Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ภาพสลักรูปบุคคลภายในปราสาทองค์ทิศเหนือสุด เป็นรูปสตรีมี 1 เศียร ทรงกระบังหน้า รัดเกล้าเป็นแนววงแหวนประดับแผ่นรูปสามเหลี่ยมซ้อนลดหลั่นเป็นรูปกรวย มี 4 กรทรงถือสิ่งของต่างๆ เช่น ตรีศูล จักร ทรงผ้านุ่งยาวจนถึงข้อพระบาท ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ที่ด้านซ้ายและขวาของรูปสตรีตรงกลางมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่ รูปสลักทั้งหมดนี้อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วประดับพู่ห้อย จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะเกาะแกร์ ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ จากในภาพนี้เป็นรูปสตรีมี 1 เศียร 4 กร ทรงถือสิ่งของต่างๆ เช่น ตรีศูล จักร สันนิษฐานว่าน่าจะหมายถึงพระลักษมี พระชายาของพระวิษณุ

ทับหลังสลักเป็นภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่กลางภาพ สภาพในปัจจุบันชำรุดเสียหายมาก ปรากฏเพียงเค้าโครงให้พอสังเกตได้ว่าเป็นรูปสตรีประทับนั่งขัดสมาธิราบบนดอกบัว ด้านข้างทั้งสองมีรูปช้างชูงวงขึ้น ท่อนพวงมาลัยยกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตกไปที่ด้านข้าง ส่วนปลายของท่อนพวงมาลัยเป็นรูปครุฑ ที่มุมด้านล่างของทับหลังทั้งสองข้างสลักเป็นรูปบัลลังก์ ระหว่างบัลลังก์ทำเป็นแถวลายกลีบบัว ใต้ท่อนพวงมาลัยมีลายใบไม้ม้วนสลับกับลายอุบะ และมีการแทรกลายรูปครุฑขนาดเล็ก ส่วนขอบด้านบนของทับหลังสลักเป็นแถวรูปบุคคลครึ่งท่อนพนมมืออยู่ จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบาแค็ง ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 เสาประดับกรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยม สัดส่วนของแนววงแหวนที่ 1/2 มีขนาดใหญ่กว่า 1/4 ซึ่งไล่ลำดับอย่างชัดเจน ที่ด้านแต่ละด้านของแนววงแหวน 1/2 และ 1/4 นี้ มีลายใบไม้สามเหลี่ยมเต็มใบขนาดใหญ่ 1 ใบ ขนาบข้างด้วยลายใบไม้สามเหลี่ยมครึ่งใบ 2 ใบ สามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะเกาะแกร์ ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ รูปคชลักษมีบนทับหลังสอดคล้องกับรูปพระลักษมีที่สลักภายในปราสาทด้วย

ทับหลังสลักเป็นภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่อยู่กลางภาพ เป็นรูปพระวิษณุทรงครุฑสภาพในปัจจุบันน่าจะยังสลักไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงทำให้ลวดลายบางช่วงไม่ชัดเจนนัก เช่น พระวิษณุทรงครุฑก็ปรากฏเพียงเค้าโครงให้พอสังเกตได้ โดยมีลักษณะเป็นรูปบุคคล 4 กร ทรงกระบังหน้า พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร ประทับนั่งอยู่บนครุฑ พระหัตถ์ของครุฑทั้งสองข้างยุดนาคอยู่ ท่อนพวงมาลัยยกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตกไปที่ด้านข้าง ส่วนปลายของท่อนพวงมาลัยเป็นลายกระหนกม้วนออก ที่ใต้ท่อนพวงมาลัยมีลายใบไม้ม้วนสลับกับลายอุบะ ที่มุมด้านล่างของทับหลังทั้งสองข้างมีโกลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้า ส่วนขอบด้านบนของทับหลังสลักเป็นแถวรูปบุคคลครึ่งท่อนพนมมืออยู่ จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะบาแค็งราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ เช่น รูปพระวิษณุทรงครุฑบนทับหลังชิ้นนี้

ภาพสลักรูปบุคคลขนาดใหญ่ภายในปราสาทประธานด้านทิศใต้ เป็นรูปบุคคลมี 1 เศียร ทรงกระบังหน้า รัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นรูปกรวย มี 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ ทรงผ้านุ่งแบบสมพศสั้นระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ถัดลงมามีชายสมอเรือซ้อนกัน 2 ชั้น พระบาทข้างขวาทรงประทับอยู่บนดอกบัวที่มีรูปสตรีมารองรับ ส่วนพระบาทข้างซ้ายประทับอยู่บนฐาน ที่ด้านซ้ายของรูปบุคคลตรงกลางมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่ รูปสลักทั้งหมดนี้อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วประดับพู่ห้อย จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะเกาะแกร์ ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 บุคคลขนาดใหญ่ที่ประทับยืนอยู่ มี 1 เศียร 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือก้อนกลมๆ พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ น่าจะหมายถึง พระวิษณุ โดยพระวิษณุอยู่ในอาการก้าวย่าง พระบาทข้างขวายกขึ้นก้าวมีสตรีรองรับอยู่ สตรีผู้นี้หมายถึงพระภูมิเทวี (สัญลักษณ์แทนแผ่นดิน) ที่ด้านข้างมีสลักเป็นลายคลื่นน้ำ น่าจะแทนโลกบาดาล ที่ด้านซ้ายของพระวิษณุมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่น่าจะหมายถึงท้าวพลี จากลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็นภาพวิษณุตรีวิกรม หรือพระวิษณุย่าง 3 ขุม ซึ่งเป็นอวตารหนึ่งของพระวิษณุ ชื่อว่า วามนาวตาร ในอวตารนี้พระวิษณุได้อวตารลงมาเป็นพราหมณ์เตี้ยชื่อวามน เพื่อมาปราบท้าวพลีซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถยกทัพยึดได้ทั้งโลกบาดาล โลกมนุษย์และเทวโลก พราหมณ์เตี้ยได้ออกอุบายจนทำให้ท้าวพลีเชื่อถือและไว้ใจ ในท้ายที่สุดท้าวพลีได้สัญญาจะให้ทุกสิ่งที่พราหมณ์เตี้ยประสงค์ พราหมณ์เตี้ยขอแผ่นดินเพียงสามก้าวซึ่งท้าวพลีก็ยอมตกลง และทำพิธีหลั่งน้ำประทานแก่พราหมณ์เตี้ย พราหมณ์เตี้ยจึงเนรมิตกายให้ใหญ่ขึ้นและก้าวเพียงสามก้าวก็ได้ทั้ง 3 โลก เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ เช่น รูปพระวิษณุ รูปพระลักษมี เป็นต้น

ภาพสลักรูปบุคคลขนาดใหญ่ภายในปราสาทประธานด้านทิศเหนือ เป็นรูปบุคคลมี 1 เศียร ทรงกระบังหน้า รัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นรูปกรวย มี 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือก้อนกลมๆ พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ ทรงผ้านุ่งแบบสมพศสั้นระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ประทับนั่งอยู่บนครุฑที่มีลักษณะคล้ายนก ครุฑนี้ประทับยืนอยู่บนฐานยกสูง ที่ด้านข้างทั้งสองมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่ รูปสลักทั้งหมดนี้อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วประดับพู่ห้อย จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะเกาะแกร์ ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 บุคคลขนาดใหญ่ที่ประทับยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว มี 1 เศียร 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือก้อนกลมๆ พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ ประทับนั่งอยู่บนครุฑ น่าจะหมายถึง พระวิษณุทรงครุฑ เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ เช่น รูปพระวิษณุ รูปพระลักษมี เป็นต้น

ภาพสลักรูปบุคคลประทับยืนขนาดใหญ่ภายในปราสาทประธานด้านทิศตะวันตก เป็นรูปบุคคลมี 1 เศียร ทรงกระบังหน้า รัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นรูปกรวย มี 8 กร ทรงผ้านุ่งแบบสมพศสั้นระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ถัดลงมามีชายสมอเรือซ้อนกัน 2 ชั้น โดยชายสมอด้านหลังทิ้งตกลงมาจรดพื้น รูปบุคคลนี้ประทับอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ที่ด้านข้างมีแถวรูปบุคคลขนาดเล็กทั้งชายและหญิงยืนพนมมือเรียงซ้อนกันเป็นแถวๆ จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะเกาะแกร์ ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 บุคคลขนาดใหญ่ที่ประทับยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว มี 1 เศียร 8 กร น่าจะหมายถึงพระวิษณุ รายล้อมด้วยรูปบุคคลขนาดเล็กทั้งชายและหญิงยืนพนมมือน่าจะหมายถึงเหล่าเทวดาและเทวสตรี เนื่องด้วยปราสาทกระวานสร้างขึ้นในไวษณพนิกาย จึงปรากฏภาพเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระวิษณุ เช่น รูปพระวิษณุ รูปพระลักษมี เป็นต้น

กลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ สภาพในปัจจุบันส่วนยอดของปราสาทที่อยู่ด้านข้างชำรุดเสียหายมาก คงเหลือให้ศึกษาเพียงปราสาทประธานที่อยู่ตรงกลางเท่านั้น แต่ก็เป็นงานบูรณปฏิสังขรณ์ในชั้นหลังแล้ว ลักษณะของปราสาทก่อด้วยอิฐแบบแนบสนิททั้งองค์ มีแผนผังแบบเพิ่มมุม ทำประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ด้านที่เหลือนั้นสลักอิฐเป็นประตูหลอก เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาท ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท ชั้นหลังคาแต่ละชั้นสลักเลียนแบบชั้นเรือนธาตุ โดยสลักเป็นซุ้มประตูหลอก จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะบาแค็ง-เกาะแกร์ หรือราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 15 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างปราสาทที่ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ เท่านั้น

หมวดหมู่ศิลปะขอม

กลุ่มปราสาทขอม

เลือกสถานที่

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะขอม

คำค้น ศิลปะขอม

ANGKOR WAT BAKHENG BANTEAY SREI BAPUON BAYON EAST MEBON KHLEANG LOLEI PRASAT BEI PRASAT KRAVAN PREAH KO PRE RUP ROLUOS TA PROHM กัมพูชา ขุนนางเป็นผู้ให้สร้าง ทวารบาล ทับหลัง ปราสาทกระวาน ปราสาทตาพรหม ปราสาทนครวัด ปราสาทบนฐานเป็นชั้น ปราสาทบริวาร ปราสาทบันทายสรี ปราสาทบายน ปราสาทบาแค็ง ปราสาทประจำมุม ปราสาทประธาน ปราสาทพระโค ปราสาทหิน ปราสาทอิฐ ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 พระเจ้าราเชนทรวรมัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 พุทธศตวรรษที่ 15 พุทธศตวรรษที่ 16 พุทธศตวรรษที่ 17 พุทธศตวรรษที่ 18 มหิธรวรมัน ศิลปะคลัง ศิลปะนครวัด ศิลปะบันทายสรี ศิลปะบาปวน ศิลปะบายน ศิลปะบาแค็ง ศิลปะพระโค ศิลปะแปรรูป ศูนย์กลางจักรวาล หน้าบัน หริหราลัย เขาพระสุเมรุ เทพประจำทิศ เสาประดับกรอบประตู โลเลย ไวษณพนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16441991
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
209749
0
209749
16232077
209749
0
16441991
Server Time: 18-09-2021 02:02:07