Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ทวารบาลสตรี หรือ เทวสตรีนี้ สลักจากหินทราย มีลักษณะเป็นรูปสตรียืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ปลายกรอบเป็นรูปหัวมกรขนาดใหญ่หันหัวออก เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาท จากสภาพในปัจจุบัน ส่วนเศียรชำรุดเสียหายไปมากแล้ว แต่ก็พอสังเกตุเค้าโครงได้ว่าน่าจะสวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นทรงกรวยแหลม ประดับด้วยตุ้มหู กรองศอ พาหุรัด กำไล ไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้านุ่งยาว แบบมีริ้วทั้งผืน ขอบผ้านุ่งด้านบนมีชายผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยมและวงโค้งห้อยตกลงมา ตกแต่งด้วยเข็มขัด 2 เส้น ที่เส้นล่างมีพู่ห้อย จากรูปแบบงานศิลปกรรมที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะพระโค มีอายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15 การที่ทวารบาลสลักจากหินทราย ยืนภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาทนั้น เสมือนกับว่าทวารบาลได้ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทด้วยเช่นกัน ทวารบาลที่ปราสาทด้านหน้าทั้งสององค์ที่ปราสาทโลเลยจะสลักเป็นภาพบุรุษยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนปราสาทอีก 2 หลังที่อยู่ด้านหลังนั้น ทวารบาลจะเป็นรูปสตรี

ทวารบาลสลักจากหินทราย มีลักษณะเป็นรูปบุรุษยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ปลายกรอบเป็นรูปหัวมกรขนาดใหญ่หันหัวออก เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาท ทวารบาลมีใบหน้าคล้ายยักษ์ ทรงกระบังหน้า ตุ้มหูเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ ประดับด้วยกรองศอ พาหุรัด กำไล และอุทรพันธะซ้อนกัน 2 เส้น นุ่งผ้านุ่งเรียบ ที่ด้านข้างมีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งตกลงมา ส่วนด้านหน้ามีชายผ้าตกลงมาเหนือเข่า ตกแต่งด้วยเข็มขัดซ้อนกัน 2 เส้น เส้นล่างมีพู่ห้อย จากรูปแบบงานศิลปกรรมที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะพระโค มีอายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15 การที่ทวารบาลสลักจากหินทราย ยืนภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาทนั้น เสมือนกับว่าทวารบาลได้ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทด้วยเช่นกัน ทวารบาลที่ปราสาทด้านหน้าทั้งสององค์ที่ปราสาทโลเลยจะสลักเป็นภาพบุรุษยืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนปราสาทอีก 2 หลังที่อยู่ด้านหลังนั้นทวารบาลจะเป็นรูปสตรี ทวารบาลที่เป็นรูปบุรุษมักมี 2 คน คือ คนที่มีใบหน้าคล้ายยักษ์ดังในภาพ หมายถึง มหากาล ส่วนทวารบาลที่มีใบหน้าเป็นรูปคนธรรมดา หมายถึง นันทิเกศวร

เสาประดับกรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยม สัดส่วนของแนววงแหวนที่ 1/2 มีขนาดใหญ่กว่า 1/4 ซึ่งไล่ลำดับอย่างชัดเจน ที่ด้านแต่ละด้านของแนววงแหวน 1/2 และ 1/4 นี้ มีลายใบไม้สามเหลี่ยมเต็มใบขนาดใหญ่ 1 ใบ โดยใบไม้สามเหลี่ยมด้านบนสลักเป็นลายคล้ายลายเฟื่องอุบะ ส่วนใบไม้สามเหลี่ยมด้านล่างสลักเป็นลายก้านต่อดอกหรือไม่ก็ลายกระหนกในกรอบสามเหลี่ยม นอกจากนี้ยังมีแนววงแหวนที่ 1/8 มีลักษณะเป็นแนวเส้นลวดธรรมดา 1 เส้น สามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะพระโค ราวครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ 15

ทับหลังสลักเป็นภาพเล่าเรื่องอยู่ด้านบนของภาพ เป็นรูปบุคคลประทับนั่งเหนือหน้ากาล ทรงกระบังหน้า พระหัตถ์ซ้ายทรงถือกระบอง หน้ากาลอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางภาพ อ้าปากคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้งสองข้าง ท่อนพวงมาลัยยกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตกไปที่ด้านข้าง ส่วนปลายของท่อนพวงมาลัยเป็นรูปส่วนหัวมกรขนาดใหญ่หันหน้าออก อ้าปากคายสิงห์ออกมา ใต้ตัวมกรมีบัลลังก์มารองรับ ระหว่างบัลลังก์ทั้งสองข้างสลักเป็นรูปแถวกลีบบัว ที่ท่อนพวงมาลัยและลายกระหนกด้านล่างแทรกด้วยลายรูปบุคคลขี่ม้าหรือไม่ก็รูปบุคคลขนาดเล็กซึ่งแสดงอาการเคลื่อนไหว เหนือทับหลังส่วนนี้ขึ้นไปมีแผ่นหินอีกชั้นหนึ่งว่างอยู่สภาพในปัจจุบันลวดลายส่วนใหญ่กะเทาะหลุดล่วงไปหมดแล้ว เหลือให้เห็นเพียงแถวลายกลีบบัวด้านล่างเท่านั้น จากลักษณะดังกล่าวสามารถกำหนดอายุอยู่ในศิลปะพระโค ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15

ปราสาทประธานองค์ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังแบบเพิ่มมุม องค์ปราสาทก่อด้วยอิฐแบบแนบสนิท มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ด้านที่เหลือนั้นเป็นประตูหลอก ที่ด้านทิศตะวันออกนี้ปรากฏให้เห็นบันไดทางขึ้น เสาประดับกรอบประตูและทับหลังที่สลักจากหินทราย ที่ผนังทางด้านข้างมีทวารบาล อยู่ในท่ายืนอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาท ส่วนยอดเป็นแบบเรือนซ้อนชั้น ตามลักษณะอาคารทรงปราสาท ชั้นหลังคาแต่ละชั้นสลักเลียนแบบชั้นเรือนธาตุ โดยมีทั้งซุ้มประตูหลอก เสาติดผนัง จากรูปแบบที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ในศิลปะพระโค ช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 15 ลักษณะของการสร้างอาคารที่มีส่วนยอดแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน เนื่องจากส่วนยอดลักษณะดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงฐานันดรชั้นสูง การที่ทวารบาลสลักจากหินทราย ยืนภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาทรงปราสาทนั้น เสมือนกับว่าทวารบาลได้ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทด้วยเช่นกัน

หมวดหมู่ศิลปะขอม

กลุ่มปราสาทขอม

เลือกสถานที่

plg_search_content_improved
Search - Categories
Search - Contacts
Search - Content
Search - Newsfeeds
Search - Weblinks
Search - K2

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความศิลปะขอม

คำค้น ศิลปะขอม

ANGKOR WAT BAKHENG BANTEAY SREI BAPUON BAYON EAST MEBON KHLEANG LOLEI PRASAT BEI PRASAT KRAVAN PREAH KO PRE RUP ROLUOS TA PROHM กัมพูชา ขุนนางเป็นผู้ให้สร้าง ทวารบาล ทับหลัง ปราสาทกระวาน ปราสาทตาพรหม ปราสาทนครวัด ปราสาทบนฐานเป็นชั้น ปราสาทบริวาร ปราสาทบันทายสรี ปราสาทบายน ปราสาทบาแค็ง ปราสาทประจำมุม ปราสาทประธาน ปราสาทพระโค ปราสาทหิน ปราสาทอิฐ ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 พระเจ้าราเชนทรวรมัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 พุทธศตวรรษที่ 15 พุทธศตวรรษที่ 16 พุทธศตวรรษที่ 17 พุทธศตวรรษที่ 18 มหิธรวรมัน ศิลปะคลัง ศิลปะนครวัด ศิลปะบันทายสรี ศิลปะบาปวน ศิลปะบายน ศิลปะบาแค็ง ศิลปะพระโค ศิลปะแปรรูป ศูนย์กลางจักรวาล หน้าบัน หริหราลัย เขาพระสุเมรุ เทพประจำทิศ เสาประดับกรอบประตู โลเลย ไวษณพนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

16442029
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
209787
0
209787
16232077
209787
0
16442029
Server Time: 18-09-2021 02:54:54