Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

ด้านบนของบุโรพุทโธปรากฏฐานเขียงกลม ซึ่งมีสถูปโปร่งบรรจุพระพุทธรูปแสดงธรรมจักรมุทรา พระพุทธรูปเหล่านี้คือพระธยานิพุทธไวโรจนะผู้เป็นธยานิพุทธประจำทิศเบื้องกลาง เป็นพระพุทธเจ้าผู้อยู่ในฐานะกึ่งสัมโภคกายกึ่งธรรมกาย ประทับอยู่ในภูมิกึ่งรูปภูมิกึ่งอรูปภูมิ ส่วนด้านบนสุดเป็นสถูปทึบเป็นตัวแทนของพระอาทิพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผุ้เป็นตัวแทนของนิพพาน การไม่มีรูปประทับอยู่ในภูมิแห่งการไม่มีรูป (อรูปภูมิ)  ผู้ทรงกายแห่งธรรมะ (ธรรมกาย) ทรงเป็นกษัตริย์ของพระพุทธเจ้าทั้งมวล 

ทางประทักษิณของบุโรพุททโธชั้นที่ 2-4 ปรากฏภาพสลักตามคัมภีร์คันธวยุหสูตรและภัทรจารีซึ่งถือเป็นภาพสลักเรื่องที่ช่างให้ความสำคัญที่สุดที่นี่ เนื่องจากภาพสลักดังกล่าวกินพื้นระเบียงถึง 3 ชั้นแตกต่างไปจากภาพสลักเรื่องลลิตวิสตระและชาดก-อวทานซึ่งมีพื้นที่เฉพาะระเบียงชั้นล่าง

ส่วนคัมภีร์ภัทรจารีนั้น ถือเป็นบทสุดท้ายของคัมภีร์คันธวยุหสูตรอีกทีหนึ่ง จึงถือเป็นบทสรุปของคันธวยุหสูตรไปโดยปริยาย เป็นคัมภีรืที่กล่าวถึงการที่พระสุธนได้ไปหาพระโพธิสัตว์สมันตภัทรซึ่งถือเป็นครูคนสุดท้ายและได้บรรลุธรรม พระสมันตภัทรเองได้แสดงนิมิต “พระพุทธเจ้าทั้งหลายในจักรวาล” ให้พระสุธนเห็น

ที่ฐานสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมปรากฏซุ้มจระนำทั้งสี่ทิศประดิษฐานพระธยานิพุทธทั้งสี่องค์ คือทางทิศตะวันออกปรากฏพระธยานิพุทธอักโษภยะแสดงปางมารวิชัย ทิศใต้ปรากฏพระธยานิพุทธรัตนสัมภวะแสดงปางประทานพร ทิศตะวันตกปรากฏพระธยานิพุทธอมิตาภะแสดงปางสมาธิ และทิศเหนือปรากฏพระธยานิพุทธอโมฆสิทธิแสดงปางประทานอภัย พระธยานิพุทธเหล่านี้เป็นผู้ทรงสัมโภคกาย อันเป็นกายทิพย์ที่อยู่ในรูปภูมิ ด้วยเหตุนี้ซุ้มพระพุทธรูปทั้งหมดจึงเป็นตัวแทนของรูปภูมิและเป็นตัวแทนของสัมโภคกาย

ทางประทักษิณของบุโรพุททโธชั้นที่ 2-4 ปรากฏภาพสลักตามคัมภีร์คันธวยุหสูตรและภัทรจารีซึ่งถือเป็นภาพสลักเรื่องที่ช่างให้ความสำคัญที่สุดที่นี่ เนื่องจากภาพสลักดังกล่าวกินพื้นระเบียงถึง 3 ชั้นแตกต่างไปจากภาพสลักเรื่องลลิตวิสตระและชาดก-อวทานซึ่งมีพื้นที่เฉพาะระเบียงชั้นล่าง คัมภีร์คันธวยุหสูตรเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์อวตัมสกสูตรซึ่งเป็นพระสูตรยาวที่สำคัญที่สุดพระสูตรหนึ่งในฝ่ายมหายาน

ที่ฐานประทักษิณชั้นที่หนึ่ง ปรากฏภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติของพระศรีศากยมุนีตามคัมภีร์ลลิตวิสตระ ซึ่งเป็นพุทธประวัติฝ่ายมหายานที่มีปาฏิหาริย์มาก ภาพนี้เป็นภาพพุทธประวัติตอนปัญจวคีย์สรงน้ำพระพุทธเจ้า

ที่ฐานประทักษิณชั้นที่หนึ่ง ปรากฏภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติของพระศรีศากยมุนีตามคัมภีร์ลลิตวิสตระ ซึ่งเป็นพุทธประวัติฝ่ายมหายานที่มีปาฏิหาริย์มาก ภาพนี้เป็นภาพตอนมารวิชัย พระพุทธรองค์ประทับนั่งแสดงปางมารวิชัยอยู่ตรงกลาง

ที่ฐานประทักษิณชั้นที่หนึ่ง ปรากฏภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติของพระศรีศากยมุนีตามคัมภีร์ลลิตวิสตระ ซึ่งเป็นพุทธประวัติฝ่ายมหายานที่มีปาฏิหาริย์มาก ภาพนี้เป็นภาพพระพุทธเจ้ากำลังเดินข้ามแม่น้ำเนรัญชราเพื่อไปสู่โพธิบัลลังก์ ถือเป็นภาพที่จัดองค์ประกอบได้งดงามที่สุดภาพหนึ่งที่บุโรพุทโธ พระองค์ประทับยืน แวดล้อมด้วยบริวาร ผินพระพักตร์ประหนึ่งมุ่งหน้าไปยังพระบัลลังก์ พระบาทแยกแสดงการก้าวเดิน ด้างหลังมีเทวดาโดยเสด็จ ส่วนด้านหน้ามีบุคคลคุกเข่ารับเสด็จพระองค์และมีเครื่องสูงหลากหลายชนิด

บริวารที่ปรากฏในภาพนี้ ได้แก่ เทวดา (ซึ่งทรงมงกุฏ) ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าปรากฏเหล่าพรหม (ซึ่งทรงชฎามกุฏ) และมนุษยนาค (ซึ่งมีมงกุฏเป็นนาค) ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นพระพระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือทั้งสามส่วนของจักรวาล คือ ทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือบาดาลโลก สวรรคโลก และพรหมโลก

ที่ฐานประทักษิณชั้นที่หนึ่ง ปรากฏภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติของพระศรีศากยมุนีตามคัมภีร์ลลิตวิสตระ ซึ่งเป็นพุทธประวัติฝ่ายมหายานที่มีปาฏิหาริย์มาก ภาพนี้เป็นภาพ การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ เจ้าชายสิตธัตถะทรงประทับบนม้ากัณฐกะ ที่เท้าม้าปรากฏยักษะหรือจตุโลกบาลสี่กกลังประคองเท้าม้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียง พระองค์ทรงแวดล้อมด้วยเทวดาจำนวนมากที่ยินดีต่อการสละการครองเรือนของพระองค์ น่าสังเกตว่า ช่างผู้ออกแบบฉลาดมากในการจัดภาพพระโพธิสัตว์ให้อยู่ที่ข้างซ้าย(ของผู้ชม) ไม่อยู่ตรงกลาง เพื่อแนะถึง”การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า”ของพระองค์

ในลานประทักษิณชั้นแรก ทางด้านซ้ายมือ (เมื่อเดินเวียนขวา) มีกำแพงเตี้ยๆซึ่งปรากฏภาพเล่าเรื่องในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น คัมภีร์ชาตกมาลา คัมภีร์ทิวยาวทานและคัมภีร์อวทานศตกะ

พระเจ้าศีพี เป็นอวทานที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่ง โดยพระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าศีพี ซึ่งปฏิญาณว่าจะสละทุกสิ่งที่มีผู้มาขอ ครั้งหนึ่ง นกเขาซึ่งกำลังถูกเหยี่ยวไล่ล่าได้เข้ามาขอให้พระองค์ทรงคุ้มครอง แต่เหยี่ยวไม่ยอมโดยกล่าวว่านกเล็กเป็นอาหารของตน ถ้าพระราชาไม่ยอมให้เหยี่ยวทั้งครอบครัวก็จะอดตาย พระราชาจึงดำริจะประทานขาของตนเองเพื่อให้เหยี่ยวนำไปกิน โดยให้ตั้งตราชั่งและชั่งนกเขากับอวัยวะของตนเอง แต่นกเขากลับมีน้ำหนักมากจนพระองค์ต้องสละร่างกายของพระองค์ทั้งหมดให้เหยี่ยว ท้ายสุดเหยี่ยวและนกเขาได้กลายร่างเป็นพระอินทร์และพระอัคนี และทูลว่ามาลองใจพระเจ้าศีพี

ในลานประทักษิณชั้นแรก ทางด้านซ้ายมือ (เมื่อเดินเวียนขวา) มีกำแพงเตี้ยๆซึ่งปรากฏภาพเล่าเรื่องในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภาพเล่าเรื่องเหล่านี้ก็คือ ชาดกและอวทาน อันเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า อนึ่ง เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในคัมภีร์ฝ่ายมหายานหลายเล่ม เช่น คัมภีร์ชาตกมาลา คัมภีร์ทิวยาวทานและคัมภีร์อวทานศตกะ

ภาพนี้เป็นภาพกัจฉปาวทาน ครั้งหนึ่ง เรือของพ่อค้ากำลังจะอัปปางในทะเล พระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพญาเต่ายักษ์จึงได้ช่วยเหลือพ่อค้าเหล่านั้นไว้ แต่เมื่อไปถึงฝั่งแล้ว พ่อค้าซึ่งหิวโหยเหล่านั้นได้จัดการฆ่าและกินเต่าพระโพธิสัตว์ซึ่งสละชีวิตตนเองเพื่อประทังชีวิตแก่พ่อค้าเหล่านั้น

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

13144993
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
460424
0
460424
12684404
460424
889778
13144993
Server Time: 23-09-2019 11:06:47