาประดับกรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยม สัดส่วนของแนววงแหวนที่ 1/2 กับ 1/4 แทบไม่มีความแตกต่างกัน ลายใบไม้สามเหลี่ยมมีขนาดเท่ากันหมด แต่ละด้านมีลายใบไม้เต็มใบ 2 ใบ ขนาบข้างด้วยลายใบไม้ครึ่งใบ 2 ใบ แนววงแหวนที่ 1/8 ไม่มีการประดับลายใบไม้สามเหลี่ยมสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะแปรรูป ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15

หมวดหมู่ศิลปะขอม

กลุ่มปราสาทขอม

เลือกสถานที่

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะขอม

คำค้น ศิลปะขอม

ANGKOR WAT BAKHENG BANTEAY SREI BAPUON BAYON EAST MEBON KHLEANG LOLEI PRASAT BEI PRASAT KRAVAN PREAH KO PRE RUP ROLUOS TA PROHM กัมพูชา ขุนนางเป็นผู้ให้สร้าง ทวารบาล ทับหลัง ปราสาทกระวาน ปราสาทตาพรหม ปราสาทนครวัด ปราสาทบนฐานเป็นชั้น ปราสาทบริวาร ปราสาทบันทายสรี ปราสาทบายน ปราสาทบาแค็ง ปราสาทประจำมุม ปราสาทประธาน ปราสาทพระโค ปราสาทหิน ปราสาทอิฐ ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 พระเจ้าราเชนทรวรมัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 พุทธศตวรรษที่ 15 พุทธศตวรรษที่ 16 พุทธศตวรรษที่ 17 พุทธศตวรรษที่ 18 มหิธรวรมัน ศิลปะคลัง ศิลปะนครวัด ศิลปะบันทายสรี ศิลปะบาปวน ศิลปะบายน ศิลปะบาแค็ง ศิลปะพระโค ศิลปะแปรรูป ศูนย์กลางจักรวาล หน้าบัน หริหราลัย เขาพระสุเมรุ เทพประจำทิศ เสาประดับกรอบประตู โลเลย ไวษณพนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16448316
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3651
212423
3651
16232077
216074
0
16448316
Server Time: 19-09-2021 17:53:37