Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

กัวคชะแปลว่าถ้ำช้างเป็นโบราณสถานที่ประกอบด้วยถ้ำที่มีปากถ้ำเป็นรูปหน้ากาลขนาดใหญ่หน้ากาลมีหน้าตาดุร้ายตามแบบศิลปะชวาภาคตะวันออกและบาหลี กล่าวคือแสดงตาถลนและอ้าปากซึ่งแสดงการขับไล่สิ่งชั่วร้าย หน้ากาลดังกล่าวสลักอยู่ท่ามกลางลวดลายซึ่งสลักเสียนแบบภูเขาและพันธุ์ไม้ โดยมีภาพสัตว์ป่าเช่น หมี งู เต่า แทรกเป็นระยะ

อนึ่ง รูปหน้ากาลขนาดใหญ่นี้เองที่อาจทำให้นักสำรวจชาวตะวันตกรุ่นแรกๆเข้าใจผิดเรียกว่าเป็นช้าง

ซุ้มประตูของปุระตะมันอยุนเมืองเม็งวี มีลักษณะแตกต่างไปจากซุ้มประตูในศิลปะบาหลีโดยทั่วไป กล่าวคือ ด้านบนปรากฏยอดเป็นโดมสี่เหลี่ยมซึ่งอาจแสดงอิทธิพลตะวันตก ยอดปราสาทของซุ้มประตูยังตกแต่งด้วยประติมากรรมบุคคลจำนวนมากซึ่งแตกต่างเช่นกันไปจากซุ้มประตูในศิลปะบาหลีโดยทั่วไปที่มักประดับด้วยหน้ากาลต่อเนื่องขึ้นไปด้านบน

ยอดซ้มประตูของปุระเกเห็น แสดงให้เห็นรายละเอียดต่างๆ เช่น เหนือประตูกลางปรากฏโภมะ (Bhoma) หรือหน้ากาลขนาดใหญ่ โดยหน้ากาลดังกล่าวมีลักษณะดุร้ายตามแบบที่ปรากฏในศิลปะบาหลี คือมีปากล่าง มีเขี้ยว แยกเขี้ยวเพื่อแสดงการขู่ ยกมือข้นในท่าขู่และมีตาโปน โดยทั่วไปหน้ากาลมีหน้าที่ป้องกันความชั่วร้าย

 เหนือหน้ากาลที่ยอดปราสาทซ้อนชั้น ปรากฏการซ้อนของสัตว์ประหลาดที่ต่อเนื่องจากแนวของหน้ากาลขึ้นไปจนถึงด้านบนซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของยอดปราสาทในศิลปะบาหลี ที่สันหลังคาของยอดปราสาทยังปรากฏการประดับด้วยลายกนกงอนคล้ายศิลปะจีนซึ่งถือเป็นลักษณะของศิลปะปาหลีอีกเช่นกันส่วนรายละเอียดยอดปราสาทนั้นมีลักษณะเป็นเรือนธาตุจำลองซ้อนกันอย่าง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดซับซ้อนเช่นไม่มีอาคารจำลองและหน้ากระดานสองชั้นอันแตกต่างไปจากชั้นวิมานในศิลปะชวาภาคตะวันออ

ด้านหน้าเทวาลัยในศิลปะบาหลีย่อปรากฏซุ้มประตูที่มียอดปราสาทเสมอ ซุ้มประตูดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างโลกภายนอกและโลกศักดิ์สิทธิ์ จึงถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการสร้างเทวาลัยในศิลปะบาหลี

ซุ้มประตูยอดปราสาท ปรากฏต้นค้ามาแล้วตั้งแต่ศิลปะสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตในชวาภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม ศิลปะบาหลีได้พัฒนารูปแบบของซุ้มประตูจนมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง แตกต่างไปจากศิลปะชวาภาคตะวันออกอย่างสิ้นเชิง โดยประเด็นสำคัญที่สุดที่สังเกตได้ง่ายก็คือ การปรากฏ “ปีกอาคาร” และการประดับ “ลายกนกงอนคล้ายลายประดับสันหลังคาจีน

ปีกอาคาร คืออาคารที่ขนาบอาคารประธาน โดยเป็นอาคารที่มีเรือนธาตุขนาดย่อมวางขนาบเรือนธาตุของอาคารประธานทั้งสองด้าน ด้วยเหตุนี้ซุ้มประตูในศิลปะบาหลีจึงอาจมีประตูทางเข้าถึง 3 บานได้

จันทิบาจังระตูอยู่ที่เมืองโตรวุลันอันเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต มีลักษณะเป็นซุ้มประตูทรงเข้าเทวาลัย ซึ่งถือเป็นโคปุระที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต เป็นโคปุระที่สร้างด้วยอิฐซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับสถาปัตยกรรมที่โตรวุลัน ตัวโคปุระมีซุ้มประตูที่ประดับด้วยหน้ากาลสลักอิฐ หน้ากาลมีเขา มีเขี้ยว มีปากล่างและมีมือซึ่งเป็นลักษณะปกติสำหรับหน้ากาลในศิลปะชวาภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม การปรากฏลายกนกครอบคลุมพื้นที่รอบๆหน้ากาลนั้นถือเป็นลักษณะที่แตกต่างไปจากหน้ากาลอื่นๆในระยะร่วมสมัย

อนึ่ง ยอดของโคปุระแห่งนี้มีลักษณะคล้ายคลังกับเทวาลัยหลังเล็กที่จันทิปะนะตะรัน กล่าวคือ ประกอบด้วยหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองจำนวน 5 หลังประดับ เส้นรอบนอกของยอดวิมานมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่งดงาม โคปุระที่มียอดปราสาทเช่นนี้ ต่อมาจะปรากฏอีกในศิลปะบาหลี

ที่ลานชั้นที่ 2 นั้น ปรากฏเทวาลัยซึ่งมีจารึกระบุว่าสร้างขึ้นในพ.ศ.1912(ต้นพุทธศตวรรษที่ 20)เทวาลัยหลังนี้มีรูปแบบที่อาจใช้เป็นตัวอย่างศึกษาสถาปัตยกรรมชวาภาคตะวันออกตอนปลายสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิตได้

เทวาลัยมีขนาดเล็กและอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุมีรัดอกคาดและที่ประตูทั้งสี่ทิศประดับหน้ากาลที่มีลักษณะดุร้ายซึ่งลักษณะทั้งหมดนี้คล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรียอดของจันทิมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจันทิในสมัยสิงหาส่าหรีเช่นกัน กล่าวคือประกอบด้วยชั้นหน้ากระดานคู่สลับกับเรือนธาตุจำลองที่ประดับด้วยอาคารจำลอง อย่างไรก็ตาม เส้นรอบนอกของยอดที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่อ่อนช้อยซึ่งคงแสดงพัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสิงหาส่าหรี ยิ่งกว่านั้น อาคารจำลองของจันทิที่มีจำนวนถึง 7 หลังนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าอาคารจำลองในศิลปะสมัยสิงหาส่าหรีที่มีจำนวนเพียง 5 หลังต่อชั้นเท่านั้น

จันทิจาวีเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี มีรูปแบบที่อาจเปรียบเทียบกับจันทิอื่นๆในศิลปะชวาภาคตะวันออก เช่น เรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ยอดที่ดูเหมือนสถูปในพุทธศาสนานั้น แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูซึ่งกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์นครกฤตาคมอันเป็นพงศาวดารพื้นเมือง

จันทิสิงหาส่าหรีมีรูปแบบที่เทียบได้กับจันทิโดยทั่วไปในศิลปะชวาภาคตะวันออก กล่าวคือ เป็นอาคารขนาดเล็กที่มีเรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรือนธาตุรัดด้วยรัดอก ทั้งสี่ด้านปรากฏประตูหลอกซึ่งมีหน้ากาลประดับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปได้แก่ชั้นซ้อนซึ่งประกอบด้านหน้ากระดานสองชั้นสลักกับเรือนธาตุจำลองที่มีอาคารจำลองประดับ อนึ่ง ช่างสลักด้านบนลงด้านล่าง ด้วยเหตุนี้ด้านล่างจึงยังคงสลักไม่เสร็จ แต่ด้านบน โดยเฉพาะที่ยอดและหน้ากาลมีลวดลายเสร็จสมบูรณ์แล้วหลายจุดที่น่าชมก็คือ ลวดลายหน้ากาลที่มีลายกนกครอบคลุมอย่างมาก

พระเจ้ากฤตนคร กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์สิงหาส่าหรีทรงมีจันทิที่ฝังพระอัฐิมากกว่า 1 แห่ง ได้แก่จันทิสิงหาส่าหรีและจันทิจาวี

อนึ่ง จันทิสิงหาส่าหรีมีแผนผังที่แปลกประหลาดไปจากจันทิในศิลปะชวาภาคตะวันออกหลังอื่นๆ กล่าวคือ ห้องกลางของจันทิไม่สามารถเข้าไปได้ (คือเป็นจันทิที่เรือนธาตุปิดเป็นห้องกรุทึบ) เนื่องจากตั้งอยู่ด้านบน ส่วนห้องที่มุขทั้ง 4 ทิศนั้นตั้งอยู่ที่ฐานด้านล่างและสามารถเข้าไปภายในได้ ห้องกลางประดิษฐานศิวลึงค์ ห้องด้านทิศใต้ประดิษฐานอคัสตยะ ห้องด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระคเณศ ส่วนด้านทิศเหนือประดิษฐานมหิษาสูรมรรทนี มีนนทิเกศวรกับมหากาลเป็นทวารบาลของประตู

หน้ากาลที่จันทิจาโก เป็นตัวอย่างของหน้ากาลในศิลปะชวาภาคตะวันออกที่ดีที่สุด หน็ากาลมีลักษณะดุร้ายขึ้นกว่าหน้ากาลในศิลปะชวาภาคกลาง คือหน้ากาลมีปากล่าง มีเขี้ยว อ้าปากแยกเขี้ยวในท่าขู่ ยกมือชูสองนิ้วในดรรชนีมุทรา (ท่าขู่) มีเขาและมีการประดับหัวกระโหลกซึ่งแสดงความเกี่ยวข้องกับลัทธิตันตระอันเป็นที่นิยมในระยะนี้

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

12276756
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
481965
0
481965
11794626
481965
820857
12276756
Server Time: 17-07-2019 10:24:43