Choose your language

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเณย์ กำลังทำการปรับปรุงบางส่วน ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ news

ติดต่อภาควิชา

ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  คลิก

GunungKawiแปลว่าหุบเขาแห่งกวี ซึ่งกวีนี้คงหมายถึงพระศิวะนั่นเอง โบรารสาถนมีลักษณะเป็นจันทินูนสูงขุดอยู่บนหน้าผาซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำ Pakerisanจันทิเหล่านี้ เชื่อกันว่าเป็นราชสุสานของกษัตริย์บาหลีในช่วงร่วมสมัยกับศิลปะชวาภาคตะวันออก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับการสถาปนาเป็นราชสุสาน แต่กุหนุงกาวีก็ไม่ได้เป็นสถานที่บรรจุพระศพหรือพระอัฐิแต่อย่างใด เนื่องจากตามประเพณีแล้ว เมื่อกษัตริย์สวรรคต พระอัฐิภายหลังการถวายพระเพลิงจะถูกโปรยลงทะเลหรือแม่น้ำทั้งหมด จันทิที่กุหนุงกาวีจึงอยู่ในฐานะของ "ที่ประทับดวงพระวิญญาณ"
ในภาพเป็นจันทิห้าหลังเรียงกัน เชื่อว่าเป็นจันทิที่อุทิศให้กับวิญญาณของกษัตริย์

GunungKawiแปลว่าหุบเขาแห่งกวี ซึ่งกวีนี้คงหมายถึงพระศิวะนั่นเอง โบรารสาถนมีลักษณะเป็นจันทินูนสูงขุดอยู่บนหน้าผาซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำ Pakerisanจันทิเหล่านี้ เชื่อกันว่าเป็นราชสุสานของกษัตริย์บาหลีในช่วงร่วมสมัยกับศิลปะชวาภาคตะวันออก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับการสถาปนาเป็นราชสุสาน แต่กุหนุงกาวีก็ไม่ได้เป็นสถานที่บรรจุพระศพหรือพระอัฐิแต่อย่างใด เนื่องจากตามประเพณีแล้ว เมื่อกษัตริย์สวรรคต พระอัฐิภายหลังการถวายพระเพลิงจะถูกโปรยลงทะเลหรือแม่น้ำทั้งหมด จันทิที่กุหนุงกาวีจึงอยู่ในฐานะของ “ที่ประทับดวงพระวิญญาณ”

ในภาพเป็นจันทิสี่หลังเรียงกัน เชื่อว่าเป็นจันทิที่อุทิศให้กับวิญญานของกษัตริย์และราชินี

ด้านหน้าถ้ำกัวคชะปรากฏสระน้ำพุซึ่งมีรูปสลักนางอัปสรถือหม้อน้ำและมีการเจาะรูที่หม้อน้ำให้น้ำไหลออกมาจากหม้อนั้น น้ำพุดังกล่าวนี้ทำให้นึกถึงน้ำพุที่จันทิเบลาหันอันสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไอร์ลังคะในพุทธศตวรรษที่ 16 นักวิชาการบางท่านจึงเชื่อว่า สระน้ำนี้อาจมีอายุเก่าแก่ไปถึงสมัยชวาภาคตะวันออกก็ได้ อนึ่ง สระน้ำมีการแบ่งออกเป็น 2 สระย่อยซึ่งเชื่อว่าใช้สำหรับแยกชายหญิงระหว่างอาบน้ำ

กัวคชะแปลว่าถ้ำช้างเป็นโบราณสถานที่ประกอบด้วยถ้ำที่มีปากถ้ำเป็นรูปหน้ากาลขนาดใหญ่หน้ากาลมีหน้าตาดุร้ายตามแบบศิลปะชวาภาคตะวันออกและบาหลี กล่าวคือแสดงตาถลนและอ้าปากซึ่งแสดงการขับไล่สิ่งชั่วร้าย หน้ากาลดังกล่าวสลักอยู่ท่ามกลางลวดลายซึ่งสลักเสียนแบบภูเขาและพันธุ์ไม้ โดยมีภาพสัตว์ป่าเช่น หมี งู เต่า แทรกเป็นระยะ

อนึ่ง รูปหน้ากาลขนาดใหญ่นี้เองที่อาจทำให้นักสำรวจชาวตะวันตกรุ่นแรกๆเข้าใจผิดเรียกว่าเป็นช้าง

ปัทมาสนะ ได้แก่บัลลังก์เปล่าที่สร้างด้วยหิน ตั้งอยู่กลางแจ้งโดยมักตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของลานชั้นในของเทวาลัย บัลลังก์เปล่านี้ถูกสมมติให้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮนดูแบบบาหลี คือ Ida SanghayaWidiWasaซึ่งแท้จริงแล้วก็คือภาคปรากฏของ ปรมาตมันหรือพระบรมศิวะ

รูปบบของปัทมาสนะนั้น มักเป็นบัลลังก์หินที่มีฐานซ้อนกันสามชั้น อันแทนโลกบาดาล โลกมนุษย์และโลกสวรรค์ (ภูะ ภูวะ สฺวะ) บางครั้งบัลลังก์ก็ตั้งอยู่บนหลังเต่าซึ่งตรงกับความเชื่อในศาสนาฮินดูที่ว่า เขาแกนกลางจักรวาลนั้นตั้งอยู่บนหลังเต่า

ปานุมานคือบัลลังก์เปล่าซึ่งประดิษฐานภายในอาคารหลังคาคลุม บัลลังก์เปล่าเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จมาประทับของเทพเจ้าเมื่อเสด็จมาบนโลกในขณะทำพิธีกรรม ปานุมานปรากฏเฉพาะภายในลานชั้นในของเทวาลัยอันเป็นที่ประทับของเทพเจ้าเท่านั้น

บัลลังก์เปล่าที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารหลังคาคลุม อาจมีได้หลายแบบ ทั้งแบบบัลลังก์เดี่ยวซึ่งเป็นที่ประทับของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงองค์เดียว เช่นพระศิวะหรือพระสูรยะ บัลลังก์คู่ซึ่งเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง และบัลลังก์สามซึ่งเป็นที่ประทับของตรีมูรติสำหรับตัวอย่างในภาพนี้เป็นบัลลังก์คู่ ซึ่งอาจเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง

ปานุมานคือบัลลังก์เปล่าซึ่งประดิษฐานภายในอาคารหลังคาคลุม บัลลังก์เปล่าเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จมาประทับของเทพเจ้าเมื่อเสด็จมาบนโลกในขณะทำพิธีกรรม ปานุมานปรากฏเฉพาะภายในลานชั้นในของเทวาลัยอันเป็นที่ประทับของเทพเจ้าเท่านั้น

บัลลังก์เปล่าที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารหลังคาคลุม อาจมีได้หลายแบบ ทั้งแบบบัลลังก์เดี่ยวซึ่งเป็นที่ประทับของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงองค์เดียว เช่นพระศิวะหรือพระสูรยะ บัลลังก์คู่ซึ่งเป็นที่ประทับของบรรพบุรุษชาย-หญิง และบัลลังก์สามซึ่งเป็นที่ประทับของตรีมูรติ สำหรับตัวอย่างในภาพนี้เป็นบัลลังก์เดี่ยว

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

หลังคาของอาคารทรงเมรุนั้น สามารถซ้อนชั้นได้ในจำนวนเลขคี่ คือ อาจซ้อนได้ตั้งแต่ 5 ชั้นจนถึง 11 ชั้น ตัวอย่างสำหรับอาคารทรงเมรุที่ซ้อนถึง 11 ชั้นสามารถศึกษาได้จากอาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง เมืองเม็งวี ปุระเบซาคิห์และปุระเกเห็น

อาคารทรงเมรุของปุระเกเห็น มีลักษณะพิเศษ คือ อาคารทั้งหลังรองรับด้วยเต่า ซึ่งคงเป็นเต่าแบกจักรวาลตามคติฮินดู และแสดงให้เห็นว่าอาคารหลังนี้เป็นศูนย์กลางจักรวาลอันเทียบได้กับเขาพระสุเมรุ ที่ประทับของพระศิวะ

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

อาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง เมืองเม็งวีเทวาลัยแห่งนี้ มีชื่อเสียงในเรื่องการการจัดวางอาคารทรงเมรุให้เรียงกันในแถวเดียว โดยความสูงของยอดเมรุมีลักษณะลดหลั่นกัน ทำให้เกิดภูมิสถาปัตยกรรมที่งดงามยิ่งอนึ่ง อาคารทรงเมรุเหล่านี้สร้างขั้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าประจำภูเขาในเกาะบางหลีหลายลูก เช่น เขาอากุง (GunungAgung)  เขาบาตุการ(GunungBatukar) และเขาบาตูร์ (GunungBatur) เป็นต้น

อาคารทรงเมรุ คืออาคารไม้ที่มีหลังคาดซ้อนชั้นในทรงปราสาท หลังคานั้นมักทำขึ้นจากเครื่องไม้มุงกระเบื้องหรือมุงฟาง ซึ่งทำให้อาคารทรงนี้ต้องได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ หลังคาซ้อนชั้นนี้มีความหมายถึง “ปราสาท” หรือเรือนซ้อนชั้นอันเป็นเรือนฐานันดรสูงตามคติในศิลปะอินเดียนั่นเอง

ตามความเชื่อในศาสนาอินดู พระศิวะนั้นประทับอยู่ที่เขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ในเกาะบาหลี พระองค์ทรงถูกสมมติให้ประทับอยู่ที่ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะบาหลี คือเขาอากุง(GunungAgung) ซึ่งสูงถึง 3000 เมตร ชื่อเขาพระสุเมรุนี้ จึงถูกนำมาใช้เรียกอาคารทรงปราสาทที่มียอดซ้อนชั้นสูงประหนึ่งภูเขา และในที่สุดจึงใช้อาคารทรงดังกล่าวจึงถูกสมมติว่าเป็นที่ประทับของพระศิวะและเทพเจ้าประจำภูเขาอื่นๆ

คำค้น

Borobudur Candi Arjun Candi Jago Candi Kalasan Candi Kidal Candi Mendut Candi Panataran Candi Parambanan Candi Sari Candi Sewu Dieng Plateau Pura Besakhih Pura Kehen กฤษณะ จันทิ จันทิเมนดุต ชวาภาคกลางตอนกลาง ชวาภาคกลางตอนปลาย ชาดก ฐานเป็นชั้น ธยานิพุทธ น้ำพุ ปหรรปุระ พื้นเมือง พุทธประวัติ พุทธมหายาน ภาพเล่าเรื่อง มณฑล มหาภารตะ มัชฌปาหิต ระบบตรีกาย ระบบพระพุทธเจ้าสามระดับ ระบบภูมิสาม รัดอก รามายณะ ลลิตวิสตระ ลัทธิเทวราชา ลานประทักษิณ วิมานอินเดียใต้ วิษณุ ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น ศิลปะชวาภาคตะวันออก ศิลปะบาหลี ศูนย์กลางจักรวาล สถูปิกะ สระน้ำ สิงหาส่าหรี หน้ากาล อมลกะ อวโลกิเตศวร อาคารจำลอง อาคารทรงเมรุ ฮินดู เขาพระสุเมรุ เรือนธาตุ เรือนธาตุจำลอง แผนผังกากบาท แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไวษณพนิกาย ไศวนิกาย

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเซียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://www.art-in-sea.com/.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://www.art-in-sea.com/

ติดต่อศูนย์ศิลปกรรม

logo-1คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0 2224 7684 โทรสาร 0 2226 5355

Statistics

13145075
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
460506
0
460506
12684404
460506
889778
13145075
Server Time: 23-09-2019 11:11:04