Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

พระโพธิสัตว์กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรองค์นี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารเสาเดียวของวัดดอกบัว หรือวัดวิหารเสาเดียว และถือเป็นประติมากรรมสำคัญของวัดแห่งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับประวัติสร้างวัดซึ่งกล่าวว่าพระเจ้าลี้ไทตองพระเจ้าลี้ไทตองคืนหนึ่งสุบินถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมหรืออวโลกิเตศวรประทับอยู่ในดอกบัวและเชื้อเชิญให้พระองค์มาประทับในดอกบัวเดียวกันด้วย โหรได้ทำนายว่าพระสุบินดังกล่าวเป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดี ด้วยเหตุดังกล่าวพระองค์จึงสร้างวัดดอกบัวขึ้นเพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม

วิหารเสาเดียว คือ อาคารไม้ที่สร้างอยู่บนเสาหินเพียงเสาเดียวซึ่งโผล่พ้นสระน้ำ ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าลี้ไทตองเพื่อถวายแก่พระโพธิสัตว์กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทั้งนี้อาคารดั่งกล่าวแทนดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เสาเดียวแทนก้านดอกบัวที่ลอยพ้นน้ำ ภายในอาคารประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิม อย่างไรก็ดีวิหารที่เห็นในปัจจุบันด้าผ่านการบูรณะเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง เช่น แต่เดิมวิหารนี้ตั้งอยู่ใกล้สระน้ำขุด แต่ต่อมาในปีพ.ศ. 1648 ได้ทำการขุดสระรอบเสา หรือแม้แต่เสาวิหารปัจจุบันก็เป็นเสาใหม่ที่มาแทนเสาเดิมซึ่งถูกทำลายในช่วง พ.ศ. 2497

วัดดอกบัวสร้างในสมัยของพระเจ้าลี้ไทตองช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ลี้ โดยประวัติกล่าวว่าพระเจ้าลี้ไทตองคืนหนึ่งสุบินถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมหรืออวโลกิเตศวรประทับอยู่ในดอกบัวและเชื้อเชิญให้พระองค์มาประทับในดอกบัวเดียวกันด้วย โหรได้ทำนายว่าพระสุบินดังกล่าวเป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดี ด้วยเหตุดังกล่าวพระองค์จึงสร้างวัดดอกบัวขึ้นเพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม และเชิญพระมาสวดเพื่อให้พระองค์มีพระชนม์ยืนนาน ทั้งนี้ภายในวัดมีงานศิลปกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ประติมากรรมพระโพธิสัตว์กวนอิม และวิหารเสาเดียวซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดที่ชาวบ้านเรียกกันติดปาก

จันทิจาโกเคยรูปพระเจ้าวิษณุวรรธนะในฐานะของพระโพธิสัตว์อโมฆปาศ(คือพระโพธิสัตว์อวโกลิเตวรถือบ่วงบาศ) ซึ่งปัจจุบันปรากฏประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่พื้นด้านล่างหน้าฐานเป็นชั้น ประติมากรรมชิ้นนี้แสดงรูปพระโพธิสัตว์แปดกร โดยที่กรหนึ่งถือบ่วงบาศซึ่งตรงกับประติมานวิทยาของพระองค์ ที่แผ่นหลังจารึกอักษรเทวนาครีอันแสดงให้เห็นอิทธิพลปาละที่เข้ามาใหม่

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบประติมากรรมบริวารของพระโพธิสัตว์อโมฆบาศ เช่น นางศยามตารา หัยครีพและภฤกุฎีอีกด้วย ประติมากรรมเหล่านี้ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์จาการ์ตา

จันทิจาโก (CandiJago) เป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าวิษณุวรรธนะแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรีจันทิแห่งนี้เป็นเทวาลัยที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อโมฆปาศ(พระโพธิสัตว์อวโลกิเตสวรถือบ่วงบาศ) อย่างไรก็ตาม ฐานของเทวาลัยหลังนี้กลับเล่าเรื่องในศาสนาฮินดู อันแสดงให้เห็นการผสมผสานกันระหว่างศาสนาทั้งสอง ฐานของเทวาลัยแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นแรกเป็นเรื่องปัญจตันตระและกุญชรกรรณะ ชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเรื่องมหาภารตะ 

ด้านในครรภคฤหะของจันทิเมนดุตปรากฏประติมากรรมสำคัญสามองค์ คือพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรทางด้านขวา และพระโพธิสัตว์วัชรปาณิทางด้านซ้าย อนึ่ง การที่พระพุทธเจ้าขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรและวัชรปาณินั้น ปรากฏมาก่อนแล้วตั้งแต่ถ้ำอชันตาและเอลโลร่าในอินเดีย ต่อมาได้กลายเป็นที่แพร่หลายในศิลปะชาภาคกลาง

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปรากฏพระอมิตาภะ (พระธยานิพุทธประจำองค์ แสดงปางสมาธิ) บนมวยผม ส่วนพระหัตถ์ซ้ายเคยถือดอกบัวปัทมะซึ่งหักหายไปแล้ว พระโพธิสัตว์มีเครื่องแต่งกายที่คล้ายคลึงกับศิลปะปาละมาก ทั้งการทรงกระบังหน้าที่มีตาบสามเหลี่ยม 3 จุด การสวมวาสตรยัชโญปวีต รวมถึงการนั่งลลิตาสนะบนฐานกลีบบัวและรูปแบบของพนักบัลลังก์

เก็จมุมของจันทิเมนดุน ปรากฏพระโพธิสัตว์จำนวนแปดองค์ ซึ่งได้แก่อัษฏมหาโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แปดองค์ในพุทธศาสนามหายาน ภาพสลักนี้ทำให้จันทิเมนดุตกลายเป็นมณฑลของพระโพธิสัตว์แปดองค์ผู้ประทับยืนล้อมรอบพระพุทธเจ้าที่แทนด้วยพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในจันทิ ซึ่งแท้จริงแล้วพระโพธิสัตว์ทั้งแปดแสดงให้เห็นคุณสมบัติของพระพุทธเจ้าในด้านต่างๆนั่นเอง 

โดยอัษฏมหาโพธิสัตว์ทั้งหมดได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรวัชรปาณิ สมันตภัทร มัญชุศรี กษิติครรภ์ อากาศครรภ์ (หรือขครรภ์) ไมเตรยะ และสรรวนิวรณวิษกัมภิน

ที่เก็จประธานของจันทิเมนดุตสลักเป็นภาพพระโพธิสัตว์ที่สำคัญ ภาพด้านหนึ่งสลักเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 กรประทับนั่งบนดอกบัว สองกรหน้าของพระโพธิสัตว์แสดงปางสมาธิส่วนอีกสองกรถือของนักบวชอันได้แก่ลูกประคำและคัมภีร์ การแสดงมุทราของพระโพธิสัตว์ดังกล่าวนี้ทำให้นึกถึงประติมานวิทยาของพระโพธิสัตว์ษฑักษรี อันเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้ทำสมาธิกับมนตร์หกพยางค์ ด้านข้างทั้งสองข้างของพระองค์ปรากฏต้นไม้สารพัดนึกที่ปรากฏหม้อเพชรพลอยที่โคนต้นด้วย ต้นไม้สารพัดนึกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ต้นกัลปพฤกษ์”

นอกจากนี้ยังปรากฏพระโพธิสัตว์บริวารโดยข้างหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์เพศชาย อีกข้างเป็นเพศหญิง ทั้งสองกำลังทำโยคะซึ่งสังเกตได้จากการคาดสายโยคปัฏฏ์ข้างหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์เพศชาย อีกข้างเป็นเพศหญิง ทั้งสองกำลังทำโยคะซึ่งสังเกตได้จากการคาดสายโยคปัฏฏ์

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

13145098
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
460529
0
460529
12684404
460529
889778
13145098
Server Time: 23-09-2019 11:12:27